GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เดินทาง : KM Workshop ผู้นำนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

ทุกคนเห็นตรงกันว่า KM ได้ใจเรามากกว่า QA เพราะเราเต็มใจที่จะเล่าความสำเร็จ ความภาคภูมิใจที่ผ่านมาให้คนอื่นๆ ฟังและดึงมาเป็นพลังสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไป การพัฒนาจึงทำได้เร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด

วันที่ 18 สิงหาคม 2549 เกือบบ่าย เรา 10 ชีวิต (11 รวมคนขับรถ)ออกเดินทางไปมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อไปร่วมเป็นวิทยากรกลุ่ม(ฝึกหัด)ระหว่างเดินทาง มีอาจารย์วิบูลย์เป็นเดือนดวงเดียว ท่ามกลาง (กำลังจะเป็น)ดาว 9 ดวง เริ่มเดินทางสบายๆ คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ เราแอบคอยกันเล็กๆ ว่า อ. จะ BAR บนรถ (จะได้ไปช็อปปิ้งตอนเย็น)

              และแล้วเวลาที่ทำ BAR (ก่อนของจริง)ก็มาถึง หลังจากแวะทานขนมจีนแถวอุตรดิตถ์พอขึ้นรถ อ.วิบูลย์ก็เริ่ม ส่งคำถามเด็ด เรารู้สึกยังไงกับ QA และ KM บ้าง เราช่วยกันคุยแสดงความคิดเห็น บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ลื่นไหล สรุปได้ว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่า KM ได้ใจเรามากกว่า QA เพราะเราเต็มใจที่จะเล่าความสำเร็จ ความภาคภูมิใจที่ผ่านมาให้คนอื่นๆ ฟังและดึงมาเป็นพลังสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ต่อไป การพัฒนาจึงทำได้เร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ QA มีกรอบให้คิดตาม ทำตาม การมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของน้อยกว่า รู้สึกถูกบังคับให้ทำและมีการตรวจประเมิน (แม้จะบอกว่าแบบกัลยาณมิตร แต่ก็เหมือนเป็นการจับผิดกลายๆ) ความสำเร็จจึงค่อนข้างช้า และที่สำคัญมีจุดเริ่มต้นเหมือนกับการทำวิจัย คือ เริ่มที่ปัญหา (ข้อนี้ อ. วิบูลย์ สรุปให้พวกเราเข้าใจมากขึ้น) บรรยากาศการแลกเปลี่ยนมีหลากหลายความคิดเห็น....... (ละไว้เผื่อมีใครเข้ามาเพิ่มเติมสิ่งที่คุยกันไว้) เต็มไปด้วยความสุข เริ่มต้นเดินทางก็สนุกแล้ว พรุ่งนี้น่าจะสนุกกว่านี้ เดินทางถึงแม่โจ้ตอน เกือบ 6 โมงเย็น

            ได้มีโอกาสทานอาหารเหนือขนานแท้ อาทิ ข้าวเหนียวไส้อั่ว จิ้นส้มหมก ลาบ(คั่ว) แค็บหมู มีคนถามถึง ยำเตา (แต่ไม่ได้ทานหรอกเพราะไม่มี) แกงอ่อมหมู คอหมูย่าง ตามด้วย ไข่เจียว (เมนูนี้ถ้าเดินทางกับ อ. วิบูลย์บ่อยๆ จะรู้ว่าเป็นอาหารจานหลัก) เอามาเล่าให้คนที่ไม่ได้เดินทางไปได้กลิ่นอายอาหารเหนือด้วยกัน ตกลงเย็นนี้ไม่มีโปรแกรมช็อปและไม่มี BAR เหมือนทริปก่อนๆ เพราะหลายคนสะบัก สะบอม (รอ อ.beeman มาบอกว่าเขียนถูกหรือผิด) กับอาการเมารถ และฝนตกอากาศน่านอนมากกว่า พรุ่งนี้เรานัดกัน 7 โมงเช้า หลังทานข้าวเช้า เราจะ BAR กันก่อนงานของน้องๆ ผู้นำนิสิต ที่เริ่มบ่ายโมง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45754
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

  • ได้อ่านบันทึกแล้วเหมือนได้ร่วมเดินทางไปด้วยครับ

ทีมงานที่ได้มีโอกาสไป...เป็นทีมงานที่ดีที่สุด และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง...ดีใจกับความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง..ถึงจะไม่ได้ไปด้วย ...ก็คอยติดตามทางบล็อกตลอด..ขอชื่นชมทีมงานที่รวมพลังสร้างความสุขและความสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยม  และดีใจกับคุณวันเพ็ญ...ที่กลับมาด้วยความอิ่มเอม...(ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกไม่อยากไปเพราะอยากจะให้คนอื่น ๆ ไปบ้าง)

 

ลืมข้อสรุปสำคัญอีก ข้อหนึ่ง นั่นคือ เราควรทำ QA ควบคู่ไปกับการทำ KM เพราะการทำงานยังคงต้องมีกรอบและมาตรฐานร่วมกัน เพื่อก้าวไปสู่หน่วยงานที่เป็นสังคมการเรียนรู้ องค์กรแห่งการเรียนรู้ ต่อไป
  •  สงสัยห้องพักที่ ม.แม่โจ้ ห้อง 309  จะไม่ค่อยต้องโฉลกกับเราสองคนเนาะ เพราะวันแรกน้องแหม่มป่วย วันที่สองพี่วันเพ็ญก็ปวดหัว 
  • แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะกำลังใจที่เรามีให้กันและช่วยดูแลกันและกันอย่างเต็มใจ

งานนี้ได้อะไรมากมาย

  1. เรียนรู้และฝึกทักษะ "คุณอำนวย" ในกระบวนการ KM ได้วิธีหาเรื่องเล่าที่ประทับใจด้วยการโหวดลับ
  2. รู้จักเพื่อนๆร่วมทีมมากขึ้น 
  3. ได้เห็นความสามารถของนิสิตที่ทำให้ปลื้มมากๆ 
  4. ได้เห็นความสมัครสมานสามัคคีของ"ชาวเลือดเสลาเทาแสด"แท้ๆ 
  5. ได้ฉลองวันเกิด "น้องตูน"
  6. ได้เห็น "โอ" ทาแป้งก่อนขึ้นเวทีเป็นวิทยากร อิอิ
  7. ได้เห็น "สาวๆ หน่วยประกัน" มอบน้ำตาเป็นกำลังใจให้กับใครบางคน
  8. ได้ฝึก นวด ให้พี่วันเพ็ญ  (ถ้าพี่รู้ว่าที่จริงหนูนวดไม่เป็นแล้วพี่จะให้หนูนวดอีกไม๊เนี่ย คริคริ)

เสียดายแทนฟา อื่นๆ ที่ไม่ได้ไปจัง

 

  • เรียนรู้และฝึกทักษะ "คุณอำนวย" ในกระบวนการ KM ได้วิธีหาเรื่องเล่าที่ประทับใจด้วยการโหวดลับ   ---  ตอนที่ตัดสินใจทำ "โหวดลับ" ตอนนั้นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ  แต่ทำแล้วคิดว่าได้ผลในด้านดีค่ะ
  • ได้ฉลองวันเกิด "น้องตูน" --- ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกท่านจากใจจริงค่ะ  ตอนแรกไม่อยากให้ถึงวันที่ 19 ส.ค. 2549 เลยเพราะรู้สึกว่าการก้าวผ่านเลข 3 ครั้งแรกมันทำใจลำบากจริงๆ ค่ะ  แต่กลับกลายเป็นว่า "ทุกๆ ท่านร่วมสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมค่ะ"
  • ได้เห็น "สาวๆ หน่วยประกัน" มอบน้ำตาเป็นกำลังใจให้กับใครบางคน --- การที่ได้ร่วมรับรู้ เป็นส่วนหนึ่ง และเป็นกำลังใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนในชีวิตของคนที่เราเคารพจนถึงขั้นเรียกได้ว่า "ศรัทธา" เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายค่ะ