ช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ มีข่าวคาวเกี่ยวกับแวดวงการศึกษาออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอนักเรียนตีกัน เพศสัมพันธ์ ครูลวนลาม/ข่มขืนลูกศิกษย์ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจและทำลายสังคมของเราทั้งสิ้น ข่าวที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวที่ออกตามรายการข่าวโทรทัศน์หรือสื่ออื่นๆมีรายวัน ถึงเวลาหรือยังที่เราจะคิดหาวิธีแก้ปัญหานี้ร่วมกัน

          ถ้าหากจะถามถึงผู้รับผิดชอบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่า ทุกคนควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบความผิดครั้งนี้ พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ควรให้ความเอาใจใส่ ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หรือแม้แต่ตัวเด็กเองควรจะต้องระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้สังคมของเราไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่

ถ้าครูข่มขืนลูกศิษย์ เรื่องสะเทือนจิตใจคนในสังคม...

"สังคมสุดทราม ครูข่มขืนศิษย์"

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนหลายข่าว แต่ละเรื่องล้วนทำให้สังคมตื่นตกใจ และเศร้าสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งกรณีที่เป็นคลิปวิดีโอ มีเสียงเด็กผู้หญิงร้องออกมาว่า "เจ็บนะอาจารย์" และกรณีนักเรียนหญิงวัย 8 ขวบ ถูกข่มขืนในโรงเรียน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่าอาจารย์ประจำชั้น และอาจารย์พละเป็นผู้กระทำ ขณะที่อาจารย์ทั้ง 2 คนปฏิเสธ และตั้งทนายสู้คดีอยู่ในขณะนี้

ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน นักศึกษา เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะวัยของเด็กที่ถูกละเมิดก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ และยิ่งผู้กระทำการละเมิดเป็นครู หรืออาจารย์ ของเด็กเอง ก็ยิ่งเป็นเรื่องช็อกความรู้สึกของสังคม

"มาตรฐานการลงโทษต่ำเกินไป"

สำหรับ น.ส.สาวิตรี บัวลอย นักศึกษาปี 3 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มองปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เป็นปัญหาสังคมที่ใหญ่โตมาก ขนาดครูที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติมีหน้าที่สอนคนให้เป็นคนดี แต่กลับมาทำสิ่งที่ไม่ดี แล้วแบบนี้ใครจะให้ความนับถือ การที่มีครูกระทำพฤติกรรมที่ไม่ดีได้ขนาดนี้อาจทำให้ผู้ปกครองของเด็กไม่ไว้วางใจครูอีกต่อไป และทำให้เสียชื่อเสียงแก่สถาบันครูเพียงแค่การกระทำของครูแค่บางคน

"รู้สึกเห็นใจกับครูที่ดีที่ต้องมาเสียชื่อไปพร้อมกับการกระทำที่ไม่ดีของครูแค่บางคน โดยส่วนตัวรู้สึกสงสารเด็กที่ถูกทำร้ายมาก เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่กลับต้องเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศให้กับผู้ใหญ่บางคนที่มีจิตใจที่ต่ำไร้มนุษยธรรม"

น.ส.สาวิตรีบอกด้วยว่า อยากให้เปลี่ยนมาตรการบทบทลงโทษให้หนักกว่าเดิม เพราะคิดว่าปัจจุบันการลงโทษเกี่ยวกับคดีข่มขืนไม่ค่อยหนักสักเท่าไหร่ ทำให้มีคนที่กล้าจะก่อคดีนี้เรื่อยๆ และอยากให้ทางกระทรวงศึกษาธิการจัดอบรมเกี่ยวกับจิตสำนึกเกี่ยวกับอาชีพการเป็นครูเดือนละครั้งก็ยังดี เพื่อเป็นการเตือนสติให้แก่ครูด้วย

"สังคมเสื่อมทรามลงมาก"

น.ส.อริสรา พึ่งเกษม นักศึกษาปี 2 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม บอกว่า ข่าวครูข่มขืนเด็กทำให้รู้สึกว่าสังคมไทยสมัยนี้ทำไมมันแย่ลงขนาดนี้ ทั้งที่ครูผู้ที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ ผู้ที่ต้องให้ความรู้แก่นักเรียนและสอนให้เด็กเป็นคนดี แต่กลับมาทำสิ่งที่เลวร้ายที่สังคมไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น

"การที่ครูทำแบบนี้เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับอาชีพครู และต้องทำให้ครูอีกจำนวนมากที่ต้องเสียชื่อเสียงไปกับการกระทำที่เลวๆ ของครูกลุ่มหนึ่ง ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพที่ใครก็ให้ความนับถือ แทนที่จะทำตัวให้เหมาะสมกับที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติ แต่กลับทำตัวเป็นพวกบ้ากาม แม้กระทั่งกับเด็กที่ไร้เดียงสาก็ทำได้ โดยไม่คิดถึงจิตใจของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เลย ทางกฎหมายน่าจะมีบทลงโทษกับผู้ที่ทำความผิดที่รุนแรงมากกว่าการจำคุก หากประหารชีวิตได้ก็จะดีมาก การที่มีโทษหนักอาจทำให้ลดการเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้บ้าง

น.ส.กนิษฐา สืบเพ็ง นักศึกษาปี 2 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า รู้สึกว่าสังคมไทยสมัยนี้ทำไมจิตใจของคนมันต่ำกว่าสมัยก่อนมาก ขนาดผู้ที่ประชาชนเรียกว่าครูเป็นอาชีพ ที่ใครๆ ก็นับถือ ยังทำพฤติกรรมที่อุบาทว์กับเด็กนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติได้

"คงไม่มีใครกล้าเรียนกับครูผู้ชายอีก"

"ถ้าตำรวจยังไม่สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ คิดว่าคงจะไม่มีเด็กนักเรียนคนไหนกล้าที่จะมานั่งเรียนกับอาจารย์ที่เป็นผู้ชายได้อย่างสบายใจได้หรอก สงสารเด็กมากทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่อง แต่ต้องมาถูกครูทำสิ่งที่เลวทรามได้มากขนาดนี้ เด็กที่เป็นอนาคตของชาติยังถูกกระทำถึงขนาดนี้ ทางตำรวจจะไม่มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยหรือไง"

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมไทยจะมีอะไรเป็นตัวควบคุมความปลอดภัยให้กับประชาชนได้ น่าจะลงโทษโดยการประหารชีวิตได้ยิ่งดี การที่มันทำกับผู้หญิงได้ถึงขนาดนั้นแสดงว่าจิตใจต่ำมาก ไม่สมควรที่จะได้รับโทษเพียงแค่การติดคุก คิดว่าโทษแค่นี้น้อยเกินไปไม่เหมาะสมกับสิ่งที่ทำกับนักเรียนที่เป็นอนาคตของชาติ

นายอาทิตย์ จิตสำรวย นักศึกษาปี 4 คณะอุตสาหกรรมการออกแบบ พระจอมเกล้าพระนครเหนือ บอกว่า อ่านข่าวแล้วมีความรู้สึกว่าครูสมัยนี้ทำไมต่างจากเมื่อก่อนแยะมาก ทั้งๆ ที่ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติทำไมถึงได้ทำอะไรที่แย่ๆ ได้ขนาดนี้

"อยากให้เพิ่มโทษให้หนักๆ"

"สิ่งที่ทำไม่ได้ส่งผลเสียแค่ตัวผู้กระทำ แต่กลับทำให้ครูอีกจำนวนไม่น้อยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย ครูเป็นคนที่มีหน้าที่สอนให้คนเป็นคนดี แต่กลับมาทำสิ่งที่ไม่ดีเสียเอง ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำกับเด็กที่ไร้เดียงสาได้ และไม่คิดถึงหัวอกของคนที่เป็นแม่เป็นพ่อบ้าง หากสิ่งที่ทำลงไปมันเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเองจะรู้สึกยังไงเรื่องแบบนี้ เวรกรรมมันตามทัน อยากให้ทางตำรวจสรุปคดีให้เสร็จเร็วๆ"

ผู้ที่ทำความผิดจะได้รับโทษที่ได้ก่อขึ้นมา และหากผู้ที่ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดจริง ก็ควรที่จะได้รับโทษให้หนักๆ กว่าที่ผ่านมา เพื่อเป็นตัวอย่างในการลงโทษในคดีข่มขืนเด็กนักเรียนอีกต่อไป

นายธนดล ถานโอภาส นักศึกษาปริญญาโทและเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บอกว่า โดยส่วนตัวคิดว่าครูไม่น่าที่จะไปทำพฤติกรรมแบบนั้นกับนักเรียนได้ การที่ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นครูเป็นแม่พิมพ์ของชาติ มีหน้าที่ต้องสอนคนให้เป็นคนดี แต่กลับมาทำเรื่องที่เสื่อมเสียให้กับอาชีพของตนเอง

"อยากให้เพิ่มบทลงโทษให้หนักๆ"

"ในฐานะที่เป็นครูเหมือนกันทำให้รู้สึกว่า แย่มากกับการที่สังคมจะต้องเหมารวมถึงอาชีพการเป็นครู ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่การกระทำที่ไม่ดีของแค่ครูกลุ่มๆ หนึ่ง แต่สังคมกลับเหมารวมกันว่านั่นแหละเป็นการกระทำของครู ทั้งที่มันไม่ใช่แบบนั้น"

อ่านข่าวแบบนี้ทีไรก็รู้สึกสงสารเด็กมาก คิดว่าทำไมเรื่องแบบนี้ทำไมมันต้องมาเกิดขึ้นกับสังคมไทยเราด้วย แล้วในตัวของบทกฎหมายมีไว้เพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีใครที่จะเกรงกลัวกฎหมายเลย นั่นแสดงว่าบทลงโทษที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มันยังไม่หนักพอสำหรับผู้ที่กระทำผิด ถึงได้มีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ทำให้สังคมไทยต้องคอยหวาดระแวงคนในสังคมอยู่ตลอดเวลา

ถ้าเป็นไปได้อยากให้ปรับเปลี่ยนบทลงโทษเกี่ยวกับคดีแบบนี้ให้มันหนักขึ้นกว่าเดิม จะด้วยวิธีไหนก็ตาม หากเปลี่ยนบทลงโทษอาจทำให้เกิดคดีในลักษณะแบบนี้ลดน้อยลงจากเดิมก็ได้ อยากให้สังคมเรามีการแก้ไขในส่วนตรงนี้มากกว่า

"ไม่สมควรลดหย่อนโทษให้เลย"

น.ส.วราพร แซ่จันทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกสงสารเด็กมากทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แต่ต้องมาเป็นที่รองรับอารมณ์ของครูบางคนที่มีจิตใจที่เลวทรามมาก ไม่รู้ทำไปได้ยังไงทั้งที่ตัวเองก็เป็นครู ไม่มีสามัญสำนึกเลย อาชีพครูหรือแม่พิมพ์ของชาติเป็นอาชีพที่ใครให้ความนับถือ แต่กลับใช้อาชีพที่ผู้คนนับถือกระทำสิ่งที่เลวได้ ไม่รู้ว่ามาเป็นครูได้ยังไง

อาชีพการเป็นครูต้องเสียชื่อเสียง เพียงแค่การกระทำของครูบางคน อยากให้ทางกฎหมายมีการเพิ่มบทลงโทษที่หนักมากกว่านี้ และพวกที่ต้องโทษคดีแบบนี้อยู่แล้วก็ไม่สมควรได้รับการลดหย่อนโทษใดทั้งสิ้น ถ้าเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิตเลย เพราะแค่การลงโทษด้วยการติดคุกไม่ทำให้ผู้ทำความผิดสำนึกได้หรอก ไม่นานก็จะยังสามารถออกมาก่อคดีในลักษณะแบบนี้ได้อีกเรื่อยๆ มันจะทำให้สังคมไทยของเราเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนรู้สึกว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ปกติสำหรับสังคมไทยไป

"หลากหลายความเห็น"

เหล่านี้เป็นมุมมองของสมาชิกสังคมกลุ่มหนึ่งต่อกรณีการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน โดยเฉพาะผู้ก่อเหตุเป็นครู

การล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน โดยเฉพาะหากผู้ก่อเหตุเป็นครู ย่อมเป็นเรื่องสะเทือนอารมณ์ผู้ที่พบเห็นเป็นธรรมดา แต่ละคนก็มีความคิดเห็นในเรื่องนี้แตกต่างกันไป และมุมมองเหล่านี้ก็เป็นมุมมองของคนอีกกลุ่มหนึ่ง

สำหรับข้อเท็จจริงในคดีที่ตกเป็นข่าวยังเป็นเรื่องที่รอการพิสูจน์ เพราะครูยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น

แต่จากความคิดเห็นหลากหลายคงพอบอกได้ว่า สังคมมองปัญหานี้อย่างไร