ปัญหาเรื่องการหา "หัวปลา" ที่จะทำยังไงให้ทุกคนคิดว่าเมื่อทำแล้วตัวเองจะได้ประโยชน์อย่างไร โดยที่องค์กรก็ได้ประโยชน์ไปด้วย ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ลำบากยิ่ง หากไม่เกิด "KM Inside" ก่อน
ตอนที่แล้วผมได้ลองวิเคราะห์เกี่ยวกับ "ผู้บริหาร" กับ "KM" ไปบ้างแล้ว วันนี้ลองมาดูปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกสักเรื่องนั่นก็คือ "ความเป็นคนไทย" จริงๆ แล้วน่าจะเขียนเรื่องนี้ก่อนเรื่องของผู้บริหารซะอีก เข้าเรื่องนะครับ
๒. ความเป็นคนไทย
ข้อดีของคนไทยกับ "KM" มีหลายประการ บางเรื่องก็ลงตัวกันได้ดี เช่น เรื่องของ "การให้" เนื่องจากบ้านเราเป็นเมืองพุทธ "การให้" หรือ "ทาน" จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใจของคนไทยอยู่แล้ว หากติดแต่ว่า คนไทยส่วนใหญ่ "มักให้แบบหวังผล" เช่น เมื่อทำบุญตักบาตร ก็อฐิษฐานขอโน้นขอนี่กันยกใหญ่ (ซึ่งมูลค่าของสิ่งที่ขอกับมูลค่าสิ่งที่ให้มักไม่ไปด้วยกัน) แม้แต่การ "ให้ทาน" ขอทาน หรือ คนพิการ ในใจก็อาจคิดว่า "ชาติหน้าหรือชาตินี้ก็ขออย่าให้เป็นแบบนี้เลย" ที่กล่าวมาก็ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ จะคิดอย่างไรหรือขออย่างไรผมก็ถือว่า "การให้" เป็นเรื่องที่ดี
เมื่อพูดถึง "KM" จีงดูเหมือนจะเข้าทางคนไทยอยู่บ้าง เพราะส่วนหนึ่งการจัดการความรู้ ก็คือการแบ่งปันความรู้เพื่อให้คนอื่นนำไปต่อยอด แต่ปัญหาคือเรื่องของหวังผลครับ แต่ไหนแต่ไรมาผมว่าคนไทย (หรืออาจคนชาติอื่นๆ ด้วยก็ไม่รู้) "มักหวังผลเพื่อตัวเองเป็นหลักก่อน" ดังนั้น เมื่อพูดถึงเรื่องการแบ่งปันความรู้ จึงเกิดคำถามในใจขึ้นมากมาย เช่น "แล้วฉันจะได้อะไร" "กว่าฉันจะรู้ได้ลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ จะมาบอกต่อง่ายๆ ได้ยังไง" "ถ้าเขารู้ก็ต้องทำได้ดีกว่าฉันแน่ๆ" ผมว่าคำถามเหล่านี้มีอยู่ในใจของหลายๆ คน แม้จะผ่าน Human KM ไปแล้วก็ตาม จึงไม่แปลกอะไรที่เราจะเห็นคนไทยมี "สูตรลับภายในครอบครัว" "เคล็ดลับนี้บอกได้เฉพาะคนใกล้ชิดเท่านั้น" หรือ "ฉันยอมตายไปกับสูตรนี้ดีกว่าจะบอกให้คนอื่นรู้" เป็นต้น