บทเรียนชีวิตกับคำว่า “เลว”

       มนุษย์มีความต้องการพื้นฐานของชีวิต โดยที่มีนักจิตวิทยาชื่อว่า Maslow ได้ศึกษาและทราบว่า มนุษย์ เกิดมาจะมีความต้องการ 5 ขั้น   

        1. ความต้องการทางด้านร่างกาย

        2. ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย

        3. ความต้องการเป็นเจ้าของได้รับรักจากผู้อื่น

        4. ความต้องการศักดิ์ศรี จากตนเองและผู้อื่น (เกียร์ติยศชื่อเสียง)

        5. ความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ (อรหันต์)

        ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เกิดมามีความต้องการเหล่านั่นเพียงแต่ยังก้าวไม่ถึงการเป็นมนุษย์ที่ สมบูรณ์ เพราะผมยังคงเวียนวนด้วยกิเลสตัณหา ยังไม่ถึงขั้นที่ปลงตก จากการที่ผมได้พบปะกับผู้คนในวงสังคม ทำให้ผมได้พบสัจธรรมบางอย่าง ซึ่งทำให้ผมได้ครุ่นคิดว่า นี่หรือมนุษย์ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกที่จะปลง ลดความโกรธ ความโมโหลงมาอีกเยอะ ทั้งที่เมื่อก่อนผมจะเป็นคนอารมณ์ร้อน สิ่งที่ให้ผมค้นพบสัจธรรม ก็คือ

        1. เพื่อน ซึ่งเป็นบุคคลทีอยู่ใกล้ชิดกับเรา เป็นคนที่เราพบปะพูดคุย ไว้เนื้อเชื่อใจจากคำที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก คือ“เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก” ซึ่งผมได้สัมผัสอยู่ทุกวัน คนเหล่านั้นคบเราเพื่อนหวังผลประโยชน์ พอเราไม่มีประโยชน์สำหรับเขา คนเหล่านั้นก็จะมองเราเป็นเพียงตัวอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่เป็นไร คนเราต่างจิตต่างใจ ไม่ได้เกิด และเติบโตมาด้วยกัน ขนาดเกิดจากครอบครัวเดียวกันยังต่างจิตต่างใจเลย เพราะฉะนั้น ก็ทำใจไว้ เราต้องมีจุดมุ่งหมายของเรา

        2. คนรัก พอมีความรัก ทุกคนจะมองเห็นแต่สิ่งที่ดีงาม มองอะไรสวยงาม ไปหมด ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนคนเหล่านั้น แต่แค่เวลา 3-4 เดือน ทำให้ผมได้ข้อคิดอะไรมากมายจากคนรัก จากคำว่าเรารักกันกลายเป็นอย่างอื่น เพราะต่างคนต่างมีความต้องการเป็นของตัวเอง ซึ่งก็เหมือนกันบ้างไม่เหมือนกันบ้าง ทำให้ความคิดไปคนละทาง ความบาดหมางก็ก่อตัว ปรับความคิดคือวิธีที่จะแก้ปัญหา

        3. เพื่อนร่วมงาน เป็นบุคคลที่เราจำต้องพบปะพูดคุย ทำงานร่วมกันทุกวันต่างคนต่างมีความคิด มีทัศนคติที่แตกต่างกัน มีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่มีเหมือนกันคือ ความต้องการพื้นฐาน เกียรติยศ ชื่อเสียง ความสะดวกสบายต่างๆ ซึ่งทำให้เห็นสภาพจิตใจของแต่ละคนว่าจะแสดงออกกับเราอย่างไร เราต้องเรียนรู้และพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เมื่อเรายังคงต้องอยู่ร่วมกัน จากตำราต่างๆที่ได้ร่ำเรียนมา ก็เป็นเพียงแนวทาง เป็นไกด์ไลน์ที่จะชี้นำชีวิตของเราเท่านั้น แต่วิชาชีวิต ต้องเรียนตลอดเวลาที่เรายังมีลมหายใจอยู่ ไม่มีตำราเล่มไหนเทียบเท่ากับตำราชีวิต ซึ่งพร้อมจะบันทึกบทเรียนตลอดเวลา ทุกสถานการณ์ คงไม่มีนักวิชาการท่านใดที่จะเขียนตำราชีวิตได้สมบูรณ์ที่สุด จากความผิดพลาดครั้งหนึ่งในชีวิตครอบครัวของผม ทำให้ผมได้นำมาเป็นบทเรียน เพื่อที่จะแก้ไขความบกพร่องของตัวเองในสิ่งที่ทำผิดพลาดครั้งแรก แต่ละคนที่เข้ามาในชีวิตของผม หลังจากที่ทำผิดพลาดครั้งแรก แต่ละคนก็ได้เข้ามาต่อเติมบทเรียนชีวิตของผมให้มีความสมบูรณ์ขึ้นไปเรื่อยๆ ให้ข้อคิดอะไรมากมาย ฝากบทเรียนให้ผมได้ศึกษา ฝากโจทย์ปัญหาให้ผมได้ฝึกแก้ไข ซึ่งสิ่งที่ผมค้นพบคือ ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราเอง เพราะทุกคนก็มีความต้องการของตัวเอง จะให้มาทำตามความต้องการของคนอื่นทำได้น้อยมาก จากสัจธรรมหนึ่งซึ่งเป็นจริง คือ ไม่มีสรรพสิ่งใดในโลกที่อยู่เพียงลำพังได้ ทำให้ผมคิดว่า คงอยู่เพียงลำพังไม่ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ณ ปัจจุบันความคิดของผมเปลี่ยนไป เพราะผมไม่สามารถที่ใช้ชีวิตคู่ได้ ไม่สามารถทำทุกสิ่งให้กับใครเพียงบางคนได้ เพราะผมยังมีห่วงอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คอยอยู่ พ่อ แม่ ลูก ทำให้ผมต้องเป็นคนเลวในสายตาของคนอื่น ไม่เป็นไร ผมยอมรับในคำๆ นั้นได้ เพราะคำว่า “เลว” ก็ยังไม่เคยมีนักวิชาการท่านใด ได้ศึกษา และหาคำจำกัดความเลย ว่า เลว คือ อะไร การกระทำอย่างไร ระดับไหน เรียกว่าเลว มีเพียงความรู้สึกของมนุษย์เท่านั้น ที่ตัดสินกันเอาไว้ เมื่อคนอื่นทำไม่เหมือนที่ตนทำ ก็ตัดสินเลยว่า “เลว” หลายๆท่านคงจะเคยเจอเจอแบบนี้ เมื่อพูดถึงคนๆ เดียวกัน บางคนบอกว่า "เขาเป็นคนดี" แต่ทำไมอีกคนยืนยันว่า "เขาเป็นคนชั่ว" ทั้งๆ ที่เป็นคน ๆ เดียวกัน ... หรือว่า ความหมายของ "คนดี" ในแต่ละคน ไม่ใช่เพียงไม่เหมือนกัน ... แต่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง .. หรือมองคนละมุม หรือมองมุมได้ได้ประโยชน์ ...? ตั้งแต่ เด็ก ๆ เรียนกันมาก็ไม่ต่างกันมากนัก ... แต่ทำไม่พอโตขึ้นมา ถึงคิดกันคนละขั้ว ... ไม่แปลกที่คน ๆ เดียวกันมีทั้งดีและเลว แต่เป็นทั้งคนดีและคนเลวในคนเดียวกันได้หรือไม่ ... เราจะเรียกคน ๆ นี้ว่าอย่างไร ... "คนดี" เป็นแบบไหน ผมเชื่อว่าคุณคงได้ยินคำว่า "คนดี" ทุกวัน ได้ยินตั้งแต่เด็ก ๆ คนนี้เป็นคนดี หนูจะเป็นคนดี เราต้องเลือกคนดี ... แล้วคนดีเป็นคนอย่างไรละ ต้องทำอะไรถึงจะเป็นคนดี ต้องทำอะไรถึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดีในสังคม ... หรือแค่ไม่เป็น "คนเลว" ก็เป็นคนดีได้แล้ว

        ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของคำว่า “ ดี ” ไว้ว่าหมายถึง มีลักษณะที่เป็นไปในทางที่ต้องการ หรือน่าปรารถนา น่าพอใจ ส่วนคำว่า “ คนดี ” หมายถึง คนที่มีคุณความดี คนที่มีคุณธรรม ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งคำว่า ดี และคนดี ล้วนเป็นนามธรรม ยากแก่การเฉพาะเจาะจงลงไป สิ่งที่ “ ดี ” หรือ “ คนดี ” ในความคิดของคนๆหนึ่ง อาจจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ และประสบการณ์ความรู้ของแต่ละคน บางคนบอกว่า "คนดี หมายถึง คนที่ดำรงชีวิตอย่างมี คุณภาพ มีจิตใจที่ดีงาม มีคุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงออก เช่น มีวินัย มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล มีเหตุผล รู้หน้าที่ ซื่อสัตย์ พากเพียร ขยัน ประหยัด มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย เคารพความคิดเห็นและสิทธิของผู้อื่น มีความเสียสละ รักษาส่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นอย่างสันติสุข" "คำง่าย" แต่เข้าใจยาก โดยเฉพาะถ้าจะนำไปปฏิบัติ ... คุณ คิดว่า "คนดี" เป็นอย่างไร

        ความหมายของคำว่า "ชั่ว" " ชั่ว" หมายถึง เลว ทราม ร้าย ไม่ดีเพราะจงใจฝ่าฝืนศีลธรรมหรือจารีตประเพณี เช่น คนชั่ว คำอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจคำว่า "ชั่ว" กระจ่างขึ้น

        "เลว" หมายถึง ต่ำ ทราม

        "ทราม" หมายถึง เลว

        "ร้าย" หมายถึง ชั่ว ความไม่ดี

        "ศีลธรรม" หมายถึง ความประพฤติที่ดีที่ ชอบ

        "ดี" หมายถึง มีลักษณะที่เป็นไปในทางที่ต้องการ น่าปรารถนา น่าพอใจ

        "ประเพณี" หมายถึง สิ่งที่นิยมถือประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาจนเป็นแบบแผน

        "จารีต" หมายถึง ประเพณีที่สืบต่อกันมานาน

        ความเป็นจริงผมทำเลวกับคนคนหนึ่งเพื่อทำดีกับคนอีกหลายคน ซึ่งคงจะลบล้างกันไม่ได้ เพราะความดีกับความเลวแบ่งแยกกันชัดเจน อาจจะเลวในสายตาเธอ แต่ฉันก็ได้เจอคำว่าดีในสายตาคนอื่น เป็นทางที่ยากแก่การตัดสินใจ ขอน้อมรับคำว่า เลว เป็นคำตอบที่เลือก ผมคงเหมาะกับการอยู่คนเดียว ท่องเที่ยวค้นหาบทเรียนชีวิต เส้นทางชีวิตของคนเราบางคนก็เชื่อว่าถูกลิขิตไว้แล้วด้วยฟ้าเบื้องบน ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่สำหรับผมกับคิดว่าชีวิตของตัวเองนั้นหาได้ถูกลิขิตไว้ด้วยสิ่งอื่น แต่กลับเชื่อว่า “ชีวิตใช่ลิขิตด้วยชะตาฟ้า สองมือข้าเท่านั้นที่ลิขิตชีวิตตัวเอง” ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนอื่น

“Goodbye Twin”. I will be walk alone. Until, I discove Something is True . I will be Comeback .