ตัณหาราคะ มันเป็นคำที่น่าเกลียดนักหรือ
ตัณหาหมายถึงความอยาก ราคะหมายถึงความถูกใจ
อยากทำอะไรเมื่อได้ทำตามที่อยากแล้วเกิดความถูกอกกูกใจติดใจในสิ่งที่ได้ทำก็อยากทำซ้ำ หรือยิ่งทำยิ่งอยาก
ความอยากมันเป็นรากฐานของการเกิดทุกข์ (เข้าใจยากเน้อ)
เคยบวชตามประเพณีได้ประมาณ 10 วันเมื่อตอนอายุเบญจเพศ ขณะนั้นคิดเพียงว่าได้บวชให้แม่ในฐานะเกิดมาเป็นลูกผู้ชาย แต่ลึกๆคิดในใจว่าเราจะมีผู้หญิงกับเขาก็ไม่น่าเกลียดเพราะถือว่าได้บวชเรียนแล้ว
เราได้ปฏิบัติการถือศีลตามวินัยสงฆ์ ได้บิณฑบาตร ได้กรวดน้ำแผ่เมตตา ได้ให้ศีลให้พร และได้ความรู้สึกดีๆหลายประการในขณะนั้น
หลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยได้เข้าวัด จนกระทั่งช่วงที่ปฎิบัติราชการอยู่ที่ไชยา ก็ได้เข้าวัดสวนโมกข์เพราะเจ้านายซึ่งท่านเป็นสาธารณสุขจังหวัดขณะนั้น ท่านอยู่ที่สวนโมกข์เป๋นประจำ และช่วงที่ท่านอาจารย์พุทธทาส กำลังเป็นที่รู้จัก ผู้หลักผู้ใหญ่ระดับกระทรวงก็ไปเยี่ยมสวนโมกข์ไม่ขาดสาย ทำให้เราต้องเทียวเข้าเทียวออกอยู่เป็นประจำ
เราพินิจพิจารณาดู ก็คิดว่าไม่ได้แตกต่างจากเรา หลายท่าน ที่เข้าๆออกๆ ไม่ได้นำอะไรติดตัวไปมากมาย นอกจาก การรู้จัก คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และก็ปริศนาธรรมในโรงปั้น ได้ฟังพระอาจารย์เทศนา ได้อ่านหนังสือธรรมะ ซึ่งก็คงไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้งมากแต่ สำหรับตัวเองนั้นรู้สึกว่าจะมีผลในด้านการเกิดมโนธรรมปลูกฝังความรู้สึกดีๆมากมายหลายประการ ที่ถือว่าเป็นวัคซีนสร้างภูมิต้านทานทางจิตได้มากมาย คือศักยภาพในการระงับยับยั้งเมื่อเกิดการกระทำที่เบียงเบนไปด้านลบ หรือก็คือประพฤติชั่ว แม้จะผิดพลาดไปบ้างก็ดึงตนกลับมาได้ทัน
หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เราเริ่มเข้าวัดอีกครั้ง เพื่อทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ โดยเฉพาะทุกวันพระแปดค่ำ 15 ค่ำ หากไม่ติดภาระกิจที่ไหนก็จะไม่ขาด และเริ่มได้ความรู้สึกว่าจริงแล้วศาสนาหลัก ทุกศาสนา เขาก็มีวันหยุดจริงเดือนละ 4 วัน คริสต์ ไปโบสถ์วันอาทิตย์ อิสลาม ทุกวันศุกร์ แล้วพุทธศาสนิกชนเราก็เดือนละ 4 วันเช่นกันเรียกว่าวันอุโบสถศีล เพราะฉนั้นเมื่อเป็นวันหยุด เราก็หยุดจริงคือหลังจากรับศีล 5 เราก็ถือว่าวันนั้นเราต้องปฏิบัติตัวไม่ให้ด่างพร้อยจากศีลที่รับมา และเราตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดา ญาติสนิทผู้ล่วงลับ สิ่งที่เราทำดีในวันหยุดเช่นนั้นก็ถือว่าความดีนั้นได้อุทิศให้ด้วย
เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนา รู้สึกว่า จะมีผู้ไปทำบุญมากขึ้น โดยเฉพาะการที่ครูนำนักเรียนไปร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นวันมาฆะบูชา วันวิสาขะบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันรับตายาย ส่งตายาย วันสงกรานต์ แต่ท่ามกลางกระแสสังคมที่แปรเปลี่ยนจากปัจจัยหลายๆประการ ไม่ว่าความล้มเหลวด้านการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ทำให้เกิดผลิตภ้ณฑ์ที่สังคมไม่พึงปราถนามากมายหลายประการ ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ทางเพศที่ทำแท้ง ทิ้งอย่างมากมายก่ายกอง การไม่มีเป้าหมายชีวิตของเยาวชน ทำให้รวมกลุ่มมั่วสุม ในทุกๆเรื่อง แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือความแตกแยกที่ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองกระทำอย่างที่ผ่านมาทุกทุกเรื่อง ต่างส่งผลเชื่อมโยงทั้งนั้น
ประเด็นภัยภิบัติ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้รับรู้ ได้เห็นกันจากสื่อ จากการที่ได้ประสบกับตนเอง จากญาติพี่น้องของตนเอง การได้อ่านข้อความที่ถูกส่งต่อกันเช่นเรื่องราวของวันสิ้นโลก เรื่องภัยพิบัติแผ่นดินยุบ น้ำท่วมใหญ่ ก่อนการเข้าสู่ยุคพระศรีอาริย์ ซึ่งกล่าวว่าผู้ที่จะมีชีวิตรอดถึงยุคนั้น ต้องเป็นผู้ที่มีบุญ จากผลบุญที่ได้กระทำ ชาวบ้านอ่านแล้ว ให้ส่งต่อให้ผู้อื่น คนละเจ็ดใบ ถ้าคิดให้ดีแล้วนับเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะสม ในการที่จะให้ผู้ขวนขวายหาบุญเพื่อรอดพ้น ได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ บทบาทหน้าที่ของคน เรื่องของบุญที่อยู่ไกล้ตัว ทำได้ทุกเวลาทุกโอกาสด้วยความเข้าใจชัดเจน
เริ่มต้นคิดใหม่ คิดจากวันสำคัญทางศาสนาก่อน ปีหนึ่งมีวันอะไรบ้าง วันที่รำลึกถึงพระพุทธเจ้า คือวันวิสาขะบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 วันที่พระองค์ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ถัดจากนั้นไปอีก 2 เดือน คือวันอาสาฬหบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 วันที่ พระพุทธเจ้าเริ่มแสดงธรรมครั้งแรกและเกิดพระภิกษุสงฆ์องค์แรกที่พระพุทธเจ้าบวชให้ คือพระอัญญาโกญทัญญะ เป็น วันกำเนิดพระรัตนตรัย และเป็นวันเริ่มต้นการขับเคลื่อนพุทธศาสนา และ วันมาฆะบูชา คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3เป็นวันที่พระภิกษุที่พระพุทธเจ้าบวชให้ และได้ออกไปเผยแพร่พระศาสนา ได้มาร่วมประชุมพร้อมกัน เพื่อนำประสบการณ์มาหาข้อสรุป ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ให้โอวาทในสรุปสุดท้าย คือโอวาทปาติโมกข์ เน้นที่หลักการสอนการแนะนำให้คนสร้างกุศลกรรมทำความดี
ส่วนช่วงเข้าพรรษา ก็เป็นช่วงการร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ ประเพณีที่สอดแทรก ในช่วงเข้าพรรษา เช่นพิธีรับส่งตายาย ก็เป็นกิจกรรมทำบุญใหญ่รำลึกถึงผู้มีพระคุณผู้ล่วงลับ เป็นการรวมญาติ รวมหมู่คณะให้ลูกหลานได้รู้จักกัน
ก่อนที่เราจะรู้เรื่องอื่นๆให้ชัด ก็ต้องทำความรู้จักพระพุทธเจ้าให้ชัดเจนเหมือนกัน ได้หาหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธเจ้ามาอ่าน ได้หนังสือจากสวนโมกข์ และไปเจอหนังสือศาสนวิทยา ของอาจารย์แสง จันทร์งามคณะมนุษย์ศาสน์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหนังสือที่เก่ามาก จำได้ว่าไปที่วัดพระบรมธาตุไชยา ทำบุญและหยิบ หนังสือเล่มนี้มา แต่ไม่ได้อ่านเป็นกิจลักษณะ ไปเจออีกครั้งที่ในโรงเก็บของรีบหยิบมาไว้หิ้งพระทันที แล้วตั้งใจอ่าน ไปเจอหนังสือการ์ตูนเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าจากร้านเซเว่นก็ซื้อมานั่งอ่าน ทำให้เข้าใจและรู้จักความเป็นพระพุทธเจ้าได้ชัดเจน ความรู้สึกที่ดีเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะการที่ได้เกิดมาเป็นพุทธศาสนิกชน เป็นคนในศาสนาของผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
รู้สึกว่าจะเขียนยืดยาวอีกแล้ว ยังไม่เข้าเนื้อหาเลย พบกันตอนต่อไป สวัสดีครับ
....สวัสดี.."สิทธารถะ"...ผู้รู้..ผู้ตื่น..ผู้..เบิกบาน......