การทำดีหรือชั่ว ต้องพิจารณาดูทั้งเจตนาเป็นต้นเค้าและผลของการทำ
กรรมแบ่งตามทวาร
ทวารคือทางแห่งการทำกรรมมี 3 ทางคือ
1 . ทางกาย คือ ทำให้เสร็จด้วยการใช้กำลังกายทำ
2 . ทางวาจา คือ ทำให้เสร็จด้วยการใช้ภาษาเป็นเครื่องมือทำ
3 . ทางใจ คือ ทำให้เสร็จด้วยการนึกคิดทำ
การกระทำบางอย่างต้องใช้ทั้ง 3 ทางดังกล่าว ต้องดูว่าจุดสมบูรณ์จริง ๆ อยู่ทางใด ดังเช่น...แม้ว่าในการฆ่าคน ๆ หนึ่งนั้น ผู้ฆ่าจะต้องใช้ความคิดด้วย ใช้คำพูดด้วย แต่การฆ่าก็จัดเข้าอยู่ในกายกรรมอยู่นั่นเอง เพราะถือจุดสมบูรณ์แห่งกรรมนั้นเป็นเกณฑ์ กรรมอื่นก็พึงตัดสินด้วยเหตุผลอย่างนี้...ปิ่น มุทุกันต์ . พ.อ. . ( 2525 : 446 – 447 )
เกณฑ์การตัดสินกรรมดี – กรรมชั่ว
กรรมดีเรียกว่า กุศลกรรม กรรมชั่วเรียกว่า อกุศลกรรม กรรมทั้ง 2 มีเกณฑ์ตัดสินดังนี้
1 . พิจารณาต้นเหตุของกรรมว่า การทำนั้นมีเจตนาเป็นอย่างไร ถ้าเจตนาดี การทำนั้นดี ถ้าเจตนาไม่ดี การทำนั้นไม่ดี
2 . พิจารณาผลกรรมว่า ทำไปแล้วไม่สร้างความเดือดร้อนภายหลัง การทำนั้นดี ดังพุทธพจน์ว่า...กรรมใดทำแล้ว ไม่ทำให้เดือดร้อนภายหลัง มีผู้ทำใจแช่มชื่นเบิกบานเสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นทำจัดเป็นกรรมดี...( ขุ. ธ. 25 / 281 )
ส่วนกรรมใดทำลงไปแล้ว สร้างความเดือดร้อนภายหลัง การทำนั้นไม่ดี ดังพุทธพจน์ว่า...กรรมใดทำแล้วย่อมทำให้เดือดร้อนภายหลังมีหน้านองด้วยน้ำตา ร้องไห้อยู่ เสวยผลแห่งกรรมใด กรรมนั้นจัดเป็นกรรมไม่ดี...( ขุ. ธ. 25 / 281 )
สรุปได้ว่า กรรม คือ การทำดีหรือชั่ว ต้องพิจารณาดูทั้งเจตนาเป็นต้นเค้าและผลของการทำที่ตามมานั้นแล.
สาธุ...
สวัสดีครับ คุณNopparat Pongsuk
ยามว่างก็บันทึกเรื่องเล่าทางคำสอนของพุทธ เพื่อเป็นประโยชน์อยู่บ้างนะครับผม
ขอบคุณครับ
พอดีเปิดมาหาข้อมูลและเจอ เป็นประโยชน์มากคะ และรู้ว่าเป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน ยิ่งดีใจคะ