วิวจากหน้าต่างของเครื่องบินมองลงมาสู่ภาคพื้นดิน...

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ผมลงจากเครื่องบิน ณ สนามบินเมืองนครพนมตอน 2 ทุ่ม ผมเห็นพี่ชายน้องสาวผมและพี่จุน  เอกสะพังเธอเป็นลูกของลุงผม  เธอและลูกชายกับหลานชายคนเล็กอายุ 5 ขวบได้ขับรถจากที่อยู่เมืองโคราชไปเยือนญาติพี่น้องที่นครพนม และรถคันนี้มารับผมเพื่อกลับบ้านเกิด

 

ค่ำแล้วไปทางไหนละ  พอเลี้ยวเข้าทาง  บางคนว่าผิดทางเพราะไม่เห็นป้ายที่รู้จักจำต้องถอยไปเข้าในทางที่ถนัด  ผ่านวัดที่นำอัฐิของพ่อที่ลาลับโลกไปแล้ว  ผมเลยสั่งให้เข้าไปจอดรถตรงนั้นลงไปไหว้พ่อก่อนออกเดินทางต่อ  พอช่วงเย็นหลังเสร็จงานทุกอย่างแล้วก็อำลามวลญาติพี่น้องเพื่อเดินทางกลับเมืองปักษ์ใต้

 

มาผ่านเส้นทางเดิมเลยขอลงไปไหว้ลาพ่ออีกที  ธาตุที่บรรจุอัฐิของพ่อนั้นเป็นรูปเจดีย์องค์เล็กสัญลักษณ์ธาตุพนม  สำหรับองค์ใหญ่เป็นการบรรจุอัฐิธาตุของอาจารย์คือเจ้าคณะตำบลรามราช  ท่านเป็นทั้งอาจารย์ของคุณพ่อและผมด้วย ( เล่าไว้ให้ลูกหลานได้จดจำสถานที่ )

ที่ตั้งภายในวัดกลางบ้านรามราช

จากบ้านสะพัง มา ต. รามราช นั้น 5 หลักกิโลสมัยผมยังน้อยการไปมาไม่สะดวกต้องเดินอย่างเดียว  หมู่บ้านรามราชเป็นชุมชนชาวภูไทเดินตรงนี้เป็นอำเภอต่อมาย้ายอำเภอไปที่ท่าอุเทน  จังหวัดนครพนม  จากการสืบเชื้อสายคนในชุมชนนี้มีบรรพบุรุษมาจากฝั่งประเทศลาวเช่นกัน

มองจากที่พักมาปากทางเข้า...ในเขตดอนเมือง

และผมขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเมืองนครพนม ช่วง 2 ทุ่มมาถึงสนามบินดอนเมืองราวเกือบ 4 ทุ่ม และหาที่พักแถวเขตดอนเมืองนั้นพอรุ่งขึ้นอีกวันจึงได้ต่อเครื่องบินมาลงสนามบินเมืองหาดใหญ่

สะพานเปรมติดกับสถาบันทักษิณคดีศึกษาเกาะยอ

สิ่งที่มองเห็นช่วงบินไปทางภาคอีสานคือมีฝนตกช่วงโคราช  ขอนแก่นและสกลนคร 

อ่าวไทยและทะเลสาบสงขลามองเห็นเกาะสี่เกาะห้าที่เคยไป

ตอนขากลับมีเมฆมากแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย พึ่งจางไปแถวทะเลสาบสงขลามองเห็นทะเลสองฝั่งและมองเห็นสะพานเปรมเกาะยอชัดเจน 

เห็นอ่างเก็บน้ำใน มอ. หาดใหญ่ชัดเจน

จนมาถึงเหนือเขาคอหงส์เห็นบริเวณอ่างเก็บน้ำที่เคยมาวิ่งออกกำลังกายมองเห็นบ้านพักในที่สุดก็มาถึงถิ่นเดิมเติมด้วยสายฝนห่าใหญ่เรื่อยมาแม้จนเดี๋ยวนี้ยังคงมีฝนตกลงมาพรำ ๆ ในแดนใต้คงย่างเข้าฤดูฝนแล้วสินะ ขอให้ทุกคนดูแลสุภาพด้วยนะครับ  เพราะน่าฝนมักจะไม่สบายกันเยอะนั้นแล.