มนุษยชาติส่วนใหญ่ทำดีเท่าที่สามารถจะทำได้ และทุกคนมีสัญชาติญาณแห่งความเป็นครูเมื่อจำเป็น

                ทำไมผู้เขียนจึงต้องสอนหนังสือ   ใครหลายคนที่เคยถามคำถามนี้กับผู้เขียนมานับครั้งไม่ถ้วน  ผู้เขียนมักให้คำตอบว่าต้องการเป็นครูเพราะไม่อยากทำงานขั้นบริหาร  ผู้ที่ได้ยินคำตอบก็คงรู้สึกงงงวยเพราะดูเหมือนผู้เขียนคิดอะไรโง่ๆ ในสังคมอเมริกัน  ใครๆก็อยากก้าวหน้า และยกระดับตัวเองกันทุกคน ทั้งด้านการเงิน และอำนาจ

                แน่นอนว่าผู้เขียนเลือกไปสอนหนังสือไม่ใช่เพราะเป็นงานที่ง่าย นักเขียนหลายคนพบว่าการเป็นครูเป็นอาชีพที่ยากที่สุด ต้องอ่านมาก ตื่นเต้นมาก และรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สาเหตุที่อ่านมากก็เพราะไม่เคยรู้สึกว่าพร้อมที่จะสอน  ไม่ว่าจะเตรียมการสอนจนดึกดื่นแค่ไหน  วันก่อนการสอนจะมีอาการตื่นเต้นเพราะรู้สึกตื่นเต้นทั้งๆที่ทุกครั้งจะเดินเข้าห้องสอน รู้สึกว่าตังเองเป็นอะไรสักอย่างเมื่อยืนอยู่ต่อหน้านักศึกษา รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเดินออกจากห้องเรียนในชั่วโมงต่อไปเพื่อจะเข้าใจความรู้สึกของตนเองว่ากำลังแย่ลงไปทุกทีๆ แต่ไม่ใช่เพราะว่าผู้เขียนสอนเพราะรู้คำตอบ หรือรู้เนื้อหามาทั้งหมดแล้ว แต่เป็นเพราะถูกขับดันให้รู้สึกว่าต้องเรียนหนังสือไปกับนักศึกษาและรู้สึกแปลกใจทุกครั้งที่มีการจดคำบรรยายลงในสมุด..

                ผู้เขียนชอบสอนหนังสือ เพราะชอบเห็นความก้าวหน้าของปฏิทินการสอน มิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม เป็นช่วงที่เป็นวันหยุดภาคที่ผู้เขียนต้องผสมผสานระหว่างการทำวิจัยและเตรียมการสอนเพื่อให้พร้อมที่จะสอนในภาคต่อไป

                ผู้เขียนชอบสอนหนังสือ เพราะมันเป็นงานอาชีพที่สร้างสรรค์ แม้เอกสารการสอนจะเป็นฉบับเดิม แต่ผู้เขียนก็เปลี่ยนแปลงการสอนได้ ที่สำคัญตัวนักศึกษาก็ปล่อยไปด้วย

                ผู้เขียนชอบสอนหนังสือ เพราะมีเสรีภาพที่จะทำอะไรผิดๆ ได้ศึกษาบทเรียน ซึ่งช่วยกระตุ้นทั้งตัวเองและนักศึกษา ในฐานะที่เป็นครู ผู้เขียนเป็นนายตัวเอง ผู้เขียนอยากให้นิสิตใหม่ศึกษาวิธีการเขียนหนังสือ ก็จะบอกให้เขียนเป็นตำราของตนเอง ไม่มีใครจะมาสั่งว่าผู้เขียนทำไม่ได้ แม้ว่านักศึกษาจะทำหนังสือเล่มนั้นออกอย่างมาอย่างแย่ที่สุด ก็จะได้บทเรียนจากความผิดพลาดอันนั้นไม่ใช่หรือ

                ผู้เขียนชอบสอนหนังสือ เพราะว่า ผู้เขียนชอบถามคำถาม และนักศึกษาก็จะต้องต่อสู้มาเพื่อจะได้คำตอบ ในโลกนี้เต็มไปด้วยคำตอบที่ถูกสำหรับคำถามที่ยาก แต่ผู้เขียนก็ไม่คิดจะตั้งคำถามที่นักเรียนต้องตอบคำถามตามที่ผู้เขียนคาดหวัง

                ผู้เขียนชอบสอนหนังสือ  เพราะผู้เขียนชอบเรียน ที่จริงผู้เขียนมีชีวิตแห่งความเป็นครูก็ตรงที่ยังเรียนอยู่ตลอดเวลา การค้นพบที่สำคัญของผู้เขียนในอาชีพนี้คือ ผู้เขียนสอนได้ที่สุดไม่ใช่ในเรื่องที่ตัวเองรู้แล้ว แต่เป็นเรื่องที่ตัวเองอยากรู้

                ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องมีอาชีพสอนหนังสือ คนเหล่านี้เติบโตเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดต่อหน้า ต่อตาผู้เขียน ผู้เป็นครู เป็นผู้สร้างสรรค์คน เมื่อดินเหนียวที่เราปั้นเป็นรูปเป็นร่าง มันก็น่าตื่นเต้น...

                การสอนหนังสือก็ยังทำให้สิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากเงินและอำนาจ นั่นคือให้ความรัก ไม่เฉพาะความรักที่ได้จากการเรียนรู้ และจากหนังสือและความคิด แต่ยังเป็นความรักที่ครูให้แก่นักเรียนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเริ่มต้นที่จะมีชีวิตใหม่ซึ่งที่แท้จริงคำว่า “ความรัก ”  อาจเป็นคำที่ผิดถ้าใช้คำว่า “เวทย์มนตร์” ดูจะเหมาะกว่า ผู้เขียนสอนหนังสือเพราะอยู่ใกล้คนที่กำลังจะเริ่มหายใจ ผู้สอนเองก็รู้สึกว่าจะหายใจไปพร้อมกับผู้คนเหล่านั้น