ตอแหลจัง ตังค์ไม่พก...
ด้วยยูมิได้เดินทางขึ้นไปภาคอีสาน
เพราะมีเหตุจำเป็นด่วนให้ต้องเดินทางขึ้นอีสานไงละครับตามบันทึกที่แล้ว ช่วงเดินทางโดยสารเครื่องบินจากเมืองหาดใหญ่เข้ากรุงเทพ ฯ มีเที่ยวบินให้เลือกถึง 3 ชื่อราคาก็อยู่ในราว 2 พัน 5 ร้อยบาทต่อเที่ยวบินขาไปและรวมขากลับก็อยู่ในราว 5 พันบาท
จากดอนเมืองไปลงสนามบินเมืองนครพนมมีสายการบินเดียวเป็นเครื่องบินขนาดเล็กตรงปีกเครื่องบินมีใบพัดหมุนข้างละ 1 ตัว ช่วงบินอยู่รู้สึกว่าเสียงใบพัดหมุนดังมากคุยกันแทบไม่ได้ยิน แต่คงเป็นธรรมชาติอย่างนั้นละ
ค่าตั๋วขาไปราคา 2 พัน 9 ร้อยบาทรวมขากลับก็ ตีว่า 6 พัน ถามว่าทำไมราคาสูงจัง ตอบว่าเพราะไม่มีคู้แข่ง บินอยู่สายการบินเดียวไงละ ถ้ามีสักสองสายการบินคงด้ำราคาลงมาบ้างมั้ง...อิ อิ อิ
ใช้เวลาเดินทางไปถึงจุดหมายในวันเดียวจากขอบฟ้าเมืองปักษ์ใต้ถึงขอบฟ้าเมืองอีสาน นับเป็นความเจริญทางคมนาคมในยุคนี้นะครับ
ณ หมู่บ้านสะพัง ต. รามราช อ. ท่าอุเทน จ . นครพนม ตอนบ่ายวันหนึ่งผมเดินเลาะเล่นไปในกลางหมู่บ้านได้เข้าไปนั่งคุยกับผู้อาวุโสคือนายสว่าง นิวงษา อดีตผู้ใหญ่บ้านสะพัง ท่านอยู่ในวัยเดือนกันยายนจะถึงนี้ก็ย่าง 80 ปี ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นนี้ให้เจริญขึ้นเช่นเดียวกันกับผู้นำหมู่บ้านนี้คนอื่นซึ่งรวมกับคุณพ่อผมด้วย
เรานั่งคุยกันใต้กระตอบหลบแดดมีลมโชยเย็นฉ่ำ ท่านเล่าให้ยูมิฟังว่า...ถามว่าบ้านนี้ห่างจากเมืองนครพนมกี่กิโลเมตร ตอบว่า...ประมาณ 22 ได้ ถามว่าบ้านนี้อยู่ห่างจากแม่น้ำโขงที่กั้นเขตแดนไทยกับลาวเท่าไร ตอบว่า...ประมาณ 15 ได้ ถามว่าบ้านนี้อยู่ห่างจากอำเภอท่าอุเทนกี่กิโล ตอบว่า...18 ได้ สมัยก่อนใช้เท้าเดินทางมา เช่น ไปกลับเมืองนครก็ออกจากบ้านนี้ตอนตีห้าพอกลับมาก็ราวทุ่มหรือสองทุ่มใช้เดินเท้า
สมัยคุณพ่อของยูมิเป็นผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ได้สร้างความเจริญไว้น่าสนใจเช่น ได้งบมาสร้างโรงเรียนบ้านแพงสะพังระดับชั้น ป. 1 - 6
นำไฟฟ้าเข้ามายังหมู่บ้าน จะแบ่งที่ทำกินให้ชาวบ้านจนเกิดเป็นหมู่บ้านใหม่ เป็นต้น
การคุยกันได้ท้าวความหลังความเป็นมาอันเป็นปริศนาอย่างหนึ่งที่ผมอยากรู้คือ...ผู้คนในชุมชนนี้มีเชื้อสายมาจาก...ข้าพระทอง สองน้ำ ...นามสกุลที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษสายตรงคือ นามสะกุล...เอกสะพัง...คนถือนามสะกุลนี้มีมากในเขตเมืองนครพนม สกลนคร หนองคาย และที่บ้านไร่ฝ่าย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ อยากถามว่าใครจะเป็นคนไขปริศนาที่ว่า...ข้าพระทอง สองน้ำคืออะไร..?
ชาวบ้านสะพัง คนใส่หมวกสะพายบาตรคืออดีตผู้ใหญ่บ้านสะพังชื่ออิน
คนใส่เสื้อขาวคอกลมคือนายสงวน เอกสะพัง ( อดีตผู้ใหญ่บ้านสะพัง ) คนใส่เสื้อหน้าอกเขียนว่า...ตอแหลจัง ตังค์ไม่พก...คือนายเตียง เป็นมัคคทายกวัดที่เห็นวัดอยู่ด้านหลังไร ๆ ละ
โดยต้นสายของคนที่นี้มาจากหมู่บ้านกูบกองลอ ปัจจุบันอยู่ในประเทศลาว คนหมู่บ้านนี้ได้ย้ายถิ่นฐานออกไปที่ใกล้ ๆ กันมี ถึง 3 หมู่บ้านแล้วขณะนี้มีสายเข้ามาถามว่า...ฮอดเฮือนแล้วเบาะ..?( ไปพิเต๊อะ )แปลว่าไปไหน ( ภาษาไทกะเลิง ) คนถามคือญาติยูมิเองชื่อนายสงวน เอกสะพัง อดีตผู้ใหญ่บ้านสะพัง ก่อนกลับได้ขอเบอร์โทรไว้
การคุยกันได้มุมคิดหลากหลาย คำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ ไม่คิดอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดอีกหรือ..?
ห่างจากหมู่บ้านที่เกิดกายไปไม่เท่าไหร่ก็เป็นสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยของเมืองนครพนมนั้นเองแล...