การจัดการความรู้
Knowledge Management
ความรู้ หมายถึง การเรียนรู้ที่เน้นถึงการจำและการระลึกได้ถึงความคิด วัตถุ และปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นความจำที่เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ที่เป็นอิสระแก่กัน ไปจนถึงความจำในสิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อนและมีความสัมพันธ์ระหว่างกันความรู้ตามลักษณะ สามารถแบ่งได้ 2 แบบ ดังนี้
1.ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาตญาณของแต่ละบุคคล เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์
2.ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็น ความรู้ที่สามารถ ถ่ายทอดได้โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึก
ความรู้ตามโครงสร้าง
1.โครงสร้างส่วนบนของความรู้ ได้แก่ Idea ปรัชญา หลักการ อุดมการณ์
2.โครงสร้างส่วนล่างของความรู้ ได้แก่ ภาคปฏิบัติการของความรู้ ได้แก่องค์ความรู้ที่แสดงในรูปของ ข้อเขียน สัญญะ การแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ศิลปะ การเดินขบวนทางการเมือง โครงสร้างส่วนล่างของความรู้มีโครงสร้างระดับลึกคือ ความหมาย (significant)
ความรู้และอำนาจ
ความรู้และอำนาจ เป็นสิ่งเดียวกัน เพราะถูกผลิต และ เคลือบไว้ภายใต้รูปแบบ 2 รูปแบบ คือ
1.รูปแบบที่แสดงออกถึงความรุนแรง ได้แก่ ความรู้ทางด้านการปราบปราม การทหาร การควบคุมนักโทษ อาชญวิทยา การสงคราม จิตเวชศาสตร์
2.รูปแบบที่แสดงออกถึงความไม่รุนแรง แต่แฝงไว้ด้วยความรุนแรง ได้แก่ ความรู้ทางด้านสื่อสารมวลชน การโฆษณา การตลาด ทฤษฎีบริหารธุรกิจ ทฤษฎีทางการเมือง ความรู้ทางการศึกษา การพัฒนาและทุกสิ่ง ที่ใช้การครอบงำความคิด ผ่านปฏิบัติการทางการสร้างความรู้เพื่อ กีดกัน/เบียดขับ/ควบคุม มนุษย์
การจัดการความรู้ คือ การรวบรวม สร้าง จัดระเบียบ แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ความรู้ในองค์กร โดยพัฒนาระบบจากข้อมูลไปสู่สารสนเทศ เพื่อให้เกิดความรู้และปัญญาในที่สุด
การจัดการความรู้โดยใช้โมเดลปลาทู
"โมเดลปลาทู" เป็นโมเดลที่เปรียบการจัดการความรู้เป็น 3 ส่วนคือ
หัวปลา หมายถึง ส่วนที่เป็นเป้าหมาย วิสัยทัศน์ หรือทิศทางการจัดการความรู้
โดยจะต้องเป็นส่วนของผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด
ตัวปลา หมายถึง ส่วนของการแลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งจะต้องกระตุ้นให้ผู้ดำเนินกิจกรรม KM
มีการแลกเปลี่ยนความรู้ โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้นที่มีอยู่ และอำนวยให้เกิดการเรียนรู้แบบเป็นทีม
เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนความรู้และเกิดนวัตกรรมในที่สุด
หางปลา หมายถึง ส่วนของคลังความรู้ ที่ได้จากการเก็บสะสม เกร็ดความรู้ที่ได้จากกระบวนการ
แลกเปลี่ยนความรู้ ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของหางปลานี้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ICT ซึ่งเป็นการสกัดความ
รู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้เด่นชัด นำไปใช้และยกระดับต่อไป
การจัดการความรู้โดยใช้ เกลียวความรู้ SECI Model
1)สังคม Socialization
: การเปลี่ยนแปลง..ความรู้โดยนัย ..กับ.. ความรู้โดยนัย
2) สกัดความรู้ Externalization
: การเปลี่ยนแปลง...ความรู้โดยนัย..ไปเป็น...ความรู้ที่ปรากฎชัดแจ้ง
3) รวมความรู้ Combination
: การเปลี่ยนแปลง...ความรู้ที่ปรากฎชัดแจ้ง...กับ...ความรู้ที่ปรากฎชัดแจ้ง
4) ฝังความรู้ Internalization
: การเปลี่ยนแปลง....ความรู้ที่ปรากฎชัดแจ้ง...ไปเป็น...ความรู้โดยนัย
องค์ประกอบสำคัญของการจัดการความรู้
1. “คน” ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นแหล่งความรู้ และเป็นผู้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์
2.“เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
3. “กระบวนการความรู้” นั้น เป็นการบริหารจัดการ เพื่อนำความรู้จากแหล่งความรู้ไปให้ผู้ใช้ เพื่อทำให้เกิดการปรับปรุง และนวัตกรรม
ข้อควรระวังของการจัดการความรู้
• ดำเนินการแบบไม่มีระบบ ไม่มีโครงสร้าง ไม่มีหลักเกณฑ์
• การตัดสินใจมักกระทำโดยไม่ได้ใช้ความรู้ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในองค์กร
• ความรู้ที่มีอยู่ไม่ได้ถูกใช้ซ้ำ ไม่ได้มีการแลกเปลี่ยน สมาชิกองค์กรต้องสร้างความรู้ใหม่
ขึ้นใช้เองโดยไม่จำเป็น ทำให้มีการทำงานซ้ำกับงานที่คนอื่นภายในองค์กรเคยทำไว้แล้ว
• สมาชิกในองค์กรอยู่ภายใต้สภาพที่สารสนเทศท่วมท้นจนเกิดความสับสนมากกว่า
ที่สารสนเทศจะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น
• การปกปิดความรู้ระหว่างองค์กรเป็นเรื่องปกติ และไม่มีความสนใจในกลุ่มสมาชิก
ขององค์กรที่จะช่วยกันเพิ่มพูนความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศกับการจัดการความรู้
• ระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Document and Content Management System)
• ระบบสืบค้นข้อมูลข่าวสาร (Search engines)
• ระบบการเรียนการรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning)
• ระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Meeting System and VDO Conference)
• การเผยแพร่สื่อผ่านระบบเครือข่าย (e-Broadcasting)
• การระดมความคิดผ่านระบบเครือข่าย (Web board หรือ e-Discussion)
• ซอฟต์แวร์สนับสนุนการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Groupware)
• บล็อก (Blog หรือ Web blog)
• ประสบการณ์ผ่านพื้นที่เสมือน (Cyber space)
ปล. หาเนื้อหาเพิ่มเพื่อเสริมให้เนื้อหาให้เข้าใจได้มากขึ้น
• ดำเนินการแบบไม่มีระบบ ไม่มีโครงสร้าง ไม่มีหลักเกณฑ์
• การตัดสินใจมักกระทำโดยไม่ได้ใช้ความรู้ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในองค์กร
• ความรู้ที่มีอยู่ไม่ได้ถูกใช้ซ้ำ ไม่ได้มีการแลกเปลี่ยน สมาชิกองค์กรต้องสร้างความรู้ใหม่ขึ้นใช้เองโดยไม่จำเป็น ทำให้มีการทำงานซ้ำกับงานที่คนอื่นภายในองค์กรเคยทำไว้แล้ว
• สมาชิกในองค์กรอยู่ภายใต้สภาพที่สารสนเทศท่วมท้นจนเกิดความสับสนมากกว่า
• ระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Document and Content Management System)
ทดสอบๆ ของการแสดงความคิดเห็น