การจัดการความรู้ Knowledge Management

                ความรู้คืออะไร

ความรู้มี 2 ประเภท ได้แก่ สิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว หรือ  เรารู้ว่าเราจะสามารถหาสารสนเทศได้ที่ไหน

ชนิดของความรู้

  1. วัตถุ 
  2.  ทักษะ
  3.  กฎแห่งสามัญสำนึก
  4.  ประสบการณ์เป็นความรู้ที่ฝึกฝน
  5.  พรสวรรค์

ประเภทของความรู้

        ข้อมูล (Data)            

        สารสนเทศ (Information)

         ความรู้ (Knowledge)  1. โดยนัย (Tacit)  2. ชัดเจน (Explicit)

รูปแบบความรู้

ความรู้ในคน <<<>>>  ความรู้ในตำรา

ความรู้โดยนัย <<<>>>   ความรู้ที่ปรากฎชัดแจ้ง

Tacit Knowledge TK <<<>>>   Explicit Knowledge EK

    คน  Employee Brains 52%

    เอกสารกระดาษ Paper Document 26%

    เอกสารอิเลกทรอนิกส์

    Electronic Document 20%

    Email, CD 12%

ความหมายของการจัดการความรู้

การบริหารจัดการองค์กรเพื่อมุ่งไปสู่การสร้างฐานความรู้  แห่งองค์กรใหม่อย่างต่อเนื่อง

การสร้างองค์การที่ให้การสนับสนุนความรู้

การอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่อยู่ในองค์กร

การสร้างเครื่องมือทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

การให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม

การจัดการความรู้ คืออะไร

       การจัดการความรู้คือการนำความรู้ขององค์กรมาจัดระดับการทำประโยชน์เพื่อเป็นต้นทุนทางปัญญา

       ระบบวิธีการที่ช่วยให้สารสนเทศและความรู้เกิดขึ้น และมีการถ่ายทอดไปยัง บุคคลต่างๆที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อทำให้เกิดคุณค่า

        มุ่งเน้นวิธีการที่องค์กร แยกแยะ สร้าง จับประเด็น แสวงหา ใช้ร่วมกัน และ จัดกลุ่มความรู้  ขบวนการที่เป็นระบบนี้จะสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ก็ให้เกิดความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง  สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีเฉพาะที่องค์กรปฏิบัติเพื่อจัดการความรู้ของแต่ละองค์กร

 

โมเดลปลาทู (Tuna Model)

       รูปแบบการมองประเด็นของการจัดการความรู้อย่างง่ายของ ดร.ประพันธ์ ผาสุขยืด ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการสื่อสารพัฒนาการเรียนรู้ สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.)

ส่วนประกอบของโมเดลปลาทู

       ส่วน “หัวปลา” (Knowledge Vision-KV) หมายถึง ส่วนที่เป็นเป้าหมาย วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของการจัดการความรู้

       โดยก่อนที่จะทำจัดการความรู้ต้องตอบให้ได้ว่า “เราจะทำ KM ไปเพื่ออะไร?”

       “หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “คุณกิจ” หรือ ผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด โดยมี “คุณเอื้อ” และ “คุณอำนวย” คอยช่วยเหลือ

        ส่วน “ตัวปลา” (Knowledge Sharing-KS) เป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ

        “คุณอำนวย” จะมีบทบาทมากในการช่วยกระตุ้นให้ “คุณกิจ” มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้นที่มีอยู่ในตัว “คุณกิจ” พร้อมอำนวยให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีมให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้และเกิดนวัตกรรม

        ส่วน “หางปลา” ( Knowledge Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้” หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู” ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ตัวปลา” ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ “หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ICT ซึ่งเป็นการสกัดความรู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้ที่เด่นชัด นำไปเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนหมุนเวียนใช้พร้อมยกระดับต่อไป

เกลียวความรู้  SECI Model

 1) สังคม Socialization

     : การเปลี่ยนแปลง..ความรู้โดยนัย ..กับ.. ความรู้โดยนัย

2)  สกัดความรู้ Externalization

     : การเปลี่ยนแปลง...ความรู้โดยนัย..ไปเป็น...ความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้ง

3)  รวมความรู้ Combination

     : การเปลี่ยนแปลง...ความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้ง...กับ...ความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้ง

4)  ฝังความรู้ Internalization

     : การเปลี่ยนแปลง....ความรู้ที่ปรากฏชัดแจ้ง...ไปเป็น...ความรู้โดยนัย

เส้นทางของกิจกรรม

       1) การบริหารคน  Management of People

           : ความรู้เป็นขั้นตอน Knowledge as Process            

       2) การบริหารสารสนเทศ Management of Information

           : ความรู้ที่เป็นวัตถุ Knowledge as an Object

ระดับของกิจกรรม (Level of Activities)

       1) ระดับส่วนตัว Individual Perspective

       2) ระดับองก์กร Organization Perspective

 

มิติในการจัดการความรู้

       1) KM as Technology  : how-to

       2) KM as Discipline : AI  ทฤษฎี

       3) KM as a Management Philosophy and Practice : ปรัชญา การปฏิบัติ

       4) KM as a Societal and Enterprise Movement : ทุนทางปัญญา

หลักในการจัดการความรู้

       1) ให้คนหลากหลายทักษะ หลากหลายวิธีคิดทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

       2) ร่วมกันพัฒนาวิธีทำงานในรูปแบบใหม่ๆ

        3) ทดลอง / เรียนรู้

        4) นำเข้า Know How จากภายนอก

คลังความรู้

1.ทั้ง TK และ EK

2.ใหม่ สดเสมอ ไม่เก่าเก็บ

3.ทุกเวลา ทุกที่ ทุกคน

4.เข้าถึงง่าย ใช้ง่าย

พื้นที่ประเทืองปัญญา

1. “พื้นที่” สำหรับการเลือกเปลี่ยนเรียนรู้

2. อิสรภาพ ความเอื้ออาธร เชื่อถือ ไว้วางใจ

3. ไม่อายที่จะถาม ไม่หวงที่จะบอก

4. บอกแม้สิ่งที่ไม่แน่ใจ

ข้อควรระวังของการจัดการความรู้

1. ดำเนินการแบบไม่มีระบบ ไม่มีโครงสร้าง ไม่มีหลักเกณฑ์

2. การตัดสินใจมักกระทำโดยไม่ได้ใช้ความรู้ที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในองค์กร

3. ความรู้ที่มีอยู่ไม่ได้ถูกใช้ซ้ำ ไม่ได้มีการแลกเปลี่ยน สมาชิกองค์กรต้องสร้างความรู้ใหม่ขึ้นใช้เองโดยไม่            จำเป็น ทำให้มีการทำงานซ้ำกับงานที่คนอื่นภายในองค์กรเคยทำไว้แล้ว

4. สมาชิกในองค์กรอยู่ภายใต้สภาพที่สารสนเทศท่วมท้นจนเกิด ความสับสน มากกว่าที่สารสนเทศจะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น

5. การปกปิดความรู้ระหว่างองค์กรเป็นเรื่องปกติ  และไม่มีความสนใจในกลุ่มสมาชิกขององค์กรที่จะช่วยกันเพิ่มพูนความรู้

กฎในการจัดการความรู้

1. สมัครใจ ไม่ใช่กะเกณฑ์

2. “ การรู้ ” เกิดเมื่อต้องการใช้ความรู้

3. “ รู้ ” มากกว่าที่เราเขียนได้ หรือ พูดได้

4. มีสารสนเทศ / ความรู้เพิ่มเติม

 

การจัดการความรู้

       1.ทำเพื่อพัฒนาตนเอง

       2.ทำเพื่อพัฒนาองค์กร

       3.ทำเพื่อพัฒนาฐานความรู้

       4.ทำเพื่อพัฒนาส่วนรวม

       5.ทำเพื่อให้สามารถปฏิบัติได้

การจัดการความรู้ไปทำไม

      1.ใช้ความรู้และสร้างความรู้ ณ จุดใช้งาน

       2.ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้

       3.ช่วยยกระดับความรู้ TK และ EK

       4.เก็บเป็นเอกสาร

กระบวนการจัดการความรู้

  • การจัดหาความรู้   (Knowledge Acquisition) : internal, external
  • การจัดเก็บค้นคืนความรู้  (Knowledge Storage and Retrieval)
  • การใช้ความรู้ (Knowledge Usage/ Utilization)
  • การเคลื่อนย้าย/กระจาย/แบ่งปันความรู้ (Knowledge Transfer/Distribution/ Sharing)
  • การสร้างความรู้ใหม่   (New Knowledge Creation)

เทคโนโลยีสารสนเทศกับการจัดการความรู้

  • ระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Document and Content Management System)
  • ระบบสืบค้นข้อมูลข่าวสาร (Search engines)
  • ระบบการเรียนการรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning)
  • ระบบการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Meeting System and VDO Conference)
  • การเผยแพร่สื่อผ่านระบบเครือข่าย (e-Broadcasting)
  • การระดมความคิดผ่านระบบเครือข่าย (Web board หรือ e-Discussion)
  • ซอฟต์แวร์สนับสนุนการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Groupware)
  • บล็อก (Blog หรือ Web blog)
  • ประสบการณ์ผ่านพื้นที่เสมือน (Cyber space)