อนุมานสัญญา
- สัญญาแรก - เริ่มเดือนพฤศจิกายน 2553 ระยะเวลาสัญญา 12 เดือน ส่งมอบสลากกินแบ่งจำนวน 24 งวด ซึ่งสหกรณ์ฯ ต้องโอนเงินค่ามัดจำสัญญาล่วงหน้าประมาณ 396 ล้านบาท ให้แก่บริษัท เทวาสิทธิ์ พิฆเนศ จำกัด คู่สัญญา
- สัญญาที่สอง - เริ่มเดือนมกราคม 2554 ระยะเวลาสัญญา 12 เดือน ส่งมอบสลากกินแบ่งจำนวน 24 งวด ซึ่งสหกรณ์ฯ ต้องโอนเงินค่ามัดจำสัญญาล่วงหน้าประมาณ 396 ล้านบาท ให้แก่บริษัท เทวาสิทธิ์ พิฆเนศ จำกัด คู่สัญญา
- นอกจากนั้นแล้ว สหกรณ์ฯ จะต้องโอนเงินไปให้บริษัท เทวาสิทธิฯ เพื่อซื้อสลากกินแบ่งในแต่ละงวดๆ ละอีกประมาณ 145 ล้านบาท (2 สัญญาๆ ละ 72.5 ล้านบาท) ซึ่งหมายถึง สหกรณ์ฯ จะได้รับสลากกินแบ่งมาจำหน่ายให้แก่สมาชิก จำนวนถึง 2,000,000 ฉบับ (145 ล้านบาท/ราคาซื้อจากกองสลากฯ ฉบับละ 72.50 บาท )
-
บริษัท เทวาสิทธิฯ ต้องจ่ายเงินคืนในแต่ละงวด
ให้สหกรณ์ฯ (หลังจากที่บริษัทฯ
ได้นำสลากกินแบ่งในโควต้าของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี
ไปจำหน่ายได้แล้ว) ดังนี้
- ค่ารับซื้อสลากกินแบ่งคืน 162,000,000 บาท (2,000,000 ฉบับ ราคารับซื้อคืนจากสหกรณ์ฯ ฉบับละ 81 บาท) ดังนั้น สหกรณ์ฯ จะได้กำไรงวดละ 17,000,000 บาท(162,000,000-145,000,000 บาท)
- จ่ายคืนค่าเงินมัดจำสัญญาล่วงหน้า (จ่ายคืนเป็นรายงวด) สัญญาละ 10 ล้านบาท/ต่องวด รวม 2 สัญญา เป็น 20 ล้านบาท/ต่องวด (มีบางแหล่งข่าวรายงานว่าสัญญาละ 8 ล้านบาท/ต่องวด รวม 2 สัญญา เป็น 16 ล้านบาท/ต่องวด)
สหกรณ์ฯ เอาเงิน 700
กว่าล้านบาทมาจากไหน
ในใบปลิว "เล่าเรื่องสหกรณ์ "
โดย คณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 54
ท่านหนึ่ง ได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า "เงินที่ใช้ซื้อสลากนี้
ขอเรียนให้สมาชิกทราบว่าเป็นเงินซึ่งคณะกรรมการได้ไปกู้มา
มิใช่เงินฝากของสมาชิกแต่อย่างใด" ผู้เขียนขอแสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า
ท่านควรต้องถามย้อนกลับว่า เงินที่ท่านคณะกรรมการฯ ไปกู้มากว่า 700
ล้านบาทนั้น ท่านใช้อะไรไปเป็นหลักค้ำประกัน
มีแหล่งเงินกู้ที่ไหนเขาจะให้ท่านมาฟรีๆ ที่ท่านไปกู้ก็คือ
หนี้สินของสหกรณ์ฯ หนี้สิ้นของสมาชิกทั้งหมด เครดิตที่ใช้กู้ก็คือ
เงินสดของสมาชิกที่ฝากไว้ในแหล่งเงินกู้นั้นๆ
เป็นหลักค้ำประกันนั่นเอง ท่านไม่ได้กู้ในนามบุคคลทั้ง 15
คน ท่านกู้ในนามของสหกรณ์ฯ ลองคิดในมุมกลับ
หากท่านคณะกรรมการฯ ไม่มีปัญญาใช้หนี้ตามแผนการที่ท่านวางไว้
หนี้สินเหล่านี้จะตกอยู่ที่ใคร? คงไม่ใช่คณะกรรมการทั้ง 15
ท่านนี้กระมัง ที่ต้องชดใช้หนี้...
-
จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาราชบุรี จำนวน 200 กว่าล้านบาท (ได้รับคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารของธนาคารฯ ว่า มีการกู้จริง แต่เป็นการกู้เพื่อนำไปให้สมาชิกกู้ยืมอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามวาระปกติ)
-
จากชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย จำกัด จำนวน 500 ล้านบาท
มันทำกำไรได้อย่างไร
แหล่งข่าวในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่ง
เล่าว่าปกติแล้ว
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบริษัทเอกชน หรือยี่ปั๊ว
ฉบับละ 72.50 บาท และขายคืนให้บริษัทเอกชนหรือยี่ปั๊วนั้นๆ
ฉบับละ 81 บาท ทำให้ สหกรณ์ฯ ได้รับกำไรส่วนต่าง ฉบับละ 8.50 บาท
และใน 8.50
บาทนี้จะจัดสรรประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู
ดังนี้
- ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ฉบับละ 0.50 บาท
- กรรมการและผู้ประสานงาน ได้ฉบับละ 0.25 บาท
- ผู้จัดการสหกรณ์ ได้ฉบับละ 1 บาท
- กำไรเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ฉบับละ 6.75 บาท
หากการซื้อขายเป็นเช่นนี้จริง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี ซึ่งซื้อสลากกินแบ่งงวดละ 2,000,000 ฉบับ ดังนั้นในรอบ 15 วันที่สลากกินแบ่งรัฐบาลออก จะมีการจัดสรรงบประมาณดังนี้
- ประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ จะได้รับเงินจัดสรร 1,000,000 บาท
- กรรมการและผู้ประสานงาน จะได้รับเงินจัดสรร 500,000 บาท
- ผู้จัดการสหกรณ์ จะได้รับเงินจัดสรร 2,000,000 บาท
- กำไรเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 13,500,000 บาท
- รวมเงินจัดสรรทั้งสิ้น 17,000,000 บาท
การบริหารความเสี่ยง
-
หากสัญญาดังกล่าวเป็นจริง ตอนนี้บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ รับเงินค่ามัดจำก้อนโตจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี ไปแล้วจำนวน 792 ล้านบาท (396+396 ล้านบาท) และจะทยอยคืนเงินค่ามัดจำให้สหกรณ์ฯ เป็นงวดๆ ละ 20 ล้านบาท หมายถึงตอนนี้ บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ มีเงินสดเข้ากระเป๋าไปแล้ว 792 ล้านบาท ส่วนเขาจะนำไปฝากธนาคาร ใช้สำรองหมุนเวียน หรือนำไปลงทุนทำอะไรก็ได้ ก็เป็นสิทธิของเขา
คำถาม : ทำไมต้องนำเงินสหกรณ์ไปมัดจำสัญญาให้บริษัทฯ โดยเฉพาะเงินก้อนนี้เป็นเงินที่สหกรณ์ฯ กู้ยืมมา ต้องเสียดอกเบี้ยให้กับแหล่งเงินกู้ แต่กลับนำไปประเคนให้บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ โดยไม่ได้ผลตอบแทนใดๆ จากเงินก้อนนี้เลย -
ใครจะเป็นคนค้ำประกันสัญญาว่า บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ นี้จะคืนเงินค่ามัดจำสัญญานี้ให้สหกรณ์ฯ จนครบ 792 ล้านบาทจริง
คำถาม : หาก บริษัทฯ นี้ไม่กระทำตามสัญญา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ จะทำอย่างไร? -
ในแต่ละงวดของสลากกินแบ่งรัฐบาล รอบ 15 วัน สหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี ต้องโอนเงินไปให้บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ เพื่อซื้อสลากกินแบ่ง จำนวน 2,000,000 ฉบับ เป็นเงิน 145 ล้านบาท หลังจาก บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ นำไปจำหน่ายได้แล้วจะโอนเงินกลับคืนมาให้สหกรณ์ฯ 162 ล้านบาท
คำถาม : แล้วหากบริษัท เทวาสิทธิ์ฯ ไม่โอนเงินคืนกลับมา อ้างว่าจำหน่ายไม่หมด หรือจำหน่ายไม่ได้ สหกรณ์ จะทำอย่างไร?
คำถาม : สลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 2,000,000 ฉบับ มีตัวตนหรือไม่? หรือมีแต่ตัวเลข
คำถาม : หากสหกรณ์ฯ จะนำสลากกินแบ่งมาจำหน่ายให้สมาชิกในราคาสวัสดิการ ทำไมต้องซื้อถึง 2,000,000 ฉบับ ทั้งๆ ที่สมาชิกสหกรณ์มีจำนวน 9,000 กว่าคน หรือสหกรณ์ฯ กำลังจะทำธุรกิจเป็นซาปั๊ว จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียเอง -
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ไปทางผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้ว ท่านแจ้งว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ที่กองสลากไม่มี แต่อาจจะมีพวกยี่ปั๊วและซาปั๊ว ไปรวมกลุ่มกัน และไปติดต่อ หลอกหลวงกับทางสหกรณ์เอง
คำถาม : ทำไม? สหกรณ์ออมทรัพย์ครู จึงไม่ตรวจสอบเครดิตเรื่องโควต้าสลากกินแบ่งของ บริษัท เทวาสิทธิ์ฯ ไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไทย จำกัด อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ ไม่ให้คำปรึกษาและชี้แนะแก่สหกรณ์ แถบยังให้กู้ยืมเงินแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ราชบุรี เพื่อมาใช้ทำสัญญาเรื่องนี้ อีกถึง 500 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีอีกหลายหน่วยงานที่สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำได้อาทิ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือแม้แต่สหกรณ์จังหวัดราชบุรีเอง -
ฯลฯ
ประชุมวิสามัญเร่งด่วนเพื่อชี้แจง
เรื่องที่ผู้เขียนได้เขียนมานี้
เป็นเพียงเรื่องที่อนุมานและสังเคราะห์ขึ้น
โดยนำข้อมูลมาจากบทความในหนังสือพิมพ์ ใบปลิว หนังสือร้องเรียน
แหล่งข่าวบุคคลที่เชื่อถือได้ ข้อความ ตัวเลข วันเวลา
และระยะเวลาที่ระบุอาจมีความผิดพลาดแตกต่างกันไป หากสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี
ต้องการทราบข้อมูลที่แท้จริงแล้ว คงต้องเกิดจากการชี้แจงของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี
ชุดที่ 54 เองโดยตรง
ขณะนี้มีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี ได้เข้าชื่อกันกว่า 300 คน ร้องขอให้มีการจัดการประชุมวิสามัญ เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 54 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในครั้งนี้ให้สมาชิกฯ ทราบ โดยยื่นหนังสือให้แก่ประธานคณะกรรมการโดยตรง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 ซึ่งหากเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของสหกรณ์ฯ แล้ว คณะกรรมการดำเนินการ จะต้องจัดให้มีการประชุมวิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นั่นหมายถึงต้องจัดให้มีการประชุมวิสามัญ ภายในไม่เกินวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2554 ที่จะถึงนี้ ....ข้อเท็จจริงต่างๆ ก็จะปรากฎขึ้น
เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องที่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี ทุกคนต้องใส่ใจ..อย่าปล่อยให้มันสายเกินไป
*******************************
