ผมหมายมั่นปั้นมือมานานหลายปี ว่าจะหาโอกาสไปเดินชมสวนที่อยู่ด้านหน้าคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล   ที่อยู่ติดกับถนนพระราม ๖  เพราะนั่งรถผ่านมองเข้าไปทีไรผมรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด   เป็นเหมือนสวนป่าอยู่ในท่ามกลางป่าคอนกรีต

          แล้วโอกาสก็มาถึง ในเช้าวันที่ ๒๑ ก.ค. ๕๔ สภามหาวิทยาลัยมีกำหนดไปเยี่ยมชื่นชมศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ซึ่งอยู่ที่อาคารสตางค์ มงคลสุข ในคณะวิทยาศาสตร์   ผมไปถึงก่อน ๗ น. และตรงไปที่สวนทันที พร้อมกล้องถ่ายรูปคู่ใจ

          แล้วผมก็ไปพบ Bio-Geo Path ซึ่งเป็นทางเดินศึกษาธรณีวิทยาและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต  แม้จะเห็นร่องรอยว่าคงจะจัดทำเมื่อหลายปีมาแล้ว   และขาดการบำรุงรักษาไปบ้าง   แต่นิทรรศการชุดนี้ก็ยังน่าสนใจ   ผมถ่ายรูปเอาไว้ทุกจุด  แล้วเอาไปถามอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ว่าใครเป็นคนจัดทำนิทรรศการชุดนี้   จึงทราบว่าคือ อ. ปริญญา พุทธาภิบาล แห่ง ม. มหิดล วข. กาญจนบุรี ที่ผมเล่าไว้ในบันทึกนี้  

          ผมได้ทราบว่าทางเดินศึกษาฯ ที่คณะวิทยาศาสตร์นี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์  และกรมธรณีวิทยา  สำหรับให้ความรู้แก่เยาวชนในวันวิทยาศาสตร์   ผมถามว่า “เส้นทางการเรียนรู้ชีววิทยา-ธรณีวิทยา” นี้มีคนมาใช้ประโยชน์มากไหม   คำตอบคือใช้เฉพาะช่วงวันวิทยาศาสตร์   ทำให้ผมจินตนาการว่า นี่คือ “สินทรัพย์” ที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่ง สำหรับให้ นศ. ของ ม. มหิดล ได้ฝึก “จิตอาสา” หรือวิญญาณของการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น   ด้วยการจัด “ท่องเที่ยวเส้นทาง ชีวะ-ธรณี ย้อนยุคสู่ดึกดำบรรพ์” หรือชื่ออื่นที่ เซ็กซี่กว่านี้ก็ได้   โดยจัดในวันเสาร์หรืออาทิตย์ ๑ วัน   จัดให้สม่ำเสมอ เช่นทุกวันเสาร์สัปดาห์ที่ ๔ ของเดือน   มี นศ. อาสาสมัครจำนวนหนึ่งของชมรม ... มาเป็นพี่เลี้ยง   โดยมีการสัมมนาพี่เลี้ยงเสียก่อน เพื่อให้ชัดเจนว่า เยาวชนที่มาเข้ากิจกรรมจะได้รับแรงบันดาลใจอะไรกลับไป   โดยกิจกรรมเร้าแรงบันดาลใจนี้จะจัดอย่างไร   นอกจากใช้เส้นทาง Bio-Geo แล้ว   จะใช้พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ของกรมธรณีวิทยา ที่อยู่ตรงข้ามถนน อย่างไร
งาน “ท่องเที่ยวเพื่อแรงบันดาลใจ” นี้ ต้องจัดแยกกลุ่มอายุ   ต้องประกาศรับสมัครล่วงหน้า   และควรมีสปอนเซอร์ ซึ่งน่าจะหาได้ไม่ยาก   และไม่ควรเป็นการจับมา “เข้าชั้นเรียน”  แต่ควรเน้นทำกิจกรรม ที่สนุก ท้าทาย และสร้างแรงบันดาลใจ   เท่ากับชมรมพาน้องเที่ยวเส้นทาง Bio-Geo นี้ต้องทำการบ้านและพัฒนาวิธีการ “พาเที่ยวแบบเที่ยวเอง” นี้อยู่ตลอดเวลา

          ผมเข้าไปเดินเที่ยวเส้นทาง Bio-Geo เดี๋ยวเดียว กลับมาจินตนาการที่บ้านไปไกล  จะเห็นว่าในชีวิตคนเรามีโอกาสลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้มากมาย  หากเรากล้าจินตนาการและกล้าลงมือทำ   และนี่คือหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ที่จะต้องส่งเสริมให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ใช้จินตนาการและการลงมือทำเพื่อประโยชน์ของสังคม

          ในสวนนี้ นอกจากมีเส้นทาง Bio-Geo แล้ว   ยังเป็นสวนสุขภาพด้วย   คือเป็นลู่วิ่งออกกำลัง และเครื่องมือกายบริหารต่างๆ   แต่เช้าวันนี้ผมไม่เห็นมีคนมาใช้เป็นที่ออกกำลังกายเลย

          และยังมีโต๊ะและม้านั่งหินตั้งใว้ให้คนมานั่งในสวน แยกห่างๆ กันหลายที่  สวนนี้จึงเป็นที่สำราญ พักผ่อนหย่อนใจ ได้อย่างดี

          แปลกที่เมื่อเข้าไปอยู่ข้างในสวนเข้าจริงๆ ผมรู้สึกสดชื่นน้อยกว่าเมื่อนั่งอยู่บนรถและมองเข้าไปเห็นความเขียวชะอุ่มของต้นไม้   เมื่อเข้าไปในสวนเห็นลำต้นและต้นไม้หลายระดับดังในรูป   แต่มองจากข้างนอกเห็นเฉพาะส่วนที่เป็นยอดไม้ใบไม้เขียวชอุ่ม  

          ผมนึกเปรียบเทียบสวนริมถนนที่สิงคโปร์   ที่เราเดินอยู่ในระดับพื้นดินก็ได้ความสดชื่น   น่าจะเป็นเพราะเขาเน้นปลูกต้นไม้ที่มีความสูงหลายระดับ  รวมทั้งระดับคลุมดิน   ทำให้เราได้สัมผัสต้นไม้โดยแทบไม่เห็นดินเลย   สวนที่คณะวิทยาศาสตร์แทบไม่ได้ปลูกพืชคลุมดิน   จึงเห็นดินมากและได้สัมผัสความเขียวที่ระดับดินน้อยไป

 

วิจารณ์ พานิช
๓๑ ก.ค. ๕๔

 

บรรยากาศภายในสวน


 

ลู่วิ่งของสวนสุขภาพ


 

 เส้นทาง Bio-Geo


 

สามแยก Bio-Geo


 

มนุษย์ถ้าต่างสายพันธุ์


 

จำลองการตกทับถมของชั้นตะกอน การเกิดทรากฟอสซิลส์ ของไดโนเสาร์


 

ยุค ไทรแอสสิค 251 ล้านปีก่อย


 

มหายุคพรีแคมเบรียน ๒,๕๐๐ - ๕๔๐ ล้านปีก่อน


 

บรรยากาศภายในสวน