กบและมดช่วยทำนากู้ชาติ (ตอนที่ 2)


ผมเคยอ่านหนังสือของท่านฟูกูโอกะชาวญี่ปุ่นเรื่อง “ปฏิวัติเกษตรด้วยฟางเส้นเดียว” คือท่านปลูกข้าวโดยไม่ไถนา และใช้น้ำน้อยมาก ถ้าวิธีของผมใช้ได้น่าจะเรียกว่าปฏิวัติเกษตรด้วยมดตัวเดียว

นอกจากแมลงแล้ว ปัญหาสำคัญอีกประการคือวัชพืช ซึ่งผมได้คิดค้นวิธีในการกำจัดวัชพืชได้อีกวิธี ด้วยการใช้”มดง่าม” ใช่...มดง่าม ไม่ได้พิมพ์ผิดครับ

 

แนวคิดนี้เกิดจากการที่วันหนึ่งผมเดินกลับจากการไปสอนหนังสือ โชคดีที่อยู่ม.บ้านนอก ทำให้ต้องเดินผ่านป่าย่อมๆ ระหว่างทางเห็นมดง่ามนับแสนตัวมันเดินแถวกันอย่างเป็นระเบียบ เลยนอนราบลงกันพื้นดูมันเดินกัน ได้เห็นมดทหารก้ามโตทำหน้าที่กวดขันมดงานที่แตกแถวออกไป ประหลาดมาก แต่เอ๊ะนั่น....มดงานส่วนใหญ่คาบอะไรมา สังเกตดูโห..เมล็ดพันธุ์ทั้งนั้นเลย เป็นเมล็ดหญ้าหลากหลายพันธุ์ ที่หล่นอยู่บนสนามหญ้าข้างๆ  แสดงว่ามดเหล่านี้ไปเก็บเมล็ดหญ้าที่ตกอยู่ตามดินในสนามหญ้าข้างๆป่าเอาไปเข้ายุ้งฉางของพวกมัน เพื่อเก็บเอาไว้กินในฤดูฝนแน่นอน (เรื่องนี้ควรมีการวิจัยกันอย่างจริงจัง เชื่อไหมกองทัพบกสหรัฐฯยังวิจัยมด แต่กรมวิชาการเกษตรไทยเชื่อว่าไม่มีใครจับเรื่องนี้)

 

          ผมจึงคิดต่อไปว่ามันน่าจะใช้มดปราบวัชพืชได้โดยปราบที่ต้นตอเลย วิธีการคือเราต้องเพาะเลี้ยงมดง่ามไว้ให้ดี พอจะเริ่มฤดูทำนา ก่อนที่ฝนจะตก เราก็เอามดไปปล่อยในนา ให้มันเก็บเมล็ดพืชกินให้หมดเกลี้ยง จากนั้นก็เรียกมดกลับรัง แล้วเอามดออกไปขจัดเมล็ดหญ้ายังนาแปลงต่อไปเรื่อยๆ ก็เมื่อไม่มีเมล็ดเสียแล้ววัชพืชก็ไม่เกิด การปลูกข้าวอาจไม่ต้องไถนาด้วยซ้ำไป เพราะการไถนานั้นจุดประสงค์หลักก็เพื่อพลิกหน้าดินกลบเมล็ดวัชพืชให้มันตายนั่นแหละ แต่ก็ไม่หมด ต้องปล่อยน้ำเข้ามาทำให้มันเน่าอีกซ้ำสอง (ผมเคยคิดเอาเองว่าการไถนาก็เพื่อให้ดินร่วนซุย ถามคนมามากทั้งชาวนาและนักวิชาการเกษตร ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนสักที บัดนี้ผมสรุปเอาเองว่าการไถนานั้นส่วนใหญ่เพื่อกลบเมล็ดหญ้า)

 

          ผมเคยอ่านหนังสือของท่านฟูกูโอกะชาวญี่ปุ่นเรื่อง “ปฏิวัติเกษตรด้วยฟางเส้นเดียว” คือท่านปลูกข้าวโดยไม่ไถนา และใช้น้ำน้อยมาก ถ้าวิธีของผมใช้ได้น่าจะเรียกว่าปฏิวัติเกษตรด้วยมดตัวเดียว เพราะไม่ต้องไถเหมือนกัน ส่วนน้ำอาจไม่ต้องไขเข้ามาเลย ใช้ฝนธรรมชาติก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนกบเขียด แม้ไม่มีน้ำก็ยังอยู่ได้ โดยต้องวิจัยหาเขียดพันธุ์ที่ทนแล้งสักหน่อย ซึ่งมีอยู่มากมาย

 

          สำหรับชาวสวน ผมเคยถามคำถามมานานว่าทำไมเขาไม่เลี้ยงกิ้งก่า (กะปอม) แย้ จิ้งจก ตุ๊กแก รวมทั้งงูต้นไม้ตัวเล็กๆที่ไม่มีพิษ เพราะพวกนี้กินแมลงเป็นอาหารทั้งนั้น โดยเฉพาะแย้นั้นยังเป็นอาหารอันโอชะอีกด้วย (อย่างน้อยก็ของชาวอีสานและหวา) ได้ข่าวว่าญี่ปุ่นกว้านซื้อกะปอมไทยไปมาก สงสัยว่าคงไม่ได้เอาไปกิน แต่เอาไปขจัดแมลงในสวนแน่ๆเลย คนไทยเราอยู่กับคำตอบแท้ๆ แต่คิดกันไม่ค่อยออก

 

          เมื่อสัก 8 ปีมาแล้วผมไปร่วมประชุมกับชาวสวนปาล์มน้ำมันที่พังงา (เพราะผมทำงานวิจัยด้านไบโอดีเซล)  ชาวสวนบอกว่าอาจารย์ช่วยหาวิธีกำจัดหนูให้พวกผมหน่อย เขาคงต้องการฟังคำตอบที่แสนไฮเทค ผมคิดสัก2-3 นาที่ก็บอกเขาไปว่ามีทางเลือกง่ายอยู่ 3 ทางคือ

1)       เลี้ยงงูสิง ซึ่งงูกินหนู แล้วยังจับงูขายพวกฮ่องกงได้ราคาดีอีกด้วย (วิธีนี้ไม่เป็นที่ยอมรับเพราะชาวสวนปาล์มกลัวงูกันมาก)

2)       เลี้ยงนกฮูก (เพราะนกฮูกจับหนูกินวันละมากๆ)

3)       เอาคนอีสานมาเป็นคนงาน (เพราะคนอีสานกินหมด ทั้งหนูและงู) (ข้อนี้เรียกเสียงหัวเราะจากที่ประชุม แต่ผมว่ามันเป็นวิธีที่ดีมากเลย)

 

วิธีที่สอง (เลี้ยงนกฮูก) บัดนี้กลายเป็นที่นิยมไปแล้วในหมู่คนทำสวนปาล์ม ได้ข่าวว่ากลายเป็นอาชีพใหม่ไปแล้ว คืออาชีพรับขจัดหนูในสวนด้วยนกฮูก (แต่คงไม่มีใครจำได้แล้วหละว่าใครเป็นคนต้นคิดเรื่องนี้)

 

ต่อไปอาจมีอาชีพเลี้ยงมดง่ามช่วยทำนาก็ได้นะครับ (มดง่ามไม่นำเพลี้ย ซึ่งเป็นศัตรูพืช ที่นำเพลี้ยมาคืดมดแดง) มดง่ามกับกบเขียดก็ไม่ขัดแย้งกัน เพราะมดง่ามทำงานตอนช่วงก่อนฝน ซึ่งกบเขียดยังจำศีลอยู่ ไม่งั้นกบเขียดจะเจี๊ยะมดง่ามหมดเสียก่อน

หมายเลขบันทึก: 454938เขียนเมื่อ 19 สิงหาคม 2011 19:55 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 พฤษภาคม 2012 12:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้าจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (6)

สวัสดีครับคุณ ทวิช ธรรมชาติจัดสรร ครับ

เราต้องเพาะเลี้ยงมดง่ามไว้ให้ดี พอจะเริ่มฤดูทำนา ก่อนที่ฝนจะตก เราก็เอามดไปปล่อยในนา ให้มันเก็บเมล็ดพืชกินให้หมดเกลี้ยง จากนั้นก็เรียกมดกลับรัง แล้วเอามดออกไปขจัดเมล็ดหญ้ายังนาแปลงต่อไปเรื่อยๆ ก็เมื่อไม่มีเมล็ดเสียแล้ววัชพืชก็ไม่เกิด การปลูกข้าวอาจไม่ต้องไถนาด้วยซ้ำไป ( อาจารย์ ! หนูนอนขำอยู่หน้าจอคอม อยู่นานสองนาน อ่านย่อหน้านี้สองถึงสามรอบ แล้วก็ขำๆๆๆๆๆไม่ได้ว่าวิธี มดง่ามของอาจารย์ไม่ดี แต่อย่างใดนะคะ แต่อาจารย์ใช้ถ้อยคำอธิบาย น่ารักดี ฮามากๆ เลยอ่ะ) อย่างนี้ชาวนาคงทำนาไป ก็เกาไปด้วย อิอิ

๕ห้า5 ผมเองก็พลอยขำ คัน ในอารมณ์พอกัน

ทำเล่นไป ผมบุกไปม.เกษตรศาสตร์ ไปจับเข่าคุยกะอจ. นักวิจัยเรื่องมด ท่านสร้างพิพิธภัณฑ์มดด้วยนะ พอท่านได้ฟังเรื่องท่านบอกว่าเออดี คิดได้ไง ท่านจบปริญญาเอกเรื่องมด ทำวิจัยเรื่องมดมานานยังคิไม่ออก พร้อมให้ข้อมูลว่า มดง่ามมันเก่งจริงๆ เรื่องกินเมล็ดวัชพืชดังที่ผมว่าไป พร้อมถล่อมตนบอกว่ายินดีช่วยเหลือเป็นลูกมือทำวิจัยให้ผม

ผมเลยบอกท่านว่า ตรงกันข้าม ผมเอาโจทย์มาเสนออาจารย์ อยากให้อาจารย์ทำ ส่วนผม ถ้าทำอะไรเพื่อช่วนสนับสนุนอาจารย์ได้ก็ยินดีครับ

ทั้งหลายทั้งปวง ก็เพื่อชาติไทยเราครับ อิอิ

เรื่องมดทำนานี้ อย่าทำเป็นเล่นไปนะ ผมว่าถ้าทำสำเร็จ อาจถึงกับได้ โนเบล นะครับ เพราะมันจะปฏิวัติโลกได้ทีเดียว กล่าวคือ ไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า อีกต่อไป ช่วยโลกได้มากด้านมลภาวะในอากาศ ในดิน และในห่วงโซ่อาหารของมนุษยชาติ

สวัสดีครับ มารอบสองเพราะชอบพอจึงต่อด้วยของฝากเรียนรู้เรื่องมด กับกองทัพมดครับ

ด้วยความขอบคุณที่จุดประกายความคิด

น่าสนใจจังครับ วิจัยมด

วิธีการจับมดง่าม

มีเรื่องมดงามในชาดกพระศาสนาด้วยนะครับ

สวัสดีค่ะ

แวะมาติดตามสาระดีๆตอนที่ ๒ ค่ะ

โดนมดกัดคงแย่ค่ะ

ที่จริงธรรมชาติจัดการให้ดีอยู่แล้ว

หากแต่ว่าถ้าไม่ใช้สารเคมี

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท