กบและมดช่วยทำนากู้ชาติ (ตอนที่ 1)


ชาวนาอาจขายปลา กุ้ง กบ ได้เงินมากกว่าขายข้าวเสียอีก ข้าวชีวภาพก็สะอาด ราคาแพงกว่าปกติ แบบนี้ชาวนาไทยจะรวยกันหมดประเทศ (แต่รัฐบาล กระทรวงเกษตร กระทรวงวิทย์ ก็คงไม่รับรู้อีกตามเคยเพราะบริษัทปุ๋ย สารเคมีมันล็อบบี้หนัก และเงินมันก็หนักด้วย)

กบและมดช่วยทำนากู้ชาติ

เมื่อครั้งผมเป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษากะเขาอยู่ช่วงหนึ่ง พศ. ๒๕๔๕  มักต้องเดินทางเข้ามาประชุมในกทม. บ่อยๆ เลยถือโอกาสใช้เวลาว่างจากการนั่งรถให้เป็นประโยชน์ด้วยการคุยกับคนขับรถ ซึ่งมักเปลี่ยนหน้ากันมามิได้ขาด ได้ประโยชน์สองต่อคือ ได้ความรู้จากคนระดับล่าง และได้ความปลอดภัย (เนื่องจากทำให้คนขับรถไม่ง่วง) สิ่งที่ผมถามเขาก็คือเรื่องความเป็นอยู่กับการทำมาหากิน โดยเฉพาะการทำสวนนาไร่ ซึ่งมักเป็นอาชีพดั้งเดิมของพวกเขาเหล่านี้

 

การถามซอกแซกของผม ทำให้ผมรู้ว่าเมื่อก่อนนาข้าวไทยเราแถบอีสานมีเขียดขาคำ เยอะมาก เป็นเขียดตัวเล็กๆขนาดลำตัวกว้างสัก 0.5-1.0 ซม. ชาวนามักไปช้อนจับมาต้มปลาร้า อร่อยมาก แถมได้ธาตุอาหารดี แต่เดี๋ยวนี้หายไปหมด   ผมถามเขาว่าอ้าว..แล้วหายไปได้ยังไง เขาก็บอกว่าสงสัยมันจะสูญพันธุ์

 

แต่ผมมาคิดต่อยอดว่าต้องเป็นเพราะการใช้สารเคมีแน่ๆ มันเลยตายหมด จนกระทั่งผมไปเจอชาวนาเอาเขียดอีโม่มาขายในตลาดสดที่ชัยภูมิ ก็ถามว่านานี้ใช้ยาเคมีไหม เขาบอกว่าไม่ใช้ แล้วเขายังบอกอีกว่านาที่ใช้เคมีไม่มีเขียดอีโม่เลย

 

ผมคิดเชื่อมโยงต่อไปอีกว่า เขียดพวกนี้กินอะไรเป็นอาหาร อ้อ...แมลง พวกนี้ลิ้นยาว มันแลบออกไปตวัดแมลงเข้าปากวันละมาก ผมเลยเกิดแนวคิดว่าทำไมเราไม่เลิกใช้สารเคมีแล้วจงใจเลี้ยงเขียดอีโม่ในนาข้าวเสียเลย ตัวมันเล็ก มันกระโดเกาะไปตามใบข้าวได้ กินแมลงตัวเล็กๆ ไม่เหลือหรอ ส่วนมูลของมันก็กลายมาเป็นปุ๋ยชีวภาพให้ต้นข้าว เท่ากับว่าเปลี่ยนศัตรูพืชมาเป็นประโยชน์ต่อต้นพืชไปเสียเลย

 

ส่วนการกำจัดแมลงตัวใหญ่เราก็เลี้ยงเขียดและกบตัวใหญ่สิ  กบพวกนี้ยังจับไปขายได้อีก สร้างรายได้เพิ่มให้ชาวนา เป็นกบชีวภาพอีกด้วยนะ

 

ผมก็ได้แต่คิดไม่มีเวลาไปทำการทดลอง (ไปขอทุนเขาใครเขาจะให้เพราะเราเป็นวิดวะ) แต่อยู่มาวันหนึ่งผมไปพบนาที่อ.ประทาย จ.นครราชสีมา (ผ่านเครือข่ายเกษตรกรที่ผมไปเป็นที่ปรึกษาให้กับอำเภอประทาย) นาแห่งนี้ปลูกอยู่ข้างสระน้ำ เผอิญเจ้าของเอากบมาปล่อยในสระ ทำให้กบกระโดเข้าไปในนาข้าว โดยนาข้าวแห่งนี้ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่กลับงามที่สุดในละแวกนั้นซึ่งนาโดยรอบใช้สารเคมีทั้งสิ้น แสดงว่าทฤษฎีกบขจัดแมลงของผมน่าใช้ได้

 

 ผมไปเดินด้อมๆดูรอบคันนา เอ้า..มีเขียดอีโม่อยู่ด้วย มันมาของมันเองตามธรรมชาติ เลิกใช้ยาเมื่อไหร่ไข่มันก็คงจะปลิวมาลงนาเอง ยังมีเขียดตะปาดตาไสน่ารักมาก เจ้าของนาบอกว่าผมโชคดีที่เห็นเขียดนี้เพราะเขาเองยังไม่เคยเห็นเลย

 

ส่วนในน้ำก็มีปลาซิว และ กุ้งฝอยว่ายน้ำไสโชว์เรือนร่างแสนสวยอยู่ไปมา ทำให้ผมเกิดแนวคิดต่อไปว่า ถ้าฉีดยาปลากุ้งก็ตายหมด แต่ถ้าไม่ฉีดแล้วเลี้ยงปลากุ้งฝอยตามธรรมชาติ หรือเลี้ยงแหน ผำ เสริมให้มันก็ยิ่งดี  (ผำ รู้จักไหม ..ลูกเล็กๆ ลอยในน้ำ คนกินอร่อย ปลาก็ชอบ)  มูลปลากุ้งก็กลายเป็นปุ๋ยให้ข้าวอีก ชาวนาอาจขายปลา กุ้ง กบ ได้เงินมากกว่าขายข้าวเสียอีก  ข้าวชีวภาพก็สะอาด ราคาแพงกว่าปกติ แบบนี้ชาวนาไทยจะรวยกันหมดประเทศ  (แต่รัฐบาล กระทรวงเกษตร กระทรวงวิทย์ ก็คงไม่รับรู้อีกตามเคยเพราะบริษัทปุ๋ย สารเคมีมันล็อบบี้หนัก และเงินมันก็หนักด้วย)

 

สำหรับพวกเพลี้ย พวกไร เชื่อว่าลูกกบตัวเล็กๆ ก็คงกินเป็นอาหารได้แน่ๆ เพราะปากมันเล็กก็ต้องกินตัวเล็กๆด้วยกัน

 

(ยังมีตอนต่อ)

หมายเลขบันทึก: 454935เขียนเมื่อ 19 สิงหาคม 2011 19:14 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 พฤษภาคม 2012 08:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้าจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วต้องขอติดตามตอนต่อไปด้วยคนนะค่ะ ^_^

เข้ามาตามติด ชอบความคิด เลยต้องมาสะกิด มวลมิตร "เกษตรบ้าน..บ้าน" http://www.gotoknow.org/planets/lists/view/kasetbanban

บันทึกนี้น่ารักตรง มีกุ้งฝอยว่ายน้ำเล่น มองเห็นภาพเลย

แต่แปลกนะ ทำไมสมัยก่อนไม่เห็นต้องใช้สารเคมี ข้าวปลา

ก็อุดมสมบูรณ์ ศัตรูพืชก็ไม่มีเยอะแยะ ตะแป๊ะไก๋ แบบนี้

สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่านสาระดีๆค่ะ

หันมาใช้ปุ๋ยหมักแบบธรรมชาติดีที่สุดค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี