ใช้การฟังเป็นหลัก....วิธีแก้ปัญหาคือการฟังเท่านั้นเอง.....บางเรื่องแก้ได้....บางเรื่องแก้ไม่ได้ที่สำคัญคือ.....เราต้องฟังทุกเรื่องรับเอาเรื่องที่เราแก้ได้มาแก้......เป็นความจริงว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไม่ได้ทันที ต้องใช้เวลา....ต้องช่วยกันหลายจุดหลายที่.....แก้ได้ทันทีคือการรับฟังความทุกข์.....การระบายออกของเพื่อนร่วมงาน....คอยแทรกให้เขาคิดในเชิงบวกเป็นจังหวะ....

เวทีหัวหน้าภาควิชา เป็นเวทีสบายๆ ที่จัดประจำทุก 2 เดือน เป็นเวทีในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้มี"แลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารงานภาควิชา"  ตามหัวข้อประเด็นความรู้ที่พึงมีในการจะบริหารงานภาควิชามีหัวหน้าภาคฯ รุ่นพี่ ถ่ายทอดประสบการณ์ สู่ หัวหน้าภาควิชารุ่นน้อง ดิฉันรับหน้าที่ "คิดหัวข้อ"(ปรึกษาหารือหัวหน้าภาคผู้ใหญ่บ้าง..ผู้ใหม่บ้าง) "นัดแนะ" "ประเมินผล" "จดบันทึกสาระจากวง" ในเวทีจะมีหัวหน้าภาคฯผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เป็นประจำ ตลอดระยะเวลาที่จัดมา 3-4 ปี  ในรอบหนึ่งปีก็จะมี  "สัมมนาหัวหน้าภาควิชา" นอกสถานที่กันซักหนึ่งครั้ง เราเลือกจะชวนคนข้างในของเรากันเองมาร่วมนำแลกเปลี่ยน จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ อย่าให้เขามาร่วมคุยความทุกข์กัน "หัวหน้าภาควิชา" เป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากเป็นใน มอ.  ต้องระมัดระวังไม่ให้กลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนปัญหาการบริหารงานภาควิชา" ครั้งล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ 18 สค.49  เวทีได้ชวน "ท่านรองฯปิติ ทฤษฎิคุณ" มาสนทนาเรื่อง " "ประสบการการบริหารงานบุคคล"ของผม"  ท่านรองปิติหันมาคุยกับดิฉันในระหว่างคอยกลุ่มผู้เข้าวันนี้ มี 25 คน ว่า "ผมไม่ได้สัมผัสเวทีนี้มากนัก "คุณจะให้ผมทำยังไง" "ไม่ต้องทำอะไรค่ะอาจารย์เพียงเล่าประสบการณ์ ความสำเร็จ ที่ใช้ตลอดมาเรื่อง"การทำงานกับคน"ของอาจารย์"
"ใครเป็นคนคุมสถานการในห้อง" หนู่เองค่ะ
"ตามแนว KM ใช่มั๊ย"..... "ค่ะ"
ท่าน อ.ปิติ  เริ่มต้นด้วยการเล่าว่า "การบริหารคนไม่มีศาสตร์ใดตายตัว"  "ยากมาก"   ความสำเร็จของผมเมื่อสมัยแรกๆ ของการเป็นคณบดีคณะเภสัชศาสตร์มี...หัวหน้าภาควิชามาบ่น บ่น เล่าปัญหาสารพัดให้ผมฟัง......ใช้การฟังเป็นหลัก....วิธีแก้ปัญหาคือการฟังเท่านั้นเอง.....บางเรื่องแก้ได้....บางเรื่องแก้ไม่ได้ที่สำคัญคือ.....เราต้องฟังทุกเรื่องรับเอาเรื่องที่เราแก้ได้มาแก้......เป็นความจริงว่าปัญหาทุกอย่างแก้ไม่ได้ทันที ต้องใช้เวลา....ต้องช่วยกันหลายจุดหลายที่.....แก้ได้ทันทีคือการรับฟังความทุกข์.....การระบายออกของเพื่อนร่วมงาน....คอยแทรกให้เขาคิดในเชิงบวกเป็นจังหวะ....
สิ่งหนึ่งที่ผมจดจำและใช้มาตลอดชีวิตการทำงานก็ว่าได้คือ "บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารทุกระดับที่ต้องทำให้ครบ ซึ่งอันนี้ผมได้จากท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อนขออ้างอิงให้รู้ที่มา...ผมไม่ได้คิดเอง " วาดเป็นแกนต้นไม้วงกลม วงนอกสุดที่ต้องทำคือ
บริหารงานทั่วจัดระบบให้กิจการของสำนักงานเดินไปได้อย่างสะดวกคล่องตัว  วงในเข้ามาคือบริหารงานบุคคลการอยู่ดูแลคนหลายคน มีกติการ่วมกันเสมอภาคกับไม่เลือกปฏิบัติ  วงในสุดที่ถือเป็นแก่นเลยคือหน้าที่ที่ต้องพัฒนาคนทำงาน สิ่งที่ผมทำตลอดเวลาและทุกครั้งที่คุยหารืองานกับลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานคือการสะท้อนให้มองมุมบวก ผมถือเป็นจุดเริ่มของการพัฒนาบุคลากรที่สำคัญ มุมมองต่อสิ่งรอบตัว.....บวกแล้วจะทำงานง่ายขึ้น เรื่องอื่นๆ ก็ส่งเสริมพัฒนา ขณะเดียวกันที่คอยพัฒนาด้านการมองบวกให้ผู้อื่น ผมก็ฝึกตนเองไปพร้อมกัน.....หากผมสอนคนอื่นให้มองบวก แต่ผมไม่ทำใครจะเชื่อการสอนของผม...ผมพบว่าไม่ไกลไปที่ไหนเลย การบริหารคน สังคหวัตถุธรรม 4 ประการ (ทาน
ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัถตตา)  จากประสบการณ์เติมเต็มจากผู้ร่วมในเวที  "มองปัญหาด้วยใจเป็นธรรม" อารมณ์ ถ้าอารมณ์โกรธ....นี่เราจะแพ้เดี๋ยวนั้นเลย  มีความเชื่อเบื้องต้นว่าปัญหาทุกอย่างแก้ได้   "การมีอารมณ์ขัน"  มองเรื่องเครียดเป็นเรื่องธรรมดาบ้าง "เปิดพื้นที่ให้กันในการทำงาน"  เก็บภาพมาฝากค่ะ



ท่านรองฯปิติ ทฤษฎิคุณ ผู้นำกระบวนการแลกเปลี่ยน



บรรยากาศการ ลปรร.

ดิฉันสังเกตว่าการแลกเปลี่ยนในวันนี้ มีหลายครั้งที่บรรยากาศพาให้วกกลับไปคุยปัญหาร่วมพื้นฐานของการทำให้ ใน ม.อ.หาหัวหน้าภาควิชาได้ยาก แต่เป็นความพยายาม ของท่านวิทยากรนำแลกเปลี่ยนในวันนี้ที่จะดึงกลับมาให้คุยเรื่องความสำเร็จในการบริหารงานบุคคล ดิฉันนั่งลุ้นตลอดเวลาเกรงท่านวิทยากรของดิฉัน จะหลุดบ่วงเข้าไปนั่งแจม ปัญหาการบริหารภาควิชา แต่ทว่ามีหลุดเข้าไปบ้าง....พอให้เห็นว่าฟังกัน.....แล้วก็วกกลับมาได้  "ยอดคุณอำนวย จริงๆ"
ในวันนั้นดิฉันได้งานมาชิ้นเบ่อเร่อ "ความรู้พิ้นฐานด้านการบริหาร" สำหรับอาจารย์สายผู้สอนในมหาวิทยาลัย" ไม่จำเพาะว่าจะเป็นผู้บริหารที่จะต้องเข้ารับการ Train แต่ทุกคนต้องเข้าเพื่อปรับความเข้าใจในสาระ ของการเป็นผู้บริหารและผู้ถูกบริหาร...... ดิฉันคร่าวๆ ในใจไว้ว่าจะทำเป็น e-learning แล้วสุดท้ายก่อนจบหลักสูตรจะมีเวที แลกเปลี่ยนเรื่องการบริหาร แบบนี้........
ดิฉันเรียนรู้ว่า เวทีเล็กๆ เรื่องห้องที่มีบรรยากาศการคุยเห็นหน้ากันทุกคน สำเร็จ บรรยากาศดีกว่าการใช้ห้องใหญ่ มีคนมาเยอะ อบอุ่นได้สาระแผ่วๆ  เสียเวลา มีบทเรียนคือ วิทยากรกระบวนการน่าจะนั่งปนกันไปกับผู้เข้า...วันนี้ผู้จัดเข้ามาในห้องช้าไป.... ท่านเลยเลือกทำเลนั่งที่หัวโต๊ะ ตามความเคยชินที่มักจะเป็นประธานในที่ประชุม และไม่มีใครกล้าเข้าไปนั่งเคียง ตามธรรมเนียมองค์กร
"บารมี" ทำให้สาระจืดจางไปบ้าง เช่นกัน  ดิฉันยังต้องเรียนรู้ การพูดโน้มน้าว ชักจูงให้ผู้นำการพูดคุย อยู่ในทำเลที่ตั้ง สถานะ เดียวกันกับผู้ฟังให้มากกว่านี้