เริ่มจากการรดน้ำทุกค่ำเช้า พรวนดินเข้าใกล้โคนจนดินอ่อน.....


ดอกไม้บนทางเท้า
ดอกไม้บานแบบบางอยู่ข้างบ้าน
ล่วงเลยกาลนานไกลไม่อาจกั้น
นับแต่ปลูกยกแปลงไว้แบ่งปัน
ทุกทุกวันฉันกังวลจนอาวรณ์
เริ่มจากการรดน้ำทุกค่ำเช้า
พรวนดินเข้าใกล้โคนจนดินอ่อน
บำรุงปุ๋ยน้ำปนจนเปียกปอน
ผ่านหนาวร้อนเรียนรู้อยู่กลางลาน
เมื่อเติบโตแตกตามาตัดแต่ง
มีลมแกว่งกิ่งไกวไปถึงก้าน
ดอกน้อยน้อยลอยลมถมดินดาน
ฤดูกาลผ่านรุดจึงหลุดโรย
มองดอกไม้ร่วงหล่นบนทางเท้า
ใต้ร่มเงาแดดแรงจึงแห้งโหย
ใจเหงาเหงาเงาลางลางกลางลมโชย
ที่ปลิดโปรยดอกปวงล่วงลับไป
ลอยไปอยู่กลางย่านบนลานหญ้า
ยังดีกว่าไม่รู้ว่าอยู่ไหน
แต่บางดอกถูกปล่อยจนลอยไกล
สะท้านใจร่วงหล่นบนเส้นทาง
กลีบเหลวแหลกแยกสลายใต้รอยย่ำ
เหมือนใจช้ำถูกเมินจนเหินห่าง
รอยเจ็บจำซ้ำใจไม่เคยจาง
อยู่ระหว่างรอยเท้ากับเงาดิน
โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110


เวลาเราเดินไปตามทาง
น้อยคนจะสังเกตความงาม รายละเอียด
นอกจากคนที่มองโลกอย่างลึกซึ้ง และมีสติ
ด้วความนับถือคะ
แนวคิดการมองโลกด้วยใจ
ตามที่เขียนไว้นั้น เป็นความ
ละเอียดอ่อนอันแท้จริงครับผม
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
สวัสดีค่ะ
'ลอยไปอยู่กลางย่านบนลานหญ้า' ถ้าลอยไปอยู่เต็มลานหญ้า น่าไปนอนกลิ้งเล่นไปมาคิดว่าคงจะนุ่มมากๆเลยนะคะ อาจารย์....
@@@เห็นดอกไม้ร่วงหล่นเกลื่อนกล่นพื้น
คงไม่ฟื้นเฉกเช่นคนที่ไปลับ
ความงามเจ้าคงทำได้แค่ประดับ
สิ่งที่จับคือความสวยช่วยโลกเรา@@@
.......โอ้ว่า "เจ้าดอกไม้บนทางเท้า" ...เขาเปรียบเจ้า..ดังความเหงาแลเงาดิน... ยามเจ้าถูกเหยียบสท้านใจ..ร่วงหล่นบนเส้นทาง..ไม่ระทม..กลับเก็บเจ้า..มาดอมดม......(.ÄÄÄ....ยายธีแอบคิด..อิอิ)
เมื่อมามองมวลแมกไม้ใจเศร้าสร้อย
ต่างหลุดลอยลงผืนดินถิ่นอาศัย
หลากหลายเท้าก้าวย้างเหยียบดอกไม้ไป
จะมีใครไหนหยิบชมความงาม..เอย.
*** ... มาชมดอกไม้งามบนทางเท้าค่ะ... ***

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายอาจารย์ค่ะ
ดอกไม้ที่สวยงามเมื่อร่วงลงดินก็หมดความสวย
แต่ยังมีคุณค่าในตัวเอง
อย่างน้อยเป็นปุ๋ยให้กับต้นได้คงอยู่
เพื่อผลิดอกใหม่สวยงามให้ได้ชม
เรียน ดร. ครับช่วยอธิบายภาพเพิ่มเติมด้วยครับ
ว่าเป็นดอกอะไร เหตุใดสวยงามมากมายขนาดนี้
ขอบคุณสำหรับคำกวีที่มีมาฝากเสมอ
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ...
แม้ดอกไม้..ไร้เรี่ยว..เหี่ยวแล้วล่วง...
ไม่เคยลวง..ว่าเต่งตึง..ดึงวัยสาว...
บรรจงเรียง ความเจริญ เดินเรื่องราว
จากวัยเด็ก เป็นสาว...เข้าชรา...
....เฮ้อ..แต่งไม่ค่อยเป็น..แต่อยากร่วมบรรยากาศนักกลอนกับอาจารย์ด้วยค่ะ....
ขอบคุณที่มาแอบดอมดมดอกไม้บนดิน
ให้คุณค่าของดอกไม้ได้ทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้าย
สวัสดีครับอาจารย์ ดร.โสภณ..แวะมาทักทายด้วยคนครับ
อ่านคำกลอน "ดอกไม้บนทางเท้า"
พาใจเศร้าหวนคำนึกคำพระสอน
หลักไตรลักษณ์สรุปจัดไว้เป็นตอน
ของแน่นอนยากหนีหลีกพ้นสักคน...
อนิจังไม่เที่ยงแท้แน่ชีวิต
แม้ดอกนิดยังร่วงโรยไร้แห่งหน
เกิดทุกขังยากเกินสุดจะทน
สิ้นสุดจนอนัตตาไร้ตัวตน...
ขอบคุณสำหรับคำกวี
นำมาสร้างสีสรรพ์ไว้
ณ ที่นี้ เป็นการร่วมแบ่งปันตามปรัชญาของเราขาว G2K
อิอิ..ผมกะเขียนไปตามเรื่องตามราว ประสาน้อย (เรียกคนที่สึกมาจากการบวชเณร) หนาน (เรียกคนที่สึกจากการบวชพระ) จาวเหนือ (ชาวเหนือ) ละครับ....
สวัสดีอีกครั้งค่ะ
ภาพดอกShiba Sakura หรือ Moss Phlox หรือ Moss Pink ได้ภาพมาจากInternet ค่ะ มีอยู่ที่เกาะฮอกไกโด Hokkaido, Japan บนเกาะนี้เขาจะปลูกดอกไม้แถบยุโรปไว้ตามเมืองต่างๆหลายร้อยเอเคอร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเพราะเกาะนี้อากาศหนาวเย็นตลอดปี บางเมืองปลูกทุ่งดอก Rap มองไปก็จะเป็นสีเหลืองทั้งทุ่ง บางเมืองปลูกทุ่ง Lavender มองไปก็จะเป็นสีม่วงทั้งทุ่ง บางเมืองปลูก Arsaria มองไปก็จะเป็นสีขาวทั้งทุ่งค่ะ...ไว้ถ่ายภาพได้สวยๆจะส่งให้อาจารย์แต่งกลอนคงจะดีนะคะ...ขอบคุณค่ะ
บทกวีนี่จบด้วยความเศร้านะคะ แต่แฝงข้อคิดที่ลึกซึ้งค่ะ
เอ...เหมือนคนอกหักเขียนยังไม่ก็ไม่รู้สินะคะอาจารย์
กลับจากเนปอลแล้วยังครับ
แวะมาชมจากต่างประเทศ หรือในประเทศครับผม