วันนี้ขออนุญาตเขียน บล็อก แบบผิดธรรมเนียม   คือจะเขียนระบายความทุกข์ หรือความอึดอัดขัดข้องใจ   ไม่ใช่เขียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวดีๆ อย่างที่ทำอยู่ตามปกติ   โดยหวังว่า หากเราเข้าในมิจฉาทิฐิของโลกตามที่ผมนำเสนอ (และข้อสังเกตของผมถูกต้อง)   เราก็สามารถจัดวางระบบสังคมเสียใหม่ ไม่ให้เดินลงนรกตามโลก   และเราอาจช่วยโลกให้ไม่ถลำลึกไปกว่านี้
 
          ตามหัวข้อข้างบนนั่นแหละครับ  ผมมีข้อสังเกตว่า เวลานี้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของทุนโดยไม่รู้ตัว   พ่อแม่ก็ไม่รู้ตัวว่าลูกหลานของตนตกเป็นเหยื่อของระบบทุนนิยม บริโภคนิยม   ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ทุนงอกเงย เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ   เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว หรือมีการเติบโต ก็ต้องมีการบริโภค   การกระตุ้นการบริโภคกลายเป็นวิธีการที่เป็นที่ยอมรับ  แม้ถ้อยคำหรือวาทกรรมทางการโฆษณา หรือการตลาดจะมีการตอแหล หรือกำกวม หรือบางกรณีเป็นการหลอกชัดๆ ก็ไม่ถือว่าผิดจริยธรรม
 
          คนที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ในด้านวิจารณญาณคือวัยรุ่น   ระบบตลาดและการโฆษณาชวนเชื่อให้ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหลายอย่าง จึงพุ่งเป้าไปที่วัยรุ่น หรือเยาวชน   ล่อหลอกด้วยความรู้สึกโก้เก๋ในนามของแฟชั่น   และไม่น้อยหน้าเพื่อนๆ
 
          สินค้าบางอย่างราคาไม่แพง แต่มอมเมา บริโภคแล้วติด   เป็นการเสพติดชนิดหนึ่ง คือเกมคอมพิวเตอร์   มีการคิดเกมที่โดนใจวัยรุ่น ซึ่งในหลายกรณีแฝงการชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย เช่นทำให้เป็นคนก้าวร้าว เห็นชั่วเป็นดี   หรือกระตุ้นสัญชาตญาณทางเพศ  และชักจูงให้เห็นเป็นเรื่องธรรมดา   ชักจูงให้เยาวชนหมกมุ่นทางเพศ หรือทางเสื่อมอื่นๆ   ทั้งนี้เพื่อผลสำเร็จทางธุรกิจ 
 
          โปรดสังเกตให้ดีๆ ไตร่ตรองให้รอบคอบ   จะเห็นมายาคติของ “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” เต็มไปหมด  จะเห็นธุรกิจที่หากินอยู่กับการทำลายเยาวชนทางตรงหรือทางอ้อม มีอยู่ทั่วไปในบ้านเมือง   โดยที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นธุรกิจที่ให้ความสุขความพอใจแก่เยาวชน   แต่ความสุขนั้น ได้รับเพียงชั่วแล่น หรือระยะสั้น   ชักจูงให้ชีวิตถลำลงไปตกหล่มความชั่วร้าย ถอนตัวยาก หรือไม่ได้  ในหลายกรณีเท่ากับหมดอนาคตไปตลอดชีวิต
 
          ที่จริงหลุมพรางแห่งชีวิตของคนเรานั้น มีมานานพร้อมกับการมีมนุษย์  แต่ในโลกปัจจุบันหลุมพรางนี้ พรางได้แนบเนียนจนยากที่จะเข้าใจและระมัดระวัง   แม้ผู้ใหญ่ก็ไม่เข้าใจ และผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยก็ตกเป็นเหยื่อด้วย  และในบางเรื่อง ผู้ใหญ่เองอาจช่วยสนับสนุนให้ลูกหลาน “เดินลงนรก” ก็มีอยู่ทั่วไป
 
          เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “การศึกษา” หรือการเรียนรู้   ปรากฏการณ์ของเด็กและเยาวชนเดินชีวิตผิดทาง หลงเดินสู่ทางเสื่อม ที่ล่อหลอกด้วย “สินค้า” หรือ “การบริโภค” ที่นำไปสู่ความเสื่อม   ต้องเป็นสัญญาณที่วงการศึกษาหยิบขึ้นมาดำเนินการให้นักเรียนได้เรียนรู้ “ทักษะชีวิต”   เพื่อให้รอดพ้นการตกเป็นเหยื่อ  แต่วงการศึกษาไทยไม่มองว่านี่คือหน้าที่   วงการศึกษาไทยมองหน้าที่เฉพาะเรื่อง “รู้วิชา”  จึงเท่ากับ ระบบการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็เป็นสาเหตุหนึ่งของขบวนการทำลายเยาวชนด้วย ในลักษณะของแนวร่วมที่ไม่รู้สึกตัว
 
          ที่จริงวงการศึกษาพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง ในนามของ “ภูมิคุ้มกันทางสังคม”   ที่จะต้องช่วยกันทำให้นักเรียนเรียนรู้และพัฒนาขึ้นภายในตนเอง  แต่การศึกษาไทยยังจัดการเรียนรู้เรื่องนี้ไม่เป็น

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๕ ก.ค. ๕๔