....กล้าอาสา....
กิจกรรมยามว่าง ของพระว่างงาน เด็กว่างเรียน คนว่างเว้น ในช่วงปิดภาคเรียน จากครั้งแรก เมื่อปี ๒๕๔๕ ค่ายเพียงแค่ ๕ วันก็เหนื่อยแทบแย่ ...และที่สำคัญ..ต้องง้อคนเข้า เอาใจแทบทุกเรื่อง
....วันเวลาผ่านไป...เราได้เริ่มค้นพบ ความเป็นกล้าอาสา จากปีที่สอง สู่ปีที่ ๑๐ วันนี้ ไม่ต้องง้อคนมาค่าย....เพียงแต่ใครมีหัวใจตรงกัน....อุดมการณ์เหมือนกัน ที่อยากจะเเบ่งปันรอยยิ้มให้กับสังคม...เราก็มารวมกัน
....ไม่น่าเชื่อ...ก็ต้องเชื่อ ว่า...ถึงวันนี้เรากำลังก้าวสู่ กล้าอาสาครั้งที่ ๒๗ และตั้งแต่ครั้งที่ สองมาเราแทบไม่ต้องง้อคนเข้าค่าย แถมคนที่จะเข้าค่าย ต่างต้องเตรียมข้าวสารอาหารแห้ง มาเอง
...ทำกับข้าวกินกันเอง...เดินทางโดยการเดินเท้า..และโบกรถ...งดใช้เงิน...งดใช้โทรศัพท์..สัมผัสชีวิตแบบคนไม่มีเงิน....ใช้ชีวิตแบบพอเพียง
...แต่ละครั้ง กลับมีเด็กๆสนใจสมัคร เข้าค่ายมากกว่าจำนวนที่ต้องการ...จนครั้งหลังๆต้องมีการสัมภาษณ์กันก่อนเข้าค่าย...
.......จัดค่ายกล้าอาสา..เด็กชอบจริงหรือ....
คงไม่กล้าตอบแบบทนงตัว............แต่..ทุกครั้งเมื่อปิดค่ายลง....พร้อมกับความประทับใจ....เสียงที่ดังออกมาให้พวกเราคนจัดค่ายได้ยินเสมอคือ...."ทำไมไวจัง...ครั้งต่อไปจัดให้นานกว่านี้..."
เราก็พยายามจัดเพิ่มจำนวนวัน จาก ๕ มา ๖,๗,๙,๑๐,๑๑,๑๓ จนกระทั่ง ๒๑ และไวๆนี้ ๒๗ วัน กับภารกิจที่หลากหลาย ระหว่างวันที่ ๕-๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นี้
ติดตามอ่านตอนต่อไป...........
อนุโมทนาสาธุค่ะ
มนัสการพระครู กล้าอาสา ...ขอมาเรียนรู้ กล้าอาสาผ่านบันทึกท่านพระครูครับ
น่าสนใจมากเลยครับ
ค่ายไร้กรอบ ค่ายคนกล้า
อ่านตามไปยังนึกไม่ออกว่าทำอะไรบ้าง
แต่แนวคิดสร้างสรรค์ดีจังเลยครับ
กราบนมัสการครับพระอาจารย์..หายเงียบไปนึกว่าไปอยู่ที่ไหน..
ไม่ได้พบกันนานแล้วน่ะครับ
เข้ามาทักทาย..นมัสการครับ
ถวายความเคารพครับ....
ไปเงียบหรอกครับ....มัวแต่ง่วนอยู่กับงาน กล้าแผ่นดิน
งานที่ตัวเองรัก บวกกับสิ่งที่ตัวเองคิด แล้วมีคนคอยสนับสนุน เลยสนุกครับ
พระอาจารย์สบายดีนะครับ
ดีใจที่ได้กลับมาพบกัน......
เรียนท่าน
หากมีอะไรให้กระผมรับใช้..โปรดอย่าเกงใจ..
มาเยี่ยมเยียนเวทีคนพรหมพิรามบ้างน่ะครับ..