แนวคิดเพื่อช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทยทุกระดับ


จากนี้ไปเราน่าจะ”สร้าง” วิชาการขึ้นใช้เองในประเทศแทนการไป ”เสพ” วิชาการจากต่างประเทศเหมือนเช่นที่ผ่านมา

แนวคิดเพื่อช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทยทุกระดับ

 

 

สิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิรูปการศึกษาที่คนส่วนใหญ่มักไม่คำนึงถึง คือการสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้คนไทยทุกคนรักและสนุกกับการเรียนรู้

 

ถ้าทำได้เพียงแค่นี้ก็จบ ไม่ต้องมีครู โรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัยก็ยังได้ เพราะทุกคนจะขวนขวายหาความรู้ตลอดเวลาด้วยตนเอง ด้วยความสนุกสนาน  ยิ่งถ้ามีโรงเรียน มีครูที่รักการเรียนรู้เป็นตัวช่วยด้วย ก็ยิ่งดีไปใหญ่

 

มีตัวอย่างมากมายของคนที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนแต่กลับกลายเป็นนักปราชญ์ นักวิชาการ ชื่อดัง ทั้งนี้เพราะ”รักการเรียนรู้” จนเรียนเอาด้วยตัวเอง

 

นิสัยรักการเรียนรู้นี้ควรบ่มเพาะในวัยเด็กระดับอนุบาลและประถมศึกษา แต่ที่ผ่านมาเราไปอัดยัดความรู้มากเกินไป จนแน่น จนน่าเบื่อ  ซึ่งทำให้เด็กสร้างนิสัยเบื่อการเรียนรู้ไปโดยปริยายตั้งแต่เริ่มต้น นอกจากนี้ความรู้ที่อัดแน่นเกินไปยังทำให้ไม่มีที่ว่างในสมองเหลือไว้ให้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งยังช่วยทำการเรียนให้เป็นสิ่งสนุก

 

เห็นได้ว่าคนตะวันออกมีสมองดี ความรู้ก็ดี แต่มักมีความคิดสร้างสรรค์ต่ำกว่าคนตะวันตก ญี่ปุ่นแสนใหญ่และรวยแต่ทำไมมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลน้อยกว่าเนเธอแลนด์ (ประเทศเล็กนิดเดียว) แบบไม่ติดฝุ่น หรือเป็นเพราะว่าตะวันออกนิยมอัดความรู้เด็กเล็ก ส่วนตะวันตกเน้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในทุกด้าน รวมทั้งวินัย

 

สำหรับในระดับมัธยมสายสามัญนั้น เราเน้นหลักสูตรที่จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ทั้งที่ส่วนใหญ่ 70% จบออกไปทำงานวิชาชีพ จึงนับเป็นการสูญเสียทางการศึกษาอย่างมหาศาล ควรปรับให้มีวิชาเลือกที่เป็นวิชาชีพด้วย..ที่ผู้ที่เน้นจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยไม่ต้องเรียน โดยเฉพาะวิชาช่วยบริหารจัดการธุรกิจขนาดย่อม จริงอยู่ได้มีวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เน้นด้านวิชาชีพอยู่แล้ว แต่เนื่องจากนักเรียนที่จบ ม.ต้นนั้นส่วนใหญ่ยังเด็กเกินกว่าที่จะตัดสินใจเลือกเรียนได้ รวมทั้งการบีบคั้นจากครอบครัว ส่วนใหญ่จึงตัดสินใจเรียนม.ปลายสายสามัญไปพลางก่อน

 

ในขณะนี้มีสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่า 100 สถาบันแล้ว ส่งผลให้มีปริมาณบัณฑิตจบออกมามากเกินความต้องการของสังคม ส่งผลให้บุคคลมีวุฒิการศึกษาสูงกว่างานที่ทำ เช่น เลขานุการส่วนใหญ่จะจบปริญญาตรี หลายคนจบโทด้วยซ้ำ

 

บุคคลเหล่านี้ต้องเสียเวลาเรียนและเวลา”ทำมาหากิน”เพิ่มขึ้นอีก 4 ปี   เพื่อศึกษาในระดับปริญญาตรี (เสียเงินแทนที่จะได้เงิน ซึ่งเสียสองต่อ) เพียงเพื่อที่จะจบมาทำงานที่ต้องการวุฒิระดับมัธยม 6 เท่านั้น ถือเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจชาติอีกทางหนึ่ง ในสหรัฐอเมริกาบุคลากรระดับนี้จะจบเพียง ม. 6 เป็นส่วนใหญ่

 

การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท เอก) ถือเป็นขุมปัญญาที่สำคัญของชาติ เห็นว่าที่ผ่านมากว่า 100 ปี เราได้ส่งนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศมามากแล้ว จนมีปริมาณและคุณภาพของนักวิชาการในทุกแขนงวิชาการเกินพอในระดับมวลวิกฤตแล้ว

 

จากนี้ไปเราน่าจะ”สร้าง” วิชาการขึ้นใช้เองในประเทศแทนการไป ”เสพ” วิชาการจากต่างประเทศเหมือนเช่นที่ผ่านมา เพราะยิ่งเสพมากเท่าใดวิชาการภายในของเราก็จะยิ่งอ่อนลงมากเท่านั้น ไม่สามารถยืนอยู่บนขาตัวเองได้สักที (แถมยังเสียดุลการชำระเงินอีกปีละหลายหมื่นล้านบาทอีกด้วย)

 

ประเทศรัสเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลี นั้นได้สร้างชาติด้วยการส่งนักศึกษาไปเสพวิชาการจากต่างประเทศเป็นระยะเวลาสัก 30 ปีเท่านั้น  จากนั้นพัฒนาเองภายในประเทศ

 

รัฐบาลจึงควรมีนโยบายพัฒนาการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของชาติอย่างจริงจังเสียที พร้อมกับมีนโยบายเปลี่ยนค่านิยมนักศึกษาไทยให้หันมาเรียนในประเทศให้มากที่สุด  ส่งไปเรียนนอกแต่น้อยเพียงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันเท่านั้น

 

ถ้าประเทศจะพัฒนาการอุตสาหกรรมได้นั้น จะต้องการช่างฝีมือระดับปฏิบัติงานเป็นจำนวนมาก  แต่สภาพขณะนี้ประเทศไทยขาดแคลนช่างฝีมือที่มีคุณภาพเป็นอย่างมากในทุกวิชาชีพ  ปัญหานี้ถูกซ้ำเติมด้วยการลดจำนวนลงของสถาบันอาชีวศึกษาทั้งหลายที่ยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยกันหมด (ซึ่งช่วยซ้ำเติมปัญหาที่มีผู้จบปริญญาตรีล้นประเทศอยู่แล้ว) ดังนั้นประเทศจึงควรพัฒนาสถาบันอาชีวศึกษาทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  อย่าลืมพัฒนารายได้พวกเขาด้วย

 

อีกทั้งการศึกษาของพระเณรนั้นน่าเป็นห่วงยิ่ง มีจำนวนมากหลายแสนคนทั่วประเทศ แต่รัฐไม่ค่อยสนใจ ทั้งที่พระเณรเป็นผู้ที่ต้องสอนประชาชนให้เป็นคนดี ยิ่งต้องฉลาดรอบรู้กว่าประชาชนทั่วไปเสียอีก 

 

การศึกษานอกหลักสูตร ตามอัธยาศัย และตลอดชีพนั้นว่าไปแล้วสำคัญมาก รัฐควรทุ่มงบสร้างโปรแกรมดีๆ ในไทยทีวี ให้คนไทยได้ดู รวมทั้งควรมีวิทยุสาธารณะและโรงเรียนดิจิตอลได้แล้ว

 

การแก้ปัญหาการศึกษาของชาตินั้นง่ายนิดเดียว ถ้านักการเมืองไทยรักการเรียนรู้กันหมดทุกคน แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาส่วนใหญ่สนใจจะเรียนรู้แต่เรื่องการโกงให้เก่งที่สุดเท่านั้น

 

...คนถางทาง (๒๕๕๓)

 

คำสำคัญ (Tags): #นโยบายการศึกษา
หมายเลขบันทึก: 454255เขียนเมื่อ 16 สิงหาคม 2011 19:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 20:18 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้าจำนวนที่อ่าน


ความเห็น (1)
  • ชอบประโยคนี้มากครับ
  • "การแก้ปัญหาการศึกษาของชาตินั้นง่ายนิดเดียว ถ้านักการเมืองไทยรักการเรียนรู้กันหมดทุกคน แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาส่วนใหญ่สนใจจะเรียนรู้แต่เรื่องการโกงให้เก่งที่สุดเท่านั้น"
  • วิชาเหล่านั้นไม่มีสอนกันในมหาลัย...เขาไม่ละอายต่อบาปครับ
  • คิดอย่าง...พูดอย่าง...ทำอีกอย่าง...
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท