เรียน ท่านสมาชิกที่เคารพรัก
กระผมขอเป็นเพื่อนคุยกับท่านอีกรูปแบบหนึ่ง โดยคุยผ่านทางเว็บไซต์ ด้วยกระผมได้นำเสนอข้อคิดข้อเขียนด้านสังคม เสนอท่านในเว็บขอท่านฝากข้อเสนอพูดคุยผ่านในช่องแสดงความเห็นได้เลย เป็นพระคุณยิ่งครับ
นิทานเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเด็กวัด เนื่องจากผู้เล่าเคยเป็นเด็กวัดมาก่อน ก็ขอพูดเรื่องเด็กวัดสักนิด สมัยก่อนโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาลของอำเภอ เมื่อมีหลักสูตรระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ห้า ถึงปีที่ เจ็ด ก็ยังตั้งอยู่ในเขตตัวอำเภอ ดังนั้นนักเรียนที่อยู่ไกลจากตัวอำเภอต้องหาที่พักในตัวอำเภอทุกคน เพราะการคมนาคมไม่สะดวก
สมัยนั้นไม่มีบ้านเช่า จึงต้องอาศัยบ้านญาติบ้าง อาศัยวัดบ้าง บางวัดมีเด็กมาอาศัยเป็นร้อย สมภารแต่ละวัดต้องเข้มงวดกับลูกศิษย์อย่างมากเพราะเด็กในความปกครองมีจำนวนมาก แม้จะมีกฎเหล็กแต่ก็ไม่วายมีเรื่องเกิดขึ้นเสมอ
หลังจากโรงเรียนเลิกนักเรียนต่างก็รีบกลับวัด ทุกคนต้องรายงานตัวให้พระผู้เป็นปกครองทราบ เจตน์ กับ สมคิด เป็นเด็กวัดที่อยู่ในปกครองของท่านสมภาร เจตน์เรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้วัดกว่าสมคิด ทุก ๆวันเจตน์จะมาถึงก่อนสมคิด แต่ละวันท่านสมภารมักจะมีขนมหรือไม่ก็ผลไม้ไว้ให้ศิษย์เสมอ วันนี้ก็เช่นกันมีส้มเขียวหวานตั้งไว้สองลูก
"ท่านครับ เจตน์มันมาก่อน แล้วมันเลือกเอาลูกใหญ่ทุกที"
สมคิดฟ้องสมภาร แสดงน้ำเสียงที่มีความรู้สึกน้อยใจที่ถูก เจตน์ปฏิบัติเช่นนี้อยู่เป็นประจำ
ท่านสมภารมิได้ทันพูดอะไร เจตน์ก็สอดขึ้นทันที ด้วยความโกรธที่ถูกฟ้อง ตั้งใจจะพูดคำหยาบด้วยซ้ำ แต่ข่มใจไว้ได้ เพราะกลัวจะถูกหลายกระทง
"ถ้าเธอมาก่อน เธอจะเลือกลูกไหน" จะสรรหาคำถาม หรือเป็นไปด้วยอัตโนมัติก็ไม่รู้ แต่จัดเป็นคำถามที่ฉลาด
"ผมเลือกลูกเล็กอยู่แล้ว" สมคิดตอบ เสียงเอื่อย ๆ ในความเป็นจริงความรู้สึกของเขาตอนนั้น เข้ากับสำนวน องุ่นเปรี้ยวมะนาวหวาน
"แล้วเธอจะต้องบ่นทำไมกัน จะมาก่อนมาหลัง ก็ได้ลูกเล็กนั้นแหละ"
สมเจตน์ ใช้น้ำเสียงเน้นหนักกว่าปกตินิด ๆ
หลังจากเจตน์พูดจบ ท่านสมภารหัวเราะในลำคอเบา ๆ