กระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดี 2

ปัจจัยขับเคลื่อนโยบายสาธารณะ
ในกระบวนการเชิงนโยบายดังกล่าวมีปัจจัยหลายประการ คือเวทีนโยบายสาธารณะ
การประชุมสัมมนา และที่สำคัญคือสื่อมวลชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเด็นปัญหาเชิงนโยบายให้สังคมได้เรียนรู้ร่วมแสดงความคิดเห็นในการแก้ปัญหาเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้เชิงนโยบายให้กว้างขวางในสังคม
ช่วยเปิดกว้างในเชิงปัญญาและจิตวิญญาณที่ร่วมรับรู้ปัญหาของสังคมที่มีความหลากหลายและสลับซับซ้อนในปัจจุบัน

นักการเมืองสามารถสร้างเครื่องมือเชิงนโยบาย เช่น จดหมายข่าวสำหรับท้องถิ่นเพื่อสร้างความรู้และการเรียนรู้ประเด็นปัญหาสำคัญในท้องถิ่น ระดับจังหวัดจนถึงระดับชาติ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและผลักดันนโยบายในระดับต่าง ๆ ร่วมกันกับองค์กรอื่น ๆ ในท้องถิ่นอย่างบูรณาการ

ในเชิงทฤษฎีจะเห็นว่ากระบวนการการพัฒนานโยบายเป็นการกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนหลากหลายในสังคมมีส่วนได้ส่วนเสียจากนโยบาย เป็นกระบวนการบ่งบอกถึงปัญหาในสังคม เป็นกระบวนการขับเคลื่อนที่สำคัญทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีการจัดองค์กร การบริหาร ตลอดจนมีองค์ความรู้และข้อมูลที่สามารถผลักดันเป็นนโยบาย

บทบาทจำกัดของสื่อมวลชน ฝ่ายการเมืองและนักวิชาการ ทำให้เกิดปัญหาในเชิงนโยบายการมีส่วนร่วมเสนอประเด็นนโยบายสาธารณะอย่างกว้างขวางโดยฝ่ายต่าง
ๆ จะทำให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง คุณค่า ค่านิยม ผลประโยชน์และข้อจำกัดเชิงนโยบายได้นำมาศึกษา วิเคราะห์ อย่างกว้างขวางทำให้เกิดความชัดเจน จนเป็นที่ยอมรับของสังคม ปัญหาความขัดแย้งเชิงนโยบายจะมีน้อยลงเมื่อนโยบายถูกกำหนดและถูกนำมาปฏิบัติ แต่ในทางตรงกันข้ามนโยบายถูกหมกเม็ด บิดเบือน ความขัดแย้งจะตามมา เช่น ปัญหาท่อแก๊ส ไทย – มาเลเซียผ่านอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และปัญหาท่อแก๊สที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น

ความเป็นกลางของค่านิยมในกระบวนการเชิงนโยบายเกิดขึ้นยากจนต้องมีเหตุผล
ข้อมูลข้อเท็จจริงของฝ่ายต่าง ๆ ประกอบการวิเคราะห์นโยบายและจากเหตุผลดังกล่าวจะทำให้การตัดสินใจเลือกนโยบายเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ผู้มีส่วนได้เสียยอมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอมชอม เนื่องจากมีความเกื้อกูลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ คนส่วนน้อยได้รับความเห็นใจ ช่วยเหลือเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสงบสุข ความเป็นธรรมชาติเกิดขึ้น ปัญหาที่จะต่อต้านโครงการจะลดน้อยลง แต่ในทางปฏิบัติ คนส่วนน้อยต้องเป็นผู้เสียสละ และแบกรับภาระไปตลอดชีวิตจนถึงรุ่นลูกหลาน ข้อมูลในด้านผลกระทบจากโครงการไม่เปิดเผยและไม่มีความชัดเจน ทำให้รู้สึกไม่ไว้วางใจนโยบายของรัฐ นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้าน ดังจะเห็นได้จากโครงการเขื่อนปากมูล เขื่อนแก่งกรุง เขื่อนน้ำโจน
และกรณีของโรงงานไทยแลนด์แทนทาลัม จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

ระบวนการพัฒนานโยบายตั้งอยู่บนพื้นฐานธรรมะ
จึงจะทำให้บ้านเมืองสงบสุขหากกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ไม่เป็นไปอย่างถูกต้องไม่มีธรรมะ สังคมจะไม่มีความสงบสุข ดังนั้นระดับความสุขของสังคมที่เกิดขึ้นบ่งบอกถึงระดับความถูกต้องและระดับการมีธรรมะของกระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะ

กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ไม่มีฐานจริยธรรม สังคมจะไม่มีความสงบสุขนโยบายสาธารณะในสังคมปัจจุบันไม่ได้นำไปสู่การสร้างสังคมที่มีคุณธรรม จริยธรรม ดังจะเห็นได้จากนโยบายการเปลี่ยนสภาพการพนันของหวยใต้ดินที่ผิดกฎหมายเป็นหวยบนดินที่ถูกกฎหมาย นับว่าเป็นนโยบายที่สร้างความเสื่อมถอยทางจริยธรรม สังคมที่มีธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวถึงจะมีความชอบธรรม
การใช้อบายมุขเพื่อสร้างความเอื้ออาทร ความเมตตากรุณาแก่คนจนไม่ใช่ความเมตตา ไม่มั่นคงและไม่ยั่งยืน

กระบวนการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี
ควรคำนึงถึงบริบทของสังคมทุนทางสังคม ทางเลือกในการแก้ปัญหา วิธีการแก้ปัญหาของชุมชนตลอดจนการเปลี่ยนแปลงหรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในสังคมเช่นการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วและภัยพิบัติเป็นต้น

  ปัจจัยเหล่านี้นักวิชาการและข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะไม่ให้ความสำคัญมากนักแต่จะให้ความสำคัญต่อนโยบายและมาตรการทางนโยบายมากกว่าซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบาย

............................................