ตัวอย่างคนดี ที่ต้องสังเวยด้วยชีวิต
นายพิทักษ์ โตนวุธ ที่กำลังจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรนิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2544 เป็นแกนนำและที่ปรึกษาเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง พิษณุโลก
สำหรับการคัดค้านโรงโม่หินในบริเวณเขาผาแดงรังกาย ซึ่งส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เขาผาแดงรังกาย เป็นภูเขาเล็กๆ ที่มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เป็นป่าต้นน้ำชั้น เอ มีน้ำตกสวยงามหลายแห่ง และมีถ้ำเก่าแก่มากมาย มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์และสถานโบราณวัตถุที่สำคัญ เป็นป่าที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศน์ และมีน้ำพุธรรมชาติ
ปี 2538 ได้มีโรงโม่หินเปิดกิจการบริเวณเขาผาแดงรังกายขึ้น ทำการระเบิดหินและย่อยหิน โดยที่ชาวบ้านมิได้รับรู้ล่วงหน้า
เลย เป็นกระบวนการอุบอิบผลประโยชน์กันระหว่าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการในพื้นที่ นักการเมืองท้องถิ่น และเจ้าของ
โรงโม่หิน คือ หจก.รอคแอนด์นโตนส์ และ หจก.อนุมัติการศิลา เท่านั้น แต่ไม่มีการลงมติจากชาวบ้าน !!!
นายพิทักษ์ หลังจากมาลงพื้นที่ศึกษาปัญหา ก็ตัดสินใจอยู่สู้ร่วมกับแกนนำชาวบ้าน โดยพยายามยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านโรงโม่หิน จนเกิดการชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2541 ข้อเสนอชาวบ้านคือต้องยุติและรื้อถอนโรงโม่ออกไปจากเขาผาแดงรังกาย และจากนั้นก็มีการตรวจสอบกระบวนอนุมัติที่ดิน การสวมรอยเขตระเบิดหิน จนสามารถเปิดความจริงให้กระจ่างออกมาได้ว่า โรงโม่หินทั้งสองระเบิดนอกพื้นที่ประทานบัตร และการออก สค.1 ก็มีเงื่อนงำไม่โปร่งใสของกรมที่ดิน รวมทั้งการทำเอกสารรายละเอียดชี้แจงเกี่ยวกับพื้นที่ ก่อนมีการยื่นเสนอขอประทานก็ปกปิดข้อเท็จจริง รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ไม่ถูกต้อง และบทบาทการทำงานตรวจสอบเพียงเพื่อคัดค้านโรงโม่หินของนายพิทักษ์ จึงเสมือนเป็นการประกาศศัตรูรอบทิศทางโดยพฤตินัย
2543 มีกระแสข่าวจากอุตสาหกรรมจังหวัด พิษณุโลก ว่าจะมีการอนุญาตให้ต่อสัญญาและเพิ่มประทานบัตรแก่โรงโม่อีก ถึง
8 โรง นายพิทักษ์และชาวบ้านเตรียมเคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมเพิ่มประเด็นอีกหลายประเด็น ในการเรียกร้อง หนึ่งในหลายๆ ประเด็นคือ ปลดนางสมบัติ บุญปู่ ผู้ใหญ่บ้านชมภูจอมอิทธิพล ออกจากตำแหน่ง แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด มีท่าทีเมินเฉยและขับไล่ขบวนชาวบ้านกลับ !! ......ต่อมาถูก กดดันอย่างหนักจากชาวบ้าน พร้อมกระบวนการเปิดโปง
ระบบราชการที่ไม่โปร่งใส ผู้ว่าฯจึงยอมลงคำสั่ง เมื่อเดือนมกราคม 2544 ให้โรงโม่หิน ทั้ง 2 แห่ง รื้อถอนออกจากพื้นที่ ภายใน60 วัน แต่โรงโม่หินยื่นหนังสือคัดค้านคำสั่งผู้ว่าฯ โดยนำเอกสาร สค.1 มาแสดงสิทธิ !!! เหตุการณ์ระหว่างเจ้าของโรงโม่หินกับเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ เริ่มตึงเครียดอีกครั้งและหนักขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะพิทักษ์เอง เริ่มรับรู้ถึงสัญญาณการข่มขู่
และถูกหมายจะเอาชีวิตมาตลอด.....
17 พฤษภาคม 2544 เวลาบ่ายๆ ขณะที่นายพิทักษ์ เดินทางกลับจากประชุมเจรจาหาข้อสรุปเรื่องโรงโม่หินดังกล่าว ก็ได้มีคนร้ายสองคนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิง จนเสียชีวิตข้างถนน !!! ...นี่หรือรางวัล สำหรับชีวิตนักอนุรักษ์...
สุดท้ายก็มีเพียงคำตอบเดียวที่คนเลวๆ มอบให้กับคนดีๆ.....คือความตาย !!!!
กำลังใจ สำคัญ กับหัวใจคน หนักหนา สหายเอย
อย่าละเลย ยิ้มสู้ เพื่อกู้ ไปพร้อม กับ ความหวัง
หากแม้มี เรื่องราวมากมาย มาเข้าประดัง
อย่าที้งหวัง จงกล้า เข้าไกล้ ท้าทายกับมัน
เกิดหนเดียว ตายครั้งเดียว จงทำตามที่ฝัน
กี่คนกัน จะมีใคร เหมือนเรา ที่ทำได้
หอบเหนื่อย หนักหนา จนกระทั่ง ชีวาวาย
ลมหายใจสุดท้าย ......ช่างมัน.......ฉันไม่แคร์ (ตายไปแล้วจะรู้อะไรได้อีก )