วันศุกร์ที่ผ่านมา (18 ส.ค.2549) ได้มีโอกาส ไปเยี่ยมโรงเรียนในฝัน ของ สพท.ปทุมธานี เขต 1 โรงเรียนชุมชน วัดหน้าไม ้  ซึ่งความเป็นมา การคัดเลือกโรงเรียนในฝัน เป็นช่วงที่จะม ีการปรับเปลี่ยนยุบรวมสังกัด ซึ่งในช่วงแรกเริ่มของการจัด การเรียนการสอนและ การจัดกิจกรรมโรงเรียนในฝัน เป็นภาระหนักของ  โรงเรียน ชุมชน คุณครู ผู้บริหาร นักเรียน เป็นอย่างมาก  แต่จากการร่วมมือ ร่วมใจจากหลาย ๆ ฝ่าย ย่อมบรรลุ เจตนารมย์ที่ตั้งเอาไว้
             พอดีได้มาเห็นการจัดกิจกรรมเพื่อเตรียมการเพื่อรับการประเมิน
เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน  ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ของ สพท.ปท.1 เห็นความก้าวหน้าที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องที่ดีมาก ๆ
             สิ่งที่เห็นในวันนี้.......เนื่องจาก โรงเรียน    อยู่ในชุมชนที่แวดล้อม ด้วยธรรมชาติสีเขียวขจี จากท้องทุ่ง  ทำให้ทราบว่าโรงเรียนมีที่ดินทำนา  ที่พ่อแม่นักเรียนที่ประกอบอาชีพ
เกษตรกรรมช่วยเหลือ  ซึ่งโรงเรียนได้เคยนำเสนอต่อที่ประชุม ในช่วง
ของการดำเนินโครงการที่ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ได้กล่าวถึงด้วย
ซึ่งในเวลานั้น  ได้มองไปเห็นมีความเคลื่อนไหวคือ คนทำนาเิดินมา
สะพายเครื่องบนบ่า  จึงถามผู้ปกครองไปว่า  เขาพ่นยากันแมลงหรือ  คำตอบที่ได้รับ  ไม่ใช่ครู  เขาพ่นปุ๋ย  ทำให้รู้ได้ทันที่เลยว่า  วิทยาการ
ใหม่  และ ภูมิปัญญาชาวบ้านปรับเปลี่ยนสภาพให้ทันสมัย  ทันเหตุการณ์ อย่างมีเหตุมีผล  กล่าวคือ  คนเมืองเข้าใจว่า ชาวนา คงลำบากมากที่ต้องมีลูกจ้าง มาช่วยงานต่าง ๆ แต่สภาพปัจจุบัน คนหนุ่มคนสาว เข้าสู่แรงงานอุตสาหกรรมกันหมด  คนงานในภาค เกษตรมีน้อยมาก  เมื่อได้เห็นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้
อย่างนี้จึงเป็นคำตอบที่บอกได้เลยว่า ไม่เดือดร้อน  ฉันช่วยตัวเองได้
เป้นบทเรียนที่นักเรียนที่อยู่ใกล้ ๆ ทราบดี  ที่บอกเช่นนี้เพราะเดิมนั้น
ประสบการณ์เดิมนั้นเห็นเครื่องสะพายหลังเขาใช้พ่นยา  ซึ่งผู้ปกครอง ท่านนั้นยังบอกว่า ครู เขาหว่านข้าวได้ด้วย  ท่านเห็นผมทำหน้า งง งง
จึงอธิบายต่อไปอีกว่า  เขาเปลี่ยนท่อที่ต่อจากเครื่องตาม แต่วัตถุ ุประสงค์ที่จะใช้เพราะภายในท่อมีอุปกรณ์วาล์ว ที่ปรับไว้ตามสภาพ ที่จะใช้  ความรู้ที่ได้เป็นของพื้น ๆ สำหรับเด็ก ๆ แถวนี้ และทั่วไป ที่มีชีวิตในท้องทุ่ง  จึงทำให้คิดได้ว่า  ชาวนาไม่เดือดร้อน มีคน น้อย ก็ทำนาได้ ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ปรับใช่ได้้ตามสภาพ