วันแม่แห่งชาติผ่านไปแล้ว ลูกๆอย่ารอให้ถึงวันแม่ในปีถัดไป แต่ควรทำความดีเอาไว้ให้ท่านได้ชื่นใจเสมอ บางครั้งลูกไม่กล้าแม้แต่จะสรรญเสริญท่าน รักท่าน ดูแลเอาใจใส่ท่านขณะยังมีชีวิตอยู่ แต่จะนิยมจะสรรญเสริญท่านตอนอ่านประวัติผู้ตาย หรือไม่ก็ถวายทานไปหาเมื่อท่านจากลาไปแล้ว ดังนั้น อย่ารอเวลาให้สายเกินไป แล้วท่านจะเสียใจไปตลอดชีวิต

  

      เมื่อ ๒ วันก่อนหลานชายมารับให้ไปฉันเพลที่บ้าน ซึ่งห่างจากตัวอำเภอดอกคำใต้ไปประมาณ ๑๔ กิโลเมตร ได้ข่าวว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งได้เตรียมสำรับกับข้าวไว้ถวาย เพราะเป็นที่ทราบดีว่าวันที่ ๑๒ สิงหาคมทุกปีอย่างไรเสีย ผู้เขียนต้องมีเวลาว่างให้เธอผู้นี้เสมอ

 

     เมื่อไปถึง ผู้เขียนก็ไปฉันเพลที่ญาติโยมเตรียมไว้ให้ อาหารก็เป็นอาหารพื้น ๆ ธรรมดา ๆ ไม่ได้เลิศหรูอะไร แต่ลิ้นที่ลิ้มรสมาตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนกับรู้สึกว่า "กินเมื่อไหร่ ก็อร่อยเมื่อนั้น" เพราะการตระเตรียมอาหารทุกครั้ง "แม่" ไม่ได้แค่ปรุงรสให้ผ่าน ๆ ไป แต่ท่านได้เติมใจ ใส่ใจและรู้ว่าลูกชอบอะไรบ้าง? ท่านจึงได้เตรียมการอย่างปราณีตให้เสมอ เมื่อครั้งพี่ชายยังมีชีวิตอยู่ เคยพูดให้ฟังว่าเมื่อแม่รู้ว่าพระลูกชายจะกลับบ้าน คนในครอบครัวก็จะหยุดงานทั้งหมดมาคอยเอาใจใส่ ดูแล หุงหาอาหารเตรียมการอย่างพิถีพิถัน ทั้ง ๆ ที่ผู้เขียนก็ไปเยี่ยมบ่อย ๆ พอสมควร

 

     คำว่า "แม่" เป็นคำที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่ว่าจะเป็น "แม่ทัพ"  "แม่น้ำ"   "แม่สูตรคูณ"  "แม่สี"  "แม่ธรณี"  "แม่คงคา" เป็นต้น และเป็นที่น่าสังเกตว่า คำว่า "แม่" ไม่ว่าภาษาใดใดในโลก ล้วนแล้วแต่ออกเสียใกล้เคียงกันอย่างน่าอัจฉจรรย์ใจอย่างยิ่ง เช่น แม่-ในภาษาไทย, มาตา-ในภาษาบาลี, มาเทอร-ในภาษาอังกฤษ, ม่าหรือม้า-ในภาษาจีน ฯลฯ  ดังนั้น คำว่า "แม่" จึงเป็นคำที่ทรงพลังมาก และฝังรากลึกในจิตวิญญาณของลูก ๆ เสมอ

 

     จากการจุติของชีวิตน้อย ๆ ในท้องแม่ ๙ เดือน มีสายสะดือเป็นสายใยแห่งชีวิตและเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณระหว่างลูกกับแม่  เมื่อแม่จะกินสิ่งใด-ลูกจะได้สิ่งนั้นเสมอ! แม่เองต้องค่อย ๆ พิจารณาว่าจะเลือกสิ่งดี ๆ ให้ลูก ทั้ง ๆ สิ่งนั้นจะผ่านกระบวนการย่อยจากกระเพราะของแม่ก่อนแล้วก็ตาม ซึ่งก็หมายความว่าแม่เป็นผู้กิน แต่จุดประสงค์เพื่อให้ลูก ประดุจลูกนั้นจะถือกำเนิดจุติมาจากสรวงสวรรค์ เป็นการเกิดแบบมนุสสเทโว (มนุษย์ประดุจเทพ) ซึ่งเป็นความหวังของแม่ทั้งแผ่นดิน

     แต่เป็นที่น่าเสียดาย มนุษย์บางคน ทำลายความหวังของแม่ เบื้องต้นแม่แต่ละคนหวังว่าจะได้ลูกที่เป็นเทพมาจุติ แต่กลับกลายเป็นมนุสสเตรัจฉาโน (มนุษย์ประดุจสัตว์เดรัจฉาน) หรือไม่ก็กลายเป็นมนุสสเปโต (มนุษย์ประดุจเปรต) ไปเสียอย่างนี้ น่าเสียดายโอกาสที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง?

 

     เมื่อลูกถือกำเนิดมา นับว่าเป็นความงดงามของธรรมชาติอย่างหนึ่ง นับว่าเป็นความมหัศจรรย์แห่งจักรวาลเลยก็ว่าได้ แม้จะมีพื้นฐานจากความรักใคร่ของชายหญิงคู่หนึ่งระหว่างพ่อกับแม่ แต่ถึงกระนั้นก็ตามความรักที่ให้ต่อบุตรธิดาย่อมเป็นความรักที่บริสุทธิ์ ผุดผ่องและเต็มไปด้วยความปรารถนาดีอย่างน่าทะนุทะนอม อย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

     ความรักความผูกพันธุ์นี้ เป็นความรักพื้นฐานที่มนุษย์จะถึงมีต่อกันระหว่างแม่กับลูก แม้พระพุทธเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือโลกทั้งสาม ยังใช้ศัพท์ที่ลึกซึ้ง ดูดีและมีความหมายที่สื่อถึงคุณธรรมข้อนี้ว่า "ความกตัญญูกตเวที

     เมื่อครั้งที่พระนางสิริมหามายาทิวงคต ความตระหนักรู้ถึงบุญคุณได้บังเกิดแก่พระองค์เสมอมา เมื่อพระองค์ทรงบรรลุธรรมแล้ว ย่อมระลึกนึกถึงพระคุณของแม่เป็นธรรมดา จึงต้องเสด็จไปจำพรรษาบนสวรรค์เป็นเวลาถึง ๓ เดือน เพื่อแสดงธรรมโปรดพระมารดาเป็นการเฉพาะ เมื่อสำเร็จภาระกิจแล้วพระองค์ก็เสด็จลงยังโลกมนุษย์ จนเป็นที่มาของวันตักบาตรเทโวโลหนะหลังพรรษานั้นเอง

 

     แม้พระนางมหาปชาบดี พระแม่น้านางของพระพุทธเจ้า พระองค์ยังทรงอนุญาตให้บวชเป็นภิกษุณีรูปแรกในพระศาสนา แม้พระพุทธองค์จะทรงรู้ดีว่า หากอนุญาตให้สตรีบวชพระพุทธศาสนาอาจตั้งอยู่ไม่ได้นานก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงเลือกเอาความกตัญญูกตเวทีมากกว่าอายุกาลของพระพุทธศาสนา ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นว่า ความรักความเมตตามีพลังอำนาจมหาศาล มิใช่เกิดแก่พระประยูรญาติเท่านั้น แต่หมายถึงคนทั้งโลกเป็นเสมือนพระญาติของพระพุทธเจ้าเอง

 

     ในหลักคำสอนเรื่องทิศ ๖ ทำให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงวางหลักการไว้ให้พ่อแม่เป็นทิศเบื้องหน้า หรือ ปรัตถิมทิศ เนื่องจากพ่อแม่เป็นผู้มีอุปการะคุณแก่ลูก ๆ มาก่อนกว่าคนอื่น สมควรที่ลูก ๆ จะพึงทำความเคารพและเพื่อให้ลูกทำหน้าที่ต่อพ่อแม่ ๕ ประการ ดังนี้

     ๑)ท่านเลี้ยงเรามา เราเลี้ยงท่านตอบ หมายความว่าเป็นหน้าที่หนึ่งที่ลูก ๆ พึงจะกระทำ โดยเลี้ยงทางการได้แก่อุปถัมภ์ในเรื่องข้าวปลาอาหารเครื่องใช้หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการบริหารกายให้เป็นไปและเลี้ยงอาหารใจคือไม่ทำให้ท่านเสียใจ แต่ทำให้ท่านได้มีความสุขใจ

     ๒)ช่วยภาระกิจการงานของท่าน ในสมัยก่อนคนมักจะมีอาชีพตามพ่อแม่ ดังนั้นจึงมีธรรมะข้อนี้ไว้ แต่ปัจจุบันหมายถึงภาระกิจการงานอื่นใด อาจหมายถึงการช่วยท่านทำมาหากินเพื่อเลี้ยงครอบครัวให้เป็นไปอย่างมีความสุขได้

     ๓)ดำรงวงศ์สกุลของท่าน หมายถึงการดำรงภาพลักษณ์ที่งดงามที่ท่านทำไว้ต่อสังคม ไม่ให้ด่างพร้อยด้อยค่าในยุคของลูกหลาน แต่สามารถดำรงสถานภาพในท่ามกลางสังคมได้อย่างสง่างามตามสถานภาพของตน ๆ

     ๔)ประพฤติตนให้เหมาะแก่การที่จะรับทรัพย์มรดกของท่าน หมายถึงมีการประพฤติตัวปฏิบัติตนให้พ่อแม่เห็นว่าลูกเป็นผู้ใหญ่พอที่จะรับภาระกิจต่อของพ่อแม่ได้ หรือมั่นใจว่าลูกสมควรจะได้รับมรดกนั้น ๆ ไม่ใช่ล้างผลาญในสิ่งที่ท่านหามาได้ตลอดชีวิตลงในช่วงอายุของลูก ๆ

     ๕)เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ หมายถึงว่าเมื่อท่านจากไป เป็นหน้าที่ของลูก ๆ ต้องทำบุญอุทิศไปให้อย่างสม่ำเสมอ

 

     วันแม่แห่งชาติผ่านไปแล้ว ลูกๆอย่ารอให้ถึงวันแม่ในปีถัดไป แต่ควรทำความดีเอาไว้ให้ท่านได้ชื่นใจอยู่เสมอ บางครั้งลูกไม่กล้าบอกรักแม่ หรือยิ่งกว่านั้นแม้แต่จะสรรญเสริญท่านก็ไม่มี ไม่ต้องกล่าวถึงการดูแลเอาใจใส่ท่านขณะยังมีชีวิตอยู่เลย  ดังนั้น ถึงเวลาที่จะบอกรักแม่หรือยัง?

 

    หลายคน เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ไม่มีโอกาสได้ทำ แต่จะนิยมทำบุญอุทิศไปหาและทำการสรรญเสริญท่านเสียไปแล้ว หรือไม่ก็ตอนที่มีการจัดทำประวัติผู้ตายเท่านั้นหรือ?  อย่ารอให้วันนั้นมาถึงเลย  มันอาจจะสายเกินไป แล้วท่านจะเสียใจไปตลอดกาล

 

     ผู้เขียนขอสารภาพว่า อาตมารักผู้หญิงคนที่ชื่อว่า "แม่" นี้มากจริง ๆ   ...แม้บวชเรียนพรากเพียรจนสิ้น  หยาดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย....