วันนี้ขณะคาบสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ชั้น ป.2 และ ป.3 กับนักเรียนจำนวน 6 คน ได้แก่ น้องปอ น้องโฟร์ท น้องฟัก น้องแบงค์ น้องบอส และน้องเฟิร์น กระผมเห็นบรรยากาศของการเรียนวันนี้ค่อนข้างเครียด เด็กนักเรียนชอบแข่งขันและชอบอวดเพื่อนๆ ในห้องว่าเราเก่งกว่า เราทำเสร็จก่อน ซึ่งเด้กแต่ละคนก็ไม่รู้หรอกว่าตนเองทำแบบฝึกหัดถูกหรือผิดกันแน่ และอีกอย่างที่สังเกตเห็นก็คือนักเรียนขาดสมาธิในการเรียน
กระผมเลยตัดสินใจลองใช้วิธีการที่เคยอ่านจากหนังสือและศึกษางานของท่าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ว่าการสอนสมาธิให้เด็กเล็กนั้น จะใช้การนั่งสมาธิเหมือนกับผู้ใหญ่อาจจะเป็นเรื่องยาก ควรจะลองให้เด็กทำสมาธิจากสิ่งง่ายๆ พื้นๆ ก่อน เช่น การต่อเทียนไข การเทน้ำใส่แก้วต่อๆ กัน วันนี้กระผมเลยตัดสินใจลองใช้วิธีการที่สอง คือการรินน้ำใส่แก้วต่อๆ กัน และให้ผู้รับกล่าวคำว่าขอบคุณ และกระผมเองก็ลงไปเป็นสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มเด็กครั้งนี้ด้วย
บรรยากาศที่สังเกตเห็นและความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับกระผมและเด็กๆ มันเหมือนกับเป็นปาฏิหาริย์เลยจริงๆ กระผมรู้สึกดีมากๆ ตอนที่รินน้ำจากแก้วของตัวเองลงสู่แก้วของเด็กนักเรียน มันเป็นความรู้สึกภูมิใจ เต็มใจและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกที่เรากำลังรินน้ำแบ่งปันให้เขา และแววตาที่ฉายโชนออกมาจากเด็กที่กำลังรองรับน้ำที่ผมรินนั้นชั่งเป็นแววตาแห่งความสุข เขาบรรจงตั้งใจรองรับน้ำอย่างมีความสุข และต่อจากนั้นเด็กทุกๆ คนก็รินน้ำออกจากแก้วของตนที่ได้รับมาสู่แก้วคนอื่นๆ ต่อไปจนครบทั้ง 6 คน รวมกับกระผมด้วยเป็น 7 คน
ต่อจากนั้นกระผมก็ให้สลับทางในการรินน้ำ ภาพที่สังเกตเห็นคือคนที่เคยให้กลับมาเป็นคนรับจากอีกคน และคนรับกลับกลายเป็นผู้ให้ กระผมเชื่อว่าความสมดุลและความยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วในใจเด็กน้อยทั้ง 6 คนนี้ สุดท้ายน้ำทั้งหมดอยู่ที่แก้วของผม และกระผมได้รินน้ำทั้งแก้วแบ่งให้เด็กทั้ง 6 คนเท่าๆ กัน และบอกพวกเขาว่า อยากให้ทุกคนเอาน้ำในแก้วไปรดต้นไม้ดีกว่า เพราะต้นไม้ให้อากาศที่สดชื่นกับเรามาทั้งวันแล้ว
บรรยากาศในการสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ในวันนี้นอกจากจะทำให้เด็กทุกคนเกิดทักษะความรู้ทางคณิตศาสตร์แล้ว เด็กทั้ง 6 คนยังได้เรียนรู้ความรู้สึกที่ได้จากการให้และการรับด้วยอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งปรากฏออกมาจากเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอย่างงดงาม
กระผมอยากให้เด็กน้อยเหล่านี้เติบโตขึ้นเป็นคนดีในสังคมเล็กๆ คืออำเภอบ้านเขว้า ขยายไปสู่สังคมของจังหวัดชัยภูมิ ภาคอีสาน ประเทศไทย และสากลต่อไป เพราะความรู้สึกดีๆ จากการให้และการรับ น้ำใจไมตรีนั้น ผมเชื่อว่ามันเป็นความรู้สึกที่เป็นสากล ที่เป็นของเราทุกคนในโลกนี้โดยไม่แบ่งชาติแบ่งภาษา และแบ่งวัฒนธรรมอย่างแน่นอน