อย่างไรก็ตาม ๒๐ ปี มจร.พะเยา แม้จะเป็นองค์กรเล็ก ๆ แต่ภารกิจยิ่งใหญ่พอสมควร ดังนั้น สองทศวรรษที่ผ่านมา ผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ได้บทเรียนอะไรมากมาย ได้ร่วมฟันฝ่าอุปสรรค์ปัญหานานับประการ เรื่องที่ผ่านมาได้สอนบทเรียนอะไรไว้ ผู้บริหารยุคต่อไปต้องถอดบทเรียนเพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม ส่วนทศวรรษต่อไป ต้องมองให้ออกว่า มจร.พะเยาควรจะก้าวเดินต่อไปในทิศทางไหนดี? นี้คือโจทย์ที่ผู้บริหารชุดปัจจุบันต้องกล้าตัดสินใจให้ไวมากกว่านี้ !
วันนี้ ประชุมบุคลากรประจำเดือนของ มจร.วิทยาเขตพะเยา จำนวนกว่า ๖๐ รูป/คน รวมทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนถึงอัตราจ้าง ซึ่งประเด็นหลักก็คือการเตรียมงานฉลองครบรอบ ๒๐ ปี มจร.วิทยาเขตพะเยา ในวันที่ ๒๐ สิงหาคมนี้
สาระในการประชุมก็คือ การเลื่อนวันในการทำบุญในวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ แทน เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ที่สำคัญผู้ใหญ่ในระดับต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ระบุเอาวันที่ ๒๓ นี้สะดวกกว่าวันที่ ๒๐ เป็นไหน ๆ
ตามกำหนดการ วันงานที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ได้กำหนดไว้เป็น ๒ ภาค คือภาคเช้าและภาคบ่าย
๑.งานในภาคเช้า กำหนดจัดขึ้น ณ มจร.ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา ซึ่งในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการในภูมิภาคนี้ เนื่องจากมีพื้นที่ ๑๖๐ ไร่ (พื้นที่ส่วนนี้ขณะที่ผู้เขียนดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขตได้ยื่นหนังสือขอจากจังหวัดพะเยาและผ่านมติเห็นชอบจากชาวตำบลแม่กาให้ใช้) โดยมากจะเป็นพิธีการทางศาสนา การมอบถนน เปิดป้ายอาคาร และการวางศิลาฤกษ์อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ "๗๖ ปี พระราชวิริยาภรณ์ (ศรีมูล มูลสิริ)"
๒.งานในภาคบ่าย กำหนดจัดขึ้น ณ ห้องพุดตาล โรงแรมเกทเวย์ ตำบาลเวียง อำเภอเมืองพะเยา ซึ่งห่างจากจุดพิธีในภาคเช้าประมาณ ๒๕ กิโลเมตร มีอยู่ ๒ ตอน คือ
๒.๑.พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บรรยายพิเศษเรื่อง "มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยกับการเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง"
๒.๒.มีการประชุมสัมมนาและนำเสนอผลงานทางวิชาการนานาชาติ โดยใช้หัวข้อว่า "สถานภาพและความสัมพันธ์ของพระพุทธศาสนาในประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" งานครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยได้เรียนเชิญนักวิชาการทางพระพุทธศาสนาจาก ๔ ประเทศในภูมิภาคแม่น้ำโขงตอนบนมาเสวนากัน ประกอบด้วยนักวิชาการจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, ประเทศประชาธิปไตยประชาชนลาว, ประเทศสหภาพเมียนมาร์ และประเทศไทย เจ้าภาพ
นี้เป็นกำหนดการคร่าว ๆ ของงานวันครบรอบก่อตั้งวิทยาเขตพะเยา ส่วนประกาศมหาวิทยาลัยฯ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการครบรอบ ๒๐ ปี การก่อตั้งวิทยาเขตพะเยานั้น ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายวิชาการและจัดทำหนังสือผลงานทางวิชาการ โดยมีหน้าที่ประสานข้อมูลทางวิชาการจากนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งรวบรวม จัดพิมพ์หนังสือผลงานทางวิชาการเพื่อประกอบในการประชุมสัมมนา
เมื่อประชุมเสร็จแล้ว ผู้เขียนได้เรียกประชุมทีมงาน คณะกรรมการฝ่ายวิชาการและจัดทำหนังสือผลงานทางวิชาการ ซึ่งทำให้ทราบว่าในงานนี้มีวารสารถึง ๓ เล่ม มาจาก ๓ หน่วยงาน ผู้เขียนจึงให้แต่ละหน่วยงานปรับกรอบแนวคิดในการจัดทำวารสาร ดังนี้
ก.ศูนย์แลกเปลี่ยนพระนิสิต นักศึกษา และการศึกษาพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จะจัดทำวารสารชื่อ "พระพุทธศาสนาลุ่มน้ำโขง" โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในประเทศภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ฯลฯ ในเชิงของสารคดี
ข.ศูนย์บัณฑิต จะจัดทำวารสาร "มหาจุฬาสาร" โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยตรงและเป็นบทความ งานวิจัย เป็นหลัก
ค.สำนักงานวิทยาเขต จะจัดทำวารสาร "แสงโคมคำ" โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของมหาวิทยาลัย บุคลากร ประวัติความเป็นมา สรุปภาพกิจกรรมของสถาบัน เน้นสาระทั่วๆ ไป
นี้เป็นภารกิจหนึ่งที่ต้องเร่งทำภายใน ๑๘ วัน แต่ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เมื่อแต่ละส่วนงานได้เตรียมการมาพอสมควรแล้ว เพียงแต่ปรับทิศทางการดำเนินการ และกรอบแนวคิดในการจัดทำวารสารให้อยู่ในประเด็นที่คุยกันไว้เท่านั้น
เจริญพรคุณโยมธรรมทิพย์ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแผ่ ขออนุโมทนาด้วย
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาถ้าจับประเด็นดี ๆ ก็สามารถทำได้ในทุกระดับ
พระพุทธเจ้าทรงมองภารกิจนี้ให้แก่ พุทธบริษัทสี่คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา
นมัสการครับ พระอาจารย์
ดูเหมือนรุ่นพี่ผมก็ไปช่วยถวายความรู้แก่พระนิสิตที่ มจร.พะเยาด้วยนะครับ(ดร.ชัยณรงค์ ศรีมันตะ)
อาจารย์ รท.ปรีชา หอมประภัทร ก็เป็นอาจารย์เก่าของผม ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านเกษียณไปหรือยัง?
กราบขอบพระคุณมากๆ ครับ
เจริญพรคุณโยมอักขณิช ท่านแรกเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยพะเยา
ส่วนท่านที่สองย้ายไปอยู่มหาวิทยาลัยอีสาน