สองทุ่มของวันที่ 2 ส.ค. เราเดินทางจากตรังมาถึงที่พักโรงแรมโกลเด้นฮิลล์ ที่กระบี่ เป็นโรงแรมไม่ใหญ่นัก ราคาถูก แต่อยู่สบาย พวกเราคิดตรงกันว่าต้องช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายที่พอจะประหยัดได้ เพราะที่กระบี่ค่าครองชีพสูงกว่าภูเก็ตเสียอีก แต่เขากำหนดค่าที่พักไม่เกิน 1,000 บาท เราเลยเลือกพักแค่ราคา 600 บาท (เส้น ผอ.อำมาตย์ฯ) เท่านั้น
พอมาถึงอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ท่านชัยเลิศ ภิญโญรัตนโชติ(ประธานคณะกรรมการระดับจังหวัด)ก็มารอต้อนรับเราที่โรงแรม คุยกันจนร่วม 3 ทุ่ม ท่านบอกว่าชอบโครงการนี้มาก ท่านให้เกียรติ เป็นกันเองกับเรามาก นับถือๆ
ที่ตรังผู้ใหญ่ใน สสค. คือท่านผอ.นคร มาเยี่ยมเรา ที่กระบี่ ท่านผู้ตรวจฯกิจสุวัฒน์ ก็มาเยี่ยมเรา ทราบว่าที่ภูเก็ตท่านนพพรก็จะมาเยี่ยมเราอีก อบอุ่นๆจริงๆ ถ้าจะให้อบอุ่นกว่านี้ก็ต้องไปเยี่ยมเราที่ 3 จังหวัดชายแดนด้วยนะ(แซวเล่นน่า)
เช้าวันที่ 3 ส.ค. ก่อนร่วมประชุมแลกเปลี่ยนกับคณะกรรมการระดับจังหวัด ท่านผู้ตรวจฯกิจสุวัฒน์นำพวกเราไปเยี่ยมท่านนายก อบจ. ซึ่งเป็นแม่งานของโครงการนี้ ท่านต้อนรับเราอย่างคนกันเอง เราต่างใจตรงกันที่มุ่งมั่นจะทำงานนี้เพื่อการศึกษาของชาติ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส คุยกันอย่างสนุก มีดร.ชัยพจน์คนเดียว ที่ไม่ยิ้มกับเขา ท่านอาจจะกำลังพิจารณากาแฟด้วยความสนใจก็ได้ แต่หลังจากนี้ไม่นานท่านก็มีคำพูดให้เราหัวเราะตลอด ท่านสายสมรบอกว่า
ดร.ชัยพจน์เป็นคนตลกหน้าตาย พวกเราทั้ง 5 คน ล้วนเป็นเพื่อนฝูงกันก่อนมาแทบทั้งนั้น โดย 4 คนต่างก็เป็นอดีต หศน. ทั้ง ดร.ประสงค์ ดร.ชัยพจน์ ท่านสายสมร และผม โดยเรามีพี่ใหญ่ คือผอ.ประสาร (อดีตครูของดร.ชัยพจน์ และทำงานกับท่านสายสมรมานาน) อันเป็นที่เคารพรักของพวกเรา เราเลยทำงานกันด้วยความสนุกสนาน เรารู้ใจกัน และแซวกันตลอด และเราทำงานกับพื้นที่ภาคใต้มานาน จึงคุ้นเคยกับบุคลากรในท้องถิ่นนี้เป็นอย่างดี
ที่จังหวัดกระบี่เขามาแปลก เขาจัดให้เราไปเยี่ยมคณะกรรมการท้องถิ่นก่อนในวันแรก แล้วค่อยมาประชุมแลกเปลี่ยนกันในวันที่สอง นับเป็นกลยุทธ์ที่ดีทีเดียว ทำให้เราได้ข้อมูลมาคุยกันอย่างเห็นภาพพจน์
วันแรกท่านผู้ตรวจกิจสุวัฒน์นำเราไปกับคณะกรรมการระดับจังหวัด ไปเยี่ยมคณะกรรมการระดับท้องถิ่นที่ เทศบาลตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา ภาพที่เราเห็นเมื่อเดินเข้าห้องประชุม จะเห็นท่านนายกฯจเร ปานจีน ใส่เสื้อยืดครูสอนดี ยิ้มต้อนรับเรา และโดยรอบห้องประชุม คณะกรรมการระดับท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ต่างสวมเสื้อยืดครูสอนดีกันทุกคน ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่ง แสดงให้เห็นถึงความเป็นทีมและเป็นกลวิธีประชาสัมพันธ์ได้อย่างดี วันนี้กรรมการมากันเกือบครบทุกคน ดูจากการประชุมที่ผ่านมาก็มากันเกือบครบทุกครั้ง ต่างเข้าใจโครงการนี้เป็นอย่างดี และบอกว่าทำด้วยใจรักกันทุกคน
ภาคบ่ายผู้ตรวจกิจสุวัฒน์นำทีมพวกเราไปเยี่ยมคณะกรรมการระดับท้องถิ่นที่เทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้ ท่านนายกฯสุขุม ภีร์ทอง และคณะได้นำเสนอเล่าการดำเนินงานให้เราฟัง ตอนหนึ่งบอกว่า มีโรงเรียนส่งครูมา แค่คนเดียว เราฟังตอนแรกก็ตกใจ เลยให้ช่วยกันวิเคราะห์สาเหตุของปัญหากันยกใหญ่ บ้างก็ว่า อาจจะอ่อนประชาสัมพันธ์ หรือครูกลัวจะต้องเขียนผลงานเหมือนขอวิทยฐานะ หรือไม่ดีจริงกลัวถูกทักท้วงภายหลัง หรืองานยุ่ง เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม ฯลฯ ในที่สุดก็เห็นทางแก้ร่วมกันว่า ต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เข้าถึงใกล้ชิด โดยไม่ตระหนก แต่ให้ตระหนัก ตอนท้ายท่านปลัดเทศบาลพูดด้วยท่าทีขึงขังจริงจังและมั่นใจว่า เพิ่งกระจ่างวันนี้เอง ต่อไปนี้จะทำอย่างเต็มที่และจะต้องเกิดผลดีแน่นอน เรียกเสียงปรบมือดังสนั่น
นี่คือวาทะแห่งปีของท่านผู้ตรวจกิจสุวัฒน์ ที่กล่าวกับคณะกรรมการท้องถิ่นเทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้
“...การคัดเลือกครูสอนดีก็เหมือนกับการประกวดนางสาวไทย ที่กรรมการจะเป็นเหมือนผู้ทรงคุณวุฒิหลายๆสาขา มาคอยนั่งดูนางงามเดินผ่านโชว์ใน 3 มิติ คือ ชุดไทย ชุดว่ายน้ำ และชุดประจำชาติ ถ้ากรรมการทุกคนเห็นตรงกันว่าใครงามพร้อมทั้ง 3 ชุด ก็ได้เป็นนางสาวไทย...”
ช่างเป็นวาทะที่อธิบายวิธีการคัดเลือกครูสอนดีได้อย่างเห็นภาพพจน์จริงๆ(โดยเฉพาะชุดว่ายน้ำ)
คณะกรรมการท้องถิ่นก็มีนักเรียนเป็นกรรมการด้วยนะ
เช้าวันที่ 4 ส.ค. ก่อนประชุมกรรมการระดับจังหวัด พวกเราได้ไปเยี่ยมคารวะผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าของจังหวัดคือ ดร.ชวน ภูเก้าล้วน ประธานสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่ ซึ่งสภานี้เกิดโดยคณะภาคเอกชน ผู้หวังดีต่อการจัดการศึกษาของจังหวัดกระบี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดกระบี่ที่มีบริบทไม่เหมือนที่อื่น ให้เห็นผลชัดเจน ซึ่งทราบว่างานของท่านก้าวหน้ามาก มีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนมาช่วยสานต่อกันอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้นเราก็เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการระดับจังหวัด ที่มีอดีตรองผู้ว่าฯชัยเลิศ เป็นประธาน ท่านได้ให้ข้อเสนอแนะจากประสบการณ์ของนักปกครองหลายอย่าง เช่น อยากให้มีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามามีบทบาทในคณะกรรมการโดยตรง ท่านมีแนวคิดการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ ที่จัดสัดส่วนออกมาเป็น 5 ภาค ตามบริบทของจังหวัด คือ ภาคบุคคล ภาคองค์กร ภาคเอกชน ภาคประชาคม และภาควิชาการ
จุดเด่นในการขับเคลื่อนของคณะกรรมการระดับจังหวัดอย่างหนึ่งก็คือ การจัดกองคาราวานออกไปนิเทศติดตามผลลงไปในพื้นที่ทุกอำเภอ พูดคุยกันโดยตรง พร้อมๆไปกับการประชาสัมพันธ์ในภาพกว้างหลายๆรูปแบบ ซึ่งมีคุณฐิติชญาณ์ บุญโสม ตัวแทนสื่อมวลชน ที่เข้มแข็ง ทำทั้งป้ายคัตเอ้าท์ สปอร์ตวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ ออกอย่างต่อเนื่อง
ตอนบ่ายเราประชุมกับคณะกรรมการระดับท้องถิ่นที่เทศบาลเมืองกระบี่ ท่านนายกฯกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน (ลูกชายท่านดร.ชวน) และคณะกรรมการเล่าการดำเนินงานพร้อมแลกเปลี่ยนซักถามกันอย่างทั่วถึง
ผมดูจากการพูดคุยกันไม่ว่าจะในที่ประชุม ณ จุดใด หรือการคุยกันส่วนตัว ทุกคนต่างชื่นชมโครงการนี้ และอยากเห็นโครงการนี้ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นมิติใหม่ในการทำงานที่ไม่เคยพบมาก่อน
ดร.ประสงค์ก็มีมุขกับเขาเหมือนกัน ตอนแนะนำพวกเราในบ่ายวันนี้ ซึ่งแต่ก่อนจะเรียกพวกเราว่า “ผู้ทรงคุณวุฒิ” แต่วันนี้เปลี่ยนมาแนะนำพวกเราว่า
“วุฒิอาสา” โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า พวกเราเป็นผู้อาวุโสที่เกษียณแล้วแต่มีจิตอาสาอยากจะช่วยสังคม ช่วยการศึกษา เลยทำให้พวกเราได้รับความศรัทธา ยอมรับมากขึ้นทีเดียว
การส่งเสริมให้ครูได้มีขวัญกำลังใจ โดยคนรอบข้างเป็นงานการกุศลที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง
เราจะได้สรรหา และเสนอชื่อ เพื่อคัดเลือกครูดี ที่ทำงานทุ่มเทเพื่อเด็ก และไม่เคยเสนอตัว
เพื่อรับสิ่งตอบแทน ในบ้านเมืองเรายังมีครูประเภทนี้อีกเยอะครับ
และอย่าลืมเหลียวดูครูที่ไม่ได้สอนในสถานศึกษา เช่น ครูภูมิปัญญาท้องถิ่น ครูสอนเด็กด้อยโอกาส
ผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชึพแต่มีจิตวิญญาณของครู ด้วยนะครับ สังคมคงต้องพยายามเสาะหาแล้วเสนอ
ผ่านมาทางองค์กรปกครองท้องถิ่น จะยิ่งดีครับ
ขอบคุณ ดร.ชัยพจน์ที่ตระหนักในในการแสวงหาและยกย่องครูนอกระบบโรงเรียน โดยเฉพาะที่สอนเด็กด้อยโอกาสหลายๆกลุ่ม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ใช่มองแต่ในระบบโรงเรียนอย่างเดียว ท่านไปที่ไหนก็เชิญชวนภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมให้ตระหนักและช่วยกันในเรื่องนี้เสมอ
สวัสดีคะ อาจารย์ เป็นไงบ้างคะ ตอนนี้อยู่ที่จังหวัดอะไรเอ๋ย หนู สุรี สะหนิบุตร ศึกษานิเทศก์ เทศบาลเมืองปัตตานี คะ เมื่อวันอาทิตย์ ผอ กองการศึกษา ได้โทรมาคุยเรื่อง เกณฑ์การคัดเลือกทุนครูสอนดี น่าจะใช้หลักเกณฑ์อะไรบ้าง ก็เลยต้องกลับมาทำการบ้าน ค้นคว้าหาข้อมูลเผื่อมีจังหวัดใดมีแนวทางการดำเนินอย่างไร แต่ก็ไม่มีเลย จึงมีแนวคิดของหนูนะค่ะ หนูมีแนวคิดว่า การให้ทุนครูสอนดี เพื่อจัดทำกิจกรรมสำหรับเด็กด้อยโอกาส ก็เลยคิดว่า เราน่าจะสัมภาษณ์และดูแนวคิดการพัฒนาการทำกิจกรรม/โครงการ แต่ ผอ กองการศึกษา บอกว่า ครูสอนดีที่มีสิทธิได้รับทุน มีจำนวนมาก หนูก็เลยนำเสนอว่า เราน่าจะให้ครูสอนดีที่มีสิทธิ์ได้รับทุน เขียนแนวคิดการดำเนินกิจกรรม/โครงการ และรายละเอียด เช่น สอนเด็กด้อยโอกาสจำนวนเท่าไร ลักษณะเด็กด้อยโอกาส (ฐานะยากจน กำพร้าบิดามารดา พิการ อื่น ๆ) โดยประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดก่อนว่า เห็นด้วยหรือไม่ หรือควรมีกรอบแนวคิดอย่างไร เพื่อทำการคัดเลือก
แวปนึงคิดถึงอาจารย์เผื่ออาจารย์มีแนวคิด หรือ กรอบแนวคิด เสนอแนะ หนูจะได้เรียนให้ ผอ กองการศึกษา ได้รับทราบเพื่อนำเสนอคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาต่อไป หนูุยังมีประสบการณ์ในการทำงานการเป็นศึกษานิเทศก์ ยังน้อย อาจารย์มีอะไรจะแนะนำนะค่ะ แนะนำได้นะค่ะ จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยคะ
ผมเพิ่งเสร็จที่นราธิวาส เพิ่งเดินทางกลับ หลักเกณฑ์และแนวทางคัดเลือกทุนครูสอนดี เป็นบทบาทของกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งผมคงไปชี้นำไม่ได้ แต่ถ้าจะให้แสดงความเห็นส่วนตัวก็อยากบอกว่า ทุนที่ให้ 5 แสนสำหรับไปทำโครงการต่อยอด ขยายผล 3 ปี ดังนั้นคนที่จะได้รับควรมีแผนว่าจะเอาเงินไปทำอะไร(ไม่ใช่เอาไปดาวน์รถ เหมือนที่ ดร.ชัยพจน์เคยพูดเย้าเล่น) เหมือนเวลาจะทำวิจัยก็ต้องมีเค้าโครงการวิจัย ซึ่งที่อาจารย์ว่ามาอาจเป็นเกณฑ์หนึ่งในการเฟ้นจำแนกคนที่ได้รับทุนครูสอนดีก็ได้ แต่ก็ต้องสร้างความเห็นพ้องต้องกันในกรรมการระดับจังหวัดครับ
ขอบคุณท่านอาจารย์มากคะ พรุ่งนี้คณะกรรมการระดับจังหวัดนัดประชุมคะ คงจะได้แนวทางในการพิจารณาคัดเลือกทุนครูสอนดีคะ