เมื่อนายบอนต้องเจอกับสาวน้อยที่กำลังอยู่ในอาการอกหัก ท่าทางหนักมากๆ เพราะเธอรักหนุ่มคนนั้นเหลือเกิน อยากแต่งงาน อยากใช้ชีวิตกะเค้า เมื่อเค้าขอเลิก เลยเกิดอาการทำใจไม่ได้ ท่าทางอาการหนัก   กลัวจะคิดสั้นเหมือนกัน

เพื่อนๆของเธอพยายามปลอบโยน พาไปกิน ไปเที่ยว ไปร้องคาราโอเกะ จะได้ปลดปล่อยมั่ง แต่พอได้ยินเพลงอกหักอย่าง ความเจ็บปวดของปาล์มมี่ หรือ ยิ่งกว่าเสียใจ, วางมือบนบ่าน้ำตาก็ไหล ของพั้นซ์  อาการยิ่งหนักกว่าเดิม

มันปลอบกันยังไงเนี่ย...

แล้วเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มก็เสนอว่า แบบนี้ต้องหาคนมาช่วยดามหัวใจ ไปๆมาๆ ก็มาบอกให้นายบอนช่วยไปดูน้องเค้าให้ด้วย เพราะเห็นสนิทกันบ่อยๆ ไปอยู่เป็นเพื่อน ช่วยปลอบเค้าหน่อยสิ

เอ.. มันจะให้นายบอนเป็นคนไปดามหัวใจให้รึไงเนี่ย แล้วทำไมต้องเป็นนายบอนวะ แต่เอ้า ขอร้องมาก็จะไปดูให้

แต่พอไปแล้ว แหมไม่น่าหลวมตัวมาเล้ย เพราะต้องไปหอพักหญิงในตอนเย็นๆ แล้วจะให้ไปปลอบยังไงเนี่ย แหม พยายามเปิดโอกาสให้อยู่กันสองต่อสองซะด้วย

แต่นายบอนไม่ได้คิดแบบนั้นนี่นา จะให้มาปลอบใจนี่ ก็ยังนึกไม่ออกเลยว่า จะทำยังไงดี พูดไปแล้ว น้องเค้าจะฟังรึเปล่าก็ไม่รู้ ขนาดเพื่อนในกลุ่มช่วยกันพูด น้องเค้ายังเฉยๆเลย

หิวข้าวพอดี เลยเดินไปซื้อส้มตำ แล้วกลับมาที่ห้องของน้องเค้า ขอยืมจานมาใส่ส้มตำ ไอ้น้องมันก็ยังนั่งเหม่อ เออ หยิบเองก็ได้วะ

แล้วนายบอนก็นั่งกินส้มตำเฉย หยิบแคบหมูมาเคี้ยว เสียงดังกร๊อบ ยิ่งทานยิ่งเผ็ด เลยส่งเสียงซี๊ดซ๊าด แซบหลาย

แล้วไอ้น้องที่กำลังอกหักลุกมานั่งใกล้ๆตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ สงสัยจะทนไม่ได้ เลยลุกมาร่วมวง คงจะนั่งน้ำลายสออยู่นานล่ะสิ เลยขอพักยกอกหักมานั่งกินส้มตำสักครู่

พวกเพื่อนๆในกลุ่มของสาวเจ้ากลับเข้ามาพอดี พอเห็น 2 คนในห้องพากันนั่งกินส้มตำ หน้าแดงเพราะเผ็ดซี๊ดซ๊าด ก็พากันถอนใจ

เฮ้อ นึกว่า จะมาช่วยดามใจ กลับมาชวนกันกินส้มตำหน้าตาเฉย แต่ก็เกินคาด ที่สาวเจ้าคนอกหัก ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวบ้าง หลังจากที่ทำตัวเหมือนคนไร้วิญญาณมาตั้งหลายวัน