วีซีดีเรื่องการจัดการความรู้เกษตรยั่งยืน จ.พิจิตร   ทำให้คุณสุรเดชดังเป็นพลุ   ที่จริงความดีและความสามารถของคุณสุรเดชสูงกว่าความดังมากมายนัก

         ตอนนี้คุณสุรเดชดังในฐานะวิทยากร KM   โยง KM เข้าไปในโครงการแก้จนจังหวัดพิจิตร    ได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นหัวหน้าทีมวิชาการแก้จน   พาทีมผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านปราชญ์ชาวบ้าน   ให้เห็นด้วยตาตนเองว่าวิธีการเกษตรพอเพียง  เกษตรธรรมชาติแก้จนได้   แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด   จากหวังรวยเป็นหวังพอเพียง   และต้องมีกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน   ทั้งผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนฯ เห็นจริง   จึงส่งเสริมให้ อบต. ตั้งงบประมาณส่งเสริมให้มีการตั้งกลุ่ม ลปรร. ในทุกหมู่บ้าน   ให้งบประมาณหมู่บ้านละ 10,000 บาท

         คุณสุรเดชนำ KM เข้าไปในโครงการลดอุบัติเหตุจราจรที่ นพ. สำเริง  แหยงกระโทก เป็นหัวหน้าโครงการ   ได้งบประมาณจาก สสส. ทำร่วมกับ นพ. วิทยา  ชาติบัญชาชัย

         หน่วยราชการต่าง ๆ ต้องการทำ KM   แต่ไม่รู้จัก  ทำไม่เป็น  มาขอให้คุณสุรเดชไปเป็นวิทยากรฝึกวิธีการ ลปรร.   วิธีเล่าเรื่อง  วิธีสุนทรียสนทนา  จดบันทึกขุมความรู้  วิธีทำ people mapping ตามด้วย knowledge mapping

         ผมสังเกตว่าคุณสุรเดชจะมีความชำนาญกว่าใคร ๆ ในการทำ people mapping  หาผู้รู้ระดับ 4 ดาว,  5 ดาว  แล้วให้เล่าวิธีการหรือเคล็ดลับออกมาบันทึกและสรุป (สังเคราะห์) เป็น knowledge mapping

         คุณสุรเดชไปช่วยเป็นวิทยากร ลปรร. การแพทย์ฉุกเฉิน   เรื่องชุมชนกับการป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตก   จัดโดยหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสาธารณสุข จ.นครสวรรค์

         เป็นวิทยากรจัดเวที ลปรร. เกษตรอินทรีย์ให้แก่เกษตรจังหวัดพิจิตร

         เป็นวิทยากรบรรยาย KM แก่จังหวัดลพบุรี  ไปจัดที่ จ.กาญจนบุรี   ครูคนหนึ่งถาม "KM ต่างจากอาจสามารถโมเดลอย่างไร"

         "อาจสามารถโมเดลเป็นปรากฎการณ์   แต่ KM เป็นกระบวนการ"

         "ปรากฎการณ์  สร้างภาพ  สร้างผลงาน  มีอยู่ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็หายไป   แต่กระบวนการต้องดำเนินต่อเนื่อง   เกิดผลชัดเจนช้าหน่อย แต่เกิดต่อเนื่องยาวนานและจริงจัง"

         ผมต่อในใจว่า "อาจสามารถโมเดลเป็นมายา  แต่ KM เป็นของจริง"

          

 คุณสุรเดช เดชคุ้มวงศ์ (ซ้าย) และ นพ. สมพงษ์ ยูงทอง (ขวา)

วิจารณ์  พานิช
 16 ส.ค.49