ศึกษาแหล่งการเรียนรู้

 

กศน.ตำบลแก่งกระจาน จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน “ ศึกษาเรียนรู้ด้านอาชีพ”ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านถ้าเสือ  หมู่ 3  ตำบลแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

             เมื่อวันที่ 25 กรกาคม 2554  นางสุนันทา  การะเวกผู้อำนวยการ กศน.อำเภอแก่งกระจาน  มอบหมายให้ นางเสงี่ยม  สัมพันธารักษ์  และนางขนิษฐา ตรีรัตนปรีชา  นำนักศึกษา กศน. ตำบลแก่งกระจาน  จำนวน 40 คน “ ศึกษาเรียนรู้ด้านอาชีพ” ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านถ้าเสือ: กลุ่มธนาคารต้นไม้  หมู่ 3  ตำบลแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี  เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ในด้านความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และแหล่งเรียนรู้ อื่น ๆ  โดยมี นายสุเทพ   พิมพ์ศิริ  ประธานกลุ่มธนาคารต้นไม้  เป็นวิทยากรให้ความรู้ เรื่อง ธนาคารต้นไม้ และการทำเกษตรผสมผสาน

              นายสุเทพ    พิมพ์ศิริ   นำชมแปลงปลูกต้นไม้และกิจกรรมต่าง ๆ ในศูนย์เรียนรู้

หลักกและเหตุผล
 
           ธนาคารต้นไม้ (TREE BANK) เป็นพัฒนาการเนินงานต่อเนื่องจากประสบการณ์และองค์ความรู้ในโครงการนำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ การปลูกต้อนไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักอำนวยการคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ตามนโยบาย “การปลูกต้นไม้ใช้หนี้” ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยพลังงาน อาหารและยา มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาโลกร้อนและปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและเป็นการวางรากฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจของชาติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระยะยาว โดยมีกิจกรรมรูปธรรม คือ “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้” บนที่ดินทำกินของตนเองเป็นกิจกรรมหลักและปลูกต้นไม้สาธารณะและป่าชายเลนเป็นกิจกรรมรองที่สำคัญเป็น “หนี้” ที่มีความหมายสองนัย คือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือความล้มเหลวในการผลิตทางการเกษตรกรที่เข้าร่วมทำกิจกรรม
            จากพิธีเปิดวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ การพึ่งตนเองและความมั่งคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 ณ ตึกสันติไมตรีธรรมเนียบรัฐบาล เป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรที่ได้ร่วมรับฟังในที่นั้นเกิดความรู้ความเข้าใจ และหวังที่จะดำเนินกิจกรรมในโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ เพื่อที่จะเรียนรู้ในการจักการการสร้างเครือข่ายและสร้างระบบการจัดการทรัพยากรชุมชนร่วมกันให้สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับครอบครัว ชุมชนเครือข่าย นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ยังเป็นการลดปัญหาความยากจน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายมีกินมีใช้พอเพียงตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถที่จัดการหนี้สินของเกษตรกรได้ในระยะยาวและนำไปสู่การจัดระบบสวัสดิการชุมชนให้กับตนเองและผู้ที่ด้อยโอกาสในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสิ่งที่สำคัญเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของชุมชนของประเทศ ของโลกนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์เพื่อแก้ไขภาวะปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน   

วัตถุประสงค์โครงการ
 

  1. เพื่อเกิดความมั่งคงทางด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา โดยการปลูกต้นไม้ใน

          ระดับ   ครอบครัว สมาชิกและเครือข่าย
     2.  เพื่อฟื้นฟูความสมดุลระบบนิเวศน์และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งแก้ปัญหา

         ทรัพยากรธรรมชาติ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
     3.  เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายสามารถใช้ชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและแก้ไขปัญหา

         หนี้สินและความยากจนของครอบครัวและชุมชน
     4.  เพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระชนมายุ 80  พรรษา  ในวันที่ 5

          ธันวาคม  2550
    5.  เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้การจักการพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นของพืช 7 กลุ่ม 5 ประโยชน์
    6.  เพื่อให้สมาชิกลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีเศรษฐกิจที่ดีอย่างยั่งยืน และพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง

 

  ประโยชน์ของธนาคารต้นไม้

         ธนาคารต้นไม้สามารถรับรองสิทธิแก่ต้นไม้และสร้างทรัพย์สิน ให้แก่สมาชิก
  1. เกิดการแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้ประชาชนสามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้
  2. ลดภาระการปลูกป่าภาครัฐมาเป็นการส่งเสริมภาคประชาชน
  3. แก้ปัญหาหนี้สูญ และการเรียกร้องให้ปลดหนี้ด้วยวิธีการเรียกร้อง
  4. สร้างสมดุลให้แก่พื้นที่
  5. เพิ่มปริมาณต้นไม้ขึ้นในประเทศและโลก เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนกับวิธีคิดสร้างโลก 5 ใบโลกใบเดียว
  6. กระบวนการรักษาพันธุกรรมพืช
  7. ลดการนำเข้าไม้จากต่างประเทศ
  8. สร้างกระบวนการออมโดยใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์เปลี่ยนฐานการออม เงินจากภาคเมืองสู่ชนบท

10. ใช้ไม้แทนเหล็กหรือวัสดุอื่นในการก่อสร้างเป็นการลดการนำเข้า

11. สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตในระยะยาว เกิดกระบวนการพออยู่ พอกิน พอใช้ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นไปตามพระราชดำริ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

12. เพิ่มพื้นที่ป่าจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้ใกล้เคียงกับป่า

13. สร้างวินัยทางการเงินให้เกษตรกร