ล้อหน้าสามล้อคันนี้ไม่ยางทั้งยางในและยางนอก

       

        ตอนที่ไปทำค่ายเยาวชนที่กะพ้อกับหนานเกียรติ  มีคำถามจากเพื่อนพ้องน้องพี่พยาบาล  ว่า"ไม่กลัวเสี่ยงภัยหรือ" ก็ตอบไปว่า"กลัวอยู่เหมือนกัน" แต่หนานเกียรติจากดอยมูเซอ  เขายังมีใจลงไปทำกิจกรรมให้กับเยาวชนพี่น้องของผู้เขียนได้ เราก็ต้องไปได้" ก็ตอบคำถามไปอย่างนี้.....

         ภัยที่ชายแดนใต้รับรู้มาตลอดแต่มองไม่เห็นภัยที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง   แต่ที่พิษณุโลกรับรู้มองเห็นการเสี่ยงภัยที่จะเกิดขึ้นก็ยังอาสาเสี่ยงภัย........

 

อาจารย์ ธนิตย์กับศรีภรรยาอาจารย์กาญจนา มาส่งผู้เขียนที่ บขส. พิษณุโลกเป็นธุระ ช่วยติดต่อถามเจ้าหน้าที่ถึงรถที่จะไปจังหวัดเลย   ก็ได้ความมีรถออกจากพิษณุโลกไป  "เลย"เที่ยว16. 30  น. จึงจองซื้อตั๋วไว้ก่อน  แล้วเราก็อำลากันที่สถานี บขส. พิษณุโลก ขอบคุณอจารย์ทั้งสองท่านอีกครั้งและขอบคุณ GotoKnow ที่ทำให้พบกัลยาณมิตรที่ตลอดการเดินทาง .....

          เหลือเวลาหลายชั่วโมงโทรหาเกลอคิม แต่ติดต่อไม่ได้  จึงใช้เวลาว่างโดยการไปชมตลาดพิษณุโลก บริเวณท่าน้ำ  นั่งจิบกาแฟ  แลผู้คนสัญจร นอนให้หมอนวด  นวดฝ่าเท้า.......

       เท้าที่ชีพจรลงเท้าให้ออกจากบ้านเป็นประจำ จนได้เวลาจึงเดินออกมาหารถรับจ้างไปส่งที่บขส. รอหลายนาที แถวนี้ไม่มีวินต์ มอเตอร์ไซค์ มองไปไกลๆเห็นสามล้ออยู่คันหนึ่งน่าจะพูดคุยสอบถามถึงรถรับจ้างไปบขส.ได้  

      พอเดินไปถึงก็ถามจากข้างหลังไม่ได้ดูหน้าว่า"ลุงแถวนี้มีเตอร์ไซค์รับจ้างบ้างไหม จะให้ไปส่งที่ บขส.สักหน่อย

"สามล้อหันหน้ามามองด้วยสายตาที่ไม่พอใจ  แต่ยังมีน้ำใจสนทนาตอบว่า"ไม่มี" แล้วอาสาบอกว่าไปรถผมก็ได้ผมคิดเท่าราคามอเตอ์ไซค์.....

     เรื่องนั้นไม่เป็นปัญหาแต่ผมเกรงว่าจะไปไม่ทันเวลารถออก"ผมตอบ"

      ไฮ้ในพิษณูโลกไป บขส. ผมไปทางลัดถึงก่อนมอเตออร์ไซค์ "สามล้อบอก"

    ผู้เขียนคิดในใจ อุดหนุนสามล้อใช้แรงงานบ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้นั่งชมตลาดไปด้วย ตกลงราคา ห้าสิบบาท  แต่พอขึ้นไปนั่ง...

     ฮ้าตายละว่ะ(อุทานในใจ) ล้อหน้าสามล้อคันนี้ไม่ยางทั้งยางในและยางนอก แต่ใช้ยางในรถจักยานพันไปรอบขอบกระด้งรถ ไม่อยากเสี่ยงภัยรีบลงมาจากรถ สามล้อคงเข้าใจความรู้สึก สายตาเริ่มเป็นมิตรขึ้น พูดจาเสียงอ่อนลงว่า

      "ไม่ต้องกลัว"  ผมปั่นทุกวัน   วันนี้ก็ได้มา ห้าสิบบาทแล้ว ไปเถิดปลอดภัย    รับรองด้วยสายตาวิงวอน คิดในใจถึงคำกวีของใครก็ไม่รู้ที่บอกไว้ว่า

"ไม่ถึงที่ตาย ไม่วายชีวาวาตย์

ใครจะพิฆาตเข่นฆ่าไม่อาสัญ 

หากถึงที่ตายคงต้องวายชีวาวัน  

ไม้จิ้มฟันแทงเหงือก..อักเสบตาย"

       เอาว่ะเป็นไรเป็นกัน กระโดดขึ้นไปนั่งเป็นครั้งที่สอง แล้วผู้เขียนต้องเสี่ยงภัยที่เห็นอยู่ตรงหน้ากับสามล้อเจ้าบ้าน  นั่งกันมาคุยกันมา วาจาเริ่มเป็นมิตร  สามล้อบอก"ผมไม่ชอบคำพูดคุณ" คุณมาเรียกผมลุงได้อย่างไร คุณอายุเท่าไหร่แล้ว  ..สามล้อถาม

     ห้าเจ็ดผมตอบ 

ผมสี่ห้า คุณมาเรียกผมลุง

คุณอย่าเรียกตามอายุรถ

แล้วผมก็ขอโทษที่เรียกคนโดยไม่ดูหน้า.....

      เป็นบทเรียนว่าจะเรียกไครให้ดูหน้าเสียก่อน ถึงสี่แยกสามล้อลงเข็น  ผู้เขียนก็จะลงเข็นด้วยแกไม่ยอม ต้องยอมรับสามล้อคันนี้เป็นนักเลงโต ขนาดไฟเขียวแล้วยังไม่มีคนรถคันไหนกล้าออกมา.....

       .แล้วก็สมราคาคุยคือแกพามาทางลัดเข้าสู่บขส.ด้วยความปลอดภัย ผู้เขียนยื่นแบงร้อยให้หนึ่งใบ บอกไม่ต้องทอน แกบอกไม่ได้ตกลงราคา ห้าสิบต้องรับห้าสิบ

ผมจึงบอกถ้าอย่างนั้นอีกห้าสิบเอาไปสะสมซื้อยางล้อหน้า เป็นอันว่าเขายอมรับ สามล้อพันยางนาม ประมวล ขอคารวะน้องท่านสักหนึ่งจอกที่พาเสี่ยงตาย......

ประมวล สามล้อพันยาง พิษณุโลก(ไครแก่กว่ากัน)