เนื่องจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถทำให้เเปลงนาแห้งได้ตามสูตร จึงต้องช่วยชักร่องระบายน้ำ เพื่อไม่ใช้น้ำท่วมขังเเปลงนา
วันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.54
วันนี้ผ่านมาเส้นทางนี้
และเเวะมาเเปลงนาในวันธรรมดา
เนื่องจากได้รับแจ้งจากลุงมีว่า จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
"น้ำขังในนามาก"
เหตุและผลก็คือว่า ถ้ามีน้ำมาก และท่วมขังตลอด ในระยะแตกกอ
จะทำให้ต้นข้าว ไม่ค่อยแตกกอ ความสามารถหาอาหารเองลดลง รากข้าวทำงานได้ไม่เต็มที่
ความต้านทานโรค-แมลงลดลง ส่งผลต่อจำนวน ลำ จำนวนรวง เมล็ดดีต่อรวง ในอนาคต -> ผลผลิตต่อไร่ ลดลง!!!
จึงต้องทำการช่วย "ชักร่องระบายน้ำ ให้เเปลงนาเเห้ง"
วันนี้ได้พี่สมปอง ชาวนามืออาชีพ มาช่วย กับเครืองมือพิเศษ มาติดตามชมกันครับ
มาชมบรรยากาศเเปลงนา ตอนนี้ครบ 1 เดือน หลังปักดำ
มาดูที่คอกเป็ดกันบ้างครับ
ตอนนี้พี่สมปองมาพร้อม แล้ว "กับเครื่องมือพิเศษ"
ต่อมามาดูระดับน้ำในท่อคร้บ เห็นหน้าดินเฉาะแฉะแบบนี้ ไม่ดีครับ แมลงชอบ โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และอาจจะเกิดโรคราตามมาอีก -> ต้นข้าวอ่อนแอ
r
เห็นต้นไม้รอบๆนาแล้วนึกถึงนาเมื่อห้าสิบปีก่อน
มีต้นไม้ร่มแบบนี้ เลยเป็นที่มาของดินหัวไร่ปลายนา ที่เจ้าของไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่มีสิทธิครอบครองทำกิน
ขอบคุณอาจารย์ที่แนะนำ
ไม่ได้เข้ามาเพิ่มบันทึก หลายเพลา แล้ว เด๋วทางสมาชิก ไม่ได้ติดตามถึงปัจจุบัน
จะบอกว่าตอนนี้ข้าวในเเปลงนา เป็นทะเลสีทองไปแล้วครับ กำลังเร่งสะสางบันทึกครับ
ขอบคุณที่แวะมาเเลกเปลี่ยนกันครับ
ที่นี่วางเเผนเป็นระบบ และปรับใช้ให้เหมาะกับพื้นที่ ก็คือ เป็น "ป่าล้อมนา" ข้อดีมีหลายประการด้วยกัน นะนำเสนอในบันทึกต่อๆ ไปครับ
เก็บภาพมาลงบันทึกจะช่วยประหยัดเนื้อหาได้บ้าง ทำให้เหนื่อยน้อยลงนะคะ คงต้องจัดแบ่งเวลา และจำกัดกิจกรรมส่วนรวม เพื่อพักผ่อนให้พอเพียงด้วยค่ะ
การจดจำของคนเรามักจำเป็นภาพ ได้มากกว่าตัวอักษรครับ
และสามารถนำไปปฎิบัติได้เลย ไม่ต้องไปตีความหลายชั้นครับ
ส่วนกิจกรรม ตอนนี้ยังมีแรง ต้องทำให้เต็มที่ ครับ
ผมอยากสอบถามครับ อ่านแล้วยัง งงๆ อยู่ ตรงที่ เปียกสลับแห้ง แกล้งข้าว อ่ะครับ ไม่ทราบว่า มันจะต้องทำช่วงไหนบ้าง ตอนข้าวอายุได้กี่วัน หลังจากปักดำอะครับ