การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ใช้เวลาประสานงานกันไม่มาก อีกทั้งเป็นการติดต่อ หารือ และประสานงานกันผ่านสื่อออนไลน์เสียเป็นส่วนใหญ่ กระทั่งเมื่อจะเตรียมการต่างๆ ก็สามารถดำเนินการไปอย่างคู่ขนานกัน  การนำเอาสิ่งที่หลายฝ่ายได้ทำและได้สร้างปฏิสัมพันธ์ให้เกิดปัจจัยความพร้อมระดับหนึ่งก่อนหน้า ๔-๕ ปี ก่อนที่จะริเริ่มและดำเนินโครงการนี้ขึ้นมาทบทวนหาบทเรียนไปด้วยจึงจะสามารถเห็นสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง ประกอบด้วยการสร้างต้นทุนด้วยกันของหลายฝ่ายมาแล้วระดับหนึ่ง ดังนี้

(๑) เวทีคนหนองบัว ชุมชนเรียนรู้ออนไลน์ของคนหนองบัว : การที่ได้มีคนหนองบัวเข้ามาคุยกัน กระทั่งเปิดเป็นหัวข้อบันทึกเวทีคนหนองบัว ซึ่งริเริ่มโดยท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย (ขำสุข) ซึ่งเป็นลูกหลานของคนหนองบัว โดยการนำเอาเรื่องราวของหลวงพ่อเดิมและเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก รวมทั้งเรื่องราวต่างๆที่เป็นข้อมูลจากเอกสารหายากและเรื่องราวที่อยู่ในประสบการณ์ชีวิต มาสนทนาและเผยแพร่ในบันทึกของผม กระทั่งต้องเปิดหัวข้อบันทึกไว้อย่างเป็นการเฉพาะและพัฒนามาเป็นเวทีคนหนองบัวดังปัจจุบัน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เวทีคนหนองบัวเป็นสื่อออนไลน์ที่สะสมข้อมูลและก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวทางด้านข่าวสารของคนหนองบัวและเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆอย่างกว้างขวาง

(๒) สปิริตของกลุ่มศิษย์เก่าและเครือข่ายศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว : กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว จะมีการพบปะกันอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงงานประจำปีของหนองบัวซึ่งคนหนองบัวมักถือเป็นโอกาสกลับบ้าน ให้สมาชิกในเวทีคนหนองบัว รวมทั้งผู้ที่ได้มีโอกาสเข้าถึงสื่อออนไลน์นำเอาเรื่องราวต่างๆของหนองบัวและเวทีคนหนองบัวไปพูดคุยสื่อสาร อีกทั้งในวาระที่มีงานต่างๆในอำเภอ ศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองบัวที่ร่วมเขียนบันทึกในเวทีคนหนองบัวด้วย ก็ดึงเอาข้อมูลจากเวทีคนหนองบัวไปสื่อสารเผยแพร่ ก่อให้เกิดความตื่นตัวต่อเรื่องราวของตนเองของคนหนองบัว รวมทั้งวิธีนำเอาสื่อออนไลน์ไปใช้พัฒนาการเรียนรู้ของชุมชนท้องถิ่น

(๓) ความตื่นตัวของลูกหลานคนหนองบัว : ลูกหลานคนหนองบัวจำนวนหน่างที่ไปทำงานและดำเนินชีวิตในท้องถิ่นอื่น ได้ใช้สื่อเวทีคนหนองบัวเชื่อมโยงความสนใจของตนเองกับบ้านเกิด รวมทั้งเชื่อมโยงการรวมตัวกันเพื่อคอยให้การช่วยเหลือกัน ซึ่งสมาชิกของกลุ่ม ก็ทีเครือข่ายเชื่อมโยงกับศิษย์เก่ารุ่นต่างๆของโรงเรียนหนองบัว ทำให้เกิดการสื่อสารและส่งเสริมให้เกิดความตื่นตัวต่อการริเริ่มทำสิ่งต่างๆแก่ถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองอยู่ตลอดเวลา

(๔) หนังสือดังลมหายใจจากเว็บบล๊อก :  ผมเองนั้น ได้ใช้เว็บบล๊อก gotoknow.org เขียนเรื่องราวต่างๆโดยหมายให้เป็นหนังสือเพื่อให้แม่ได้อ่านในห้วงที่ยังมีชีวิต โดยเริ่มเขียนเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ เดือนละ ๑ เรื่องจนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๐ ก็กลับได้ทั้งหมด ๑๕ เรื่อง แล้วจึงนำออกมาทำเป็นหนังสือ ดังลมหายใจ มอบให้แม่แจกจ่ายในโอกาสต่างๆโดยเน้นที่ญาติพี่น้องและคนในท้องถิ่นเพราะเรื่องราวทั้งหมดเป็นการวาดรูปและเขียนเรื่องราวชีวิตวัยเด็กที่หนองบัว ทำให้เกิดหัวข้อพูดคุยสื่อสารเรื่องราวของตนเองของคนหนองบัว รวมไปจนถึงกลุ่มคุณครูและนักเรียนจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิดความตื่นตัวและเห็นความน่าสนใจในเรื่องราวต่างๆของอำเภอหนองบัวที่กลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิต

(๕) การร่วมกันจัดนิทรรศการในเทศกาลงานประจำปีเจ้าพ่อเจ้าแม่หลวงปู่ฤาษีนารายณ์หนองบัว : เดือนมีนาคม ๒๕๕๓  เครือข่ายคนในเวทีคนหนองบัว ได้ช่วยกันเตรียมชุดสื่อนิทรรศการซึ่งออกแบบและทำด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิคอย่างดี ไปร่วมจัดนิทรรศการกับคณะกรรมจัดงานประจำปีเจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์หนองบัวที่เกาะลอย ซึ่งทำให้เป็นแหล่งที่คนเก่าแก่และคนหนองบัวหลายรุ่นได้มาเดินชม ได้เรียนรู้เรื่องราวของหนองบัว ได้ชมภาพ และได้นั่งเสวนากันอย่างสนุกสนาน

(๖) ความตื่นตัวของคณะครูและโรงเรียน : หลังการจัดนิทรรศการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว รวมทั้งคณะศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองบัว ได้ขอชุดสื่อนิทรรศการและเอกสารเข้าเล่มเป็นหนังสืออย่างสวยงามของท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย จำนวน ๒๖ เล่ม เพื่อนำไปเป็นสื่อการเรียนรู้และหาทางพัฒนาเป็นแหล่งการเรียนรู้เพื่อท้องถิ่นของลูกหลานคนหนองบัวต่อไป

กล่าวได้ว่า กลุ่มผู้เกี่ยวข้องต่างๆได้มีการสื่อสารและเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆมาด้วยกันแล้วระดับหนึ่ง ๔-๕ ปีมาก่อนแล้ว ในการริเริ่มการอบรมเชิงปฏิบัติการจึงเหมือนกับเป็นการเชื่อมโยงปัจจัยความพร้อมและทรัพยากรต่างๆที่สะสมไว้ทีละเล็กละน้อย  มาจัดการให้เป็นระบบมากขึ้นโดยยกระดับก่อตั้งขึ้นเป็นศูนย์การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้อิงถิ่นฐาน เมื่อเริ่มคิดและเริ่มดำเนินการจึงประสานงานกันเพียงเล็กน้อยและนัดหมายเพื่อจัดเตรียมสิ่งต่างๆช่วยกันเพียงไม่กี่วัน ทางผู้อำนวยการโรงเรียนมีนโยบายที่จะจัดสรรพื้นที่ให้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาดำเนินการศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวอย่างเป็นสัดส่วนบนชั้น ๒ ของอาคารเรียน

ในวันที่จัดอบรมนั้น สื่อนิทรรศการและรูปวาดเกี่ยวกับชุมชน ได้ทำให้ห้องประชุมเป็นเหมือนคลังความรู้ท้องถิ่นและเกิดหัวข้อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้อยู่ตลอดเวลา พื้นฐานความพรักพร้อมดังกล่าวนี้เกิดจากการค่อยทำสั่งสมมาด้วยกันอย่างต่อเนื่องกว่า ๕-๖ ปี.