เจ็ดภัยบนอินเตอร์เน็ตต่อเด็กไทย
ตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ได้ปรากฏข่าวเด็ก ๆ ถูกหลอกลวงผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งที่ปรากฏข่าวขึ้น ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องจะลุกขึ้นมา “จัดการทันที” และทันทีเช่นกันเมื่อได้ปรากฏเป็นข่าวว่าจัดการแล้ว ทุกอย่างก็เงียบหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง กระทั่งเกิดเหตุร้ายต่อเด็กขึ้นมาอีก ก็ลุกขึ้นมาตรวจสอบกวดขันต่อ
การทำงานแบบคลื่นกระทบฝั่งเช่นนี้ น่าจะกลายเป็น “วัฒนธรรมการทำงานของฝ่ายการเมืองและราชการ” ไปเสียแล้วในทุกเรื่อง จึงทำให้เรื่องที่ควรจะจัดการป้องกันแก้ไขแต่เนิ่นๆ ได้หมักหมมและขยายตัวออกไปทุกหัวระแหงจนยากต่อการจัดการ เช่น “สถานบริการหลากรูปแบบที่กระจายทำร้ายสังคมและครอบครัวอยู่ทั่วไป” “บ่อนการพนันที่มีอยู่ทุกเมือง” “ยาบ้าที่แพร่กระหน่ำจนน่าสะพรึงกลัว” ครั้นเมื่อใครหาญกล้าออกมาจัดการและเอาจริงอย่างต่อเนื่อง เสียงชื่นชมจากประชาชนก็จะกระหึ่มขึ้นทั้งเมือง เสียงชื่นชมนี้ยังได้สะท้อนถึง “ความอิดหนาระอาใจและความทุกข์ใจ” ที่ประชาชนมีต่อสิ่งเลวร้ายเหล่านั้น และได้อดทนเก็บไว้มาอย่างเนิ่นนานด้วยความตระหนักถึง “ภัยบนอินเตอร์เน็ตที่จะมีต่อเด็ก สตรี และครอบครัว” คณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วุฒิสภา จึงได้จัดตั้ง “คณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยจากเทคโนโลยีสารสนเทศ (อินเตอร์เน็ต) ที่มีต่อเด็กและสตรี” เพื่อทำหน้าที่หลัก 2 ประการคือ
1. ศึกษาภัยจากอินเทอร์เน็ต ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะมีขึ้นในอนาคต
2. นำเสนอแนวทางป้องกัน แก้ไขและส่งเสริม ทั้งในระดับนโยบายและมาตรการต่าง ๆ
ในเบื้องต้นที่คณะอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้ ได้มอบหมายให้ “นางสาวมณฑนา สีตสุวรรณ” นักศึกษาปริญญาโทนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ดำเนินการศึกษาและประมวลไว้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสรุปเฉพาะที่เป็นภัยต่อเด็กมีอยู่ 7 ประการ บนอินเทอร์เน็ตสามารถจำแนกออกได้ดังนี้
1. การแพร่สื่อลามก มีทั้งที่เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร ภาพการสมสู่ ภาพตัดต่อลามก
2. การล่อลวง โดยปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าไปพูดคุยกันใน Chat จนเกิดการล่อลวงนัดหมายไปข่มขืนหรือทำในสิ่งที่เลวร้าย
3. การค้าประเวณี มีการโฆษณาเพื่อขายบริการ รวมทั้งชักชวนให้เข้ามาสมัครขายบริการ
4. การขายสินค้าอันตราย มีตั้งแต่ยาสลบยาปลุกเซ็กซ์ ปืน เครื่องช็อตไฟฟ้า
5. การเผยแพร่การทำระเบิด โดยอธิบายขั้นตอนการทำอย่างละเอียด
6. การพนัน มีให้เข้าไปเล่นได้ในหลายรูปแบบ
7. การเล่นเกม มีทั้งเกมที่รุนแรงไล่ฆ่าฟันและเกมละเมิดทางเพศ
ภัยทั้ง 7 ประการนี้ กำลังแพร่หลายรุกเข้าถึงตัวเด็ก ทั้งที่เล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ที่บ้าน ที่สถานศึกษา และที่น่าห่วงใยยิ่งคือ “ที่ร้านอินเทอร์เน็ตค่าเฟ่” ทั้งหลาย ที่ฉลาดเปิดขึ้นอยู่ใกล้กับโรงเรียน โดยมีเป้าหมาย “เด็กนักเรียน” เป็นลูกค้าสำคัญ
สำหรับแนวทางการป้องกันและแก้ไขนั้นผมจะค่อย ๆ นำเสนอผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการฯ ชุดนี้ ออกมาเป็นระยะ ๆ สำหรับข้อเสนอเร่งด่วนในคราวนี้คือ
1. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องเป็นหลักในการสกัดสื่อเลวร้ายเหล่านี้
2. กวดขันจับกุมอย่างจริงจังต่อเนื่องกับผู้เผยแพร่ภัยเหล่านี้บนอินเทอร์เน็ต
3. กวดขันจับกุมและปิดร้านอินเทอร์เน็ตที่ปล่อยให้มีการแพร่หลายภัยเหล่านี้
4. ประชาชนและผู้ปกครองช่วยสอดส่องดูแล เมื่อพบให้รีบแจ้งฝ่ายรับผิดชอบเข้าจัดการ
ข้อเสนอสั้น ๆ 4 ประการนี้ อ่านดูแล้วอาจจะรู้สึกว่า “ง่าย “ แต่ยืนยันว่า “ยาก” ครับ ถ้าผู้คนยังเห็นแก่ตัว เห็นแก่รายได้มากกว่าภัยที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก ผมขอสรุปเช่นนี้ละครับ ตีความกันเอาเอง
ที่มา : เดลินิวส์
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต www.plawan.com
Last Updated (Wednesday, 07 November 2007 16:20)


