สภามหาวิทยาลัยมหิดลไปเยี่ยมชื่นชมวิทยาลัยศาสนศึกษาเมื่อวันที่ ๒๓ มิ.ย. ๕๔ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยสุนทรียสนทนา (dialogue) ออกรสมาก ผู้เข้าร่วมเสวนามีศิษย์เก่าที่เป็นพระด้วย ๒ รูป คือพระสุวิมลธรรมาภรณ์ และพระมหาไพฑูรย์ กัลยาณธโร ท่านได้ให้พรผู้ร่วม ลปรร. ด้วยการสวดชยันโต นับเป็นที่เดียวที่เราได้รับพรจากพระ จากการไปเยี่ยมชื่นชม
แต่ที่ได้มากกว่านั้นคือ ได้เห็นพลังคุณค่าของวิทยาลัยแห่งนี้ต่อสังคมไทย ในการสร้างคน ให้เป็นคนใจกว้าง เห็นคุณค่าของศาสนาพุทธโดยไม่จำกัดนิกาย และเข้าใจศาสนาในมุมมองที่กว้าง
และเมื่อฟังกระบวนการเรียนรู้ที่ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเล่าแล้ว ผมคิดว่าสาขาที่มีการ เรียนรู้น่าจะเรียกได้ว่าเป็น Liberal Arts Education โดยมีเรื่องศาสนาเป็นแกน (ผมขอเรียกว่า ศิลปวิทยศาสนศึกษา) บัณฑิตที่จบการศึกษาจากที่นี่จะเข้าใจศาสนาในแง่มุมที่กว้าง ไม่ใจแคบยึดมั่น ถือมั่นกับหลักของศาสนาเดียว หรือนิกายเดียว ผ่านการจัดการศึกษาแบบ Liberal Arts Eduaction คือชั้นเรียนเล็ก อาจารย์เอาใจใส่การเรียนรู้ของ นศ. ใกล้ชิด และมีกิจกรรมนักศึกษาเพื่อการเรียนรู้มากมาย
ตรงกับเจตนารมณ์ของคุณน้ำทอง คุณวิศาล และ พญ. อรวรรณ คุณวิศาล ในการบริจาคเงิน ทุนก่อตั้งวิทยาลัยศาสนศึกษาและน้ำทองสิกขาลัย "เพื่อการเรียนรู้ที่พุทธศาสนาต่างนิกายเรียนร่วม กันได้ และเรียนให้มีใจกว้างยอมรับศาสนาอื่นได้ด้วย" กล่าวได้ว่า การดำเนินการหลักสูตรการศึกษา ของวิทยาลัยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้น ได้ผลสมตามเจตนารมณ์ของครอบครัว "คุณวิศาล"
และจะได้ผล มีคุณูปการแก่สังคมไทยอย่างยิ่ง ในการเป็นต้นแบบการจัดการศึกษา ให้เป็นคน ใจกว้าง ยอมรับความแตกต่าง ที่บ้านเมืองของเรามีความต้องการอย่างยิ่งเพื่อเยียวยาความแตกแยกที่กำลังคุกรุ่นอยู่
ผมขอแสดงความยินดีและคารวะแก่ “สองอาจารย์ใหญ่” ผู้นำการพัฒนาวิทยาลัยศาสนศึกษา ให้ดำเนินมาในแนวทางปัจจุบันได้อย่างประสบความสำเร็จสูงยิ่งในด้านการวางรากฐานทางวิชาการ คือ รศ. ดร. พินิจ รัตนกุล และ ศ. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล
ด้วยความเป็นนักวิชาการที่กว้างขวาง มีเพื่อนมากในประเทศต่างๆ รศ. ดร. พินิจ รัตนกุล จึงสามารถเชิญนักวิชาการด้านศาสนศึกษาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศตะวันตก มาสอนที่นี่ ช่วยให้โลกทัศน์ของนักศึกษาและอาจารย์เปิดกว้าง ไม่ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับแนวทางของศาสนาใดศาสนาหนึ่งเท่านั้น อย่างในขณะนี้เราก็มี อ. Dr. Matthew Kosuta มาจากแคนาดา อ. Dr. Alexander Horstmann จาก Max Planck Institute, เบอร์ลิน เยอรมันนี อ. Dr. Richard Peters จาก Boston University, สหรัฐอเมริกา ผมมองว่า อาจารย์ชาวต่างประเทศเหล่านี้ จะช่วยให้วิทยาลัยฯ พัฒนาความเข้มแข็งด้านการวิจัยในระดับนานาชาติได้ง่ายขึ้น
ฟังศิษย์เก่า (ที่ส่วนหนึ่งเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยอยู่ในเวลานี้) เล่าเรื่องของตนอย่างเปิดใจแล้ว ผมเห็นว่าวิทยาลัยนี้ได้เปิดโอกาสในชีวิตให้แก่เยาวชนสมองดีและมีแรงบันดาลใจจากชนบท ให้ได้เข้ามาเรียนระดับปริญญาตรี ในสาขาที่ “สร้างเสริมเติมเต็มความเป็นมนุษย์” คือ Liberal Arts โดยมีวิชาการด้านศาสนาเป็นแกน ศิษย์เก่าของวิทยาลัยที่มาเล่าเรื่องในที่ประชุม ได้สะท้อนภาพนี้อย่างเด่นชัดผ่านชีวิตการทำงานของท่าน
ศิษย์เก่าที่มาร่วมประชุมและเล่าเรื่องของวิทยาลัยผ่านชีวิตของตน ได้แก่ อ. เพิ่มศักดิ์ วรรลยางกูร (รุ่น ๑ เข้าเรียนเมื่ออายุ ๗๓ เวลานี้อายุ ๘๗) พระสุวิมลธรรมาภรณ์, พระมหาไพฑูรย์ กัลยาณธโร, อ. หอม พรมอ่อน, อ. อาชว์ภูวิชญ์ น้อมเนียน, อ. บุญมี พวงเพชร
เราได้สัมผัสแรงบันดาลใจที่สูงมาก ของอาจารย์รุ่นใหม่ที่เป็นคนหนุ่ม ที่จะดำเนินการดำรงและพัฒนาจุดแข็งของวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง คือด้านการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาสังคม และพัฒนาความเข้มแข็งด้านการวิจัย ในฐานะหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีปณิธานเป็น World Class Research University
ระหว่างการประชุม รศ. นพ. สาธิต โหตระกิตย์ รักษาการคณบดี กระซิบถามผมว่าควรรวมวิทยาลัยศาสนศึกษาเข้ากับศูนย์จิตตปัญญาศึกษาหรือไม่ ผมตอบทันทีว่าไม่ควร เพราะจะทำให้คุณลักษณะพิเศษของวิทยาลัยศาสนศึกษาที่ได้สร้างมาอย่างดีถูกเจือจางไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่าแนวทางจิตตปัญญาไม่ดี แต่เป็นคนละแนวทาง คนละจุดเน้น ควรดำเนินการคู่ขนานและร่วมมือกัน ไม่ใช่รวมกัน
วิทยาลัยแห่งนี้ ดำเนินการเช่นนี้ได้ก็ด้วยการสนับสนุนด้านการเงินจากมูลนิธิน้ำทอง คุณวิศาล แต่ในอนาคตจะต้องหาทางพึ่งตนเองให้ได้ โดยที่ทางมูลนิธิฯ คงจะสนับสนุนตามความเหมาะสมอย่างต่อเนื่องต่อไป
คุณนวลทิพย์ คุณวิศาล เป็นตัวแทนของครอบครัวคุณวิศาล มาร่วมประชุมด้วย เล่าว่าตอนที่คุณน้ำทอง และ พญ. อรวรรณ คุณวิศาล เริ่มคิดบริจาคเงินสนับสนุนการริเริ่มการศึกษาแก่พระ (และฆราวาส) ให้ไปเป็นผู้นำเปลี่ยนแปลงสังคม ให้ใจกว้างในเรื่องศาสนา และใช้กลไกคนในศาสนาเพื่อพัฒนาสังคม นั้น มีหลายหน่วยงานพยายามติดต่อขอดำเนินการ แต่ท่านทั้งสองเชื่อถือมหาวิทยาลัยมหิดลมากกว่า จึงมีการเจรจากันตั้งแต่สมัย ศ. นพ. ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี เป็นอธิการบดี มาสำเร็จสมัย ศ. นพ. อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นอธิการบดี ผมเชื่อว่าหากผู้ริเริ่มการก่อตั้งวิทยาลัยศาสนศึกษา ๓ ท่านที่ได้ล่วงลับไปแล้ว คือคุณน้ำทอง พญ. อรวรรณ และ ศ. นพ. ประดิษฐ์ ล่วงรู้ความสำเร็จด้วยญาณวิถีใด ท่านจะมีปิติสุขเป็นอย่างยิ่ง
วิจารณ์ พานิช
๒๔ มิ.ย. ๕๔
เกาะสมุย
|
บรรยากาศในห้องประชุม
|
|
อีกมุมหนึ่งของบรรยากาศในห้องประชุม
|
|
อ. Alexander Horstmann กับรักษาการคณบดี รศ. นพ. สาธิต โหตระกิตย์
|
|
ชื่นชมหนังสือและผลงานวิจัย
|
|
ศิษย์เก่าที่อายุสูงสุด กับศิษย์เก่าที่เป็นพระ
|
|
รูปคุณน้ำทอง คุณวิศาลที่ผนังห้อง และประธานนักศึกษากำลังเล่าชีวิตการเป็นนักศึกษา
|






อ่านแล้วดีใจและขอบพระคุณท่านอาจารย์มากครับ ที่ได้มอบคำแนะนำให้แก่วิทยาลัยศาสนศึกษา
รวมถึงได้แนะนำวิทยาลัยศาสนศึกษาให้ท่านอื่นๆทราบด้วยครับ
อาชว์ภูริชญ์ น้อมเนียน
ผมเห็นด้วยครับ ที่ไม่ควรรวมวิทยาลัยศาสนศึกษา กับ ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา แต่ทำควรจะเป็นการร่วมมือกันทำงานมากกว่าครับ..
Instructor Hom Phrom -on. He's great. In his speech show the greatest and identity of CRS.