ภาวะเงินเฟ้อได้สร้างปัญหามากมายให้แก่ประเทศสมาชิกเพราะจากเงินจำนวนเท่าเดิมแต่กำลังการซื้อน้อยลงทั้งนี้เพราะค่าเงินที่แท้จริงลดลงจนทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงและนอกจากนี้ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นซึ่งบางครั้งเราก้อาจจะคาดไม่ถึงนั่นก็คือเศษเหรียญที่ใช้อยู่ในระบบเศรษฐกิจอาจหายไปจากระบบเศรษฐกิจ

       ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ประสบปัญหานี้ก็คือฟิลิปปินส์โดยหน่วยเงินของฟิลิปปินส์คือเปโซ(peso)และหน่วยย่อยคือเซนตาโว(Centovos) (100 Centavosเท่ากับ 1Peso)ซึ่งแต่เดิมตอนไทยเกิดวิกฤษเศรษฐกิจนั้น1 บาทเท่ากับ 1 เปโซแต่มาในปัจจุบันนั้น 1 บาทเท่ากับ 1.3 เปโซนั่นคือเงินบาทมีค่าเงินที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเปโซ เนื่องด้วยฟิลิปปินส์ประสบปัญหาเงินเฟ้อยาวนานกว่าไทยตลอดเวลากว่าครึ่งปีที่ผ่านมาที่ประสบกับปัญหาเงินเฟ้อนั้น นำมันมีราคาที่แพงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นจนทำให้เศษเงินเหรียญในมือของผู้บริโภคนั้นแทบจะไร้ค่า โดยเฉพาะเงินเซนตาโวที่ค่าเงินต่ำๆรวมถึงเศษเหรียญในหลายๆราคาหายไปจากการหมุนเวียนจากปัญหาที่ประสบนี้ทำให้ผู้ว่าการธนาคารของฟิลิปปินส์ออกมาขอร้องให้ประชาชนอย่าได้เก็บเหรียญกษาปณ์ที่มีถึง 11,000ล้านไว้ในบ้านเลยเพราะจะทำให้ประเทศเสียเงินทองโดยไม่จำเป็นเพราะจะต้องผลิตเหรียญออกมาเพิ่มขึ้น

        โดยในการที่รัฐบาลจะผลิตเงินออกมาใช้ได้นั้นต้องมีเงินสำรองเพียงพอตามที่กฏหมายกำหนดดังนั้นจากสภาพปัญหาที่ฟิลิปปินส์ประสบจึงทำให้เราทราบว่าผลกระทบจากสภาวะเงินเฟ้อนั้นเป็นปัญหาที่ต้องให้ความสนใจและรีบหาแนวทางแก้ไขทั้งนี้เพราะระบบการเงินนั้นถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศหากภาครัฐปล่อยให้ปัญหาเงินเฟ้อยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของภาคเศรษฐกิจโดยองค์รวมโดยไม่ยอมออกมาตรการแก้ไขต่อไปในวันข้างหน้าเงินที่มีใช้อยู่ในประเทศก็คงมีค่าไม่แตกต่างจากเศษกระดาษและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเศษเงินเหรียญในอนาคตก็คงจะไม่มีให้เห็นทั้งนี้เพราะต้นทุนในการผลิตเหรียญมีแนวโน้มที่จะสูงกว่ามูลค่าที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ