“การเริ่มต้นที่ดี ก็เท่ากับว่างานได้สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง” เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเริ่มประกาศคำสอนครั้งแรกด้วยพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร ก็ปรากฏว่ามีผู้รู้ตามจริง

วันอาสาฬหบูชา

คำว่า  อาสาฬหะ  เป็นชื่อของเดือนแปด  อาสาฬหบูชาหรืออาสาฬหปุณณมีบูชา แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนแปด  เป็นวันที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึง วันนี้ในอดีต  ก่อน พ.ศ. ๔๕ ปีเป็นปีแรกแห่งการตรัสรู้ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศศาสนาเป็นครั้งแรก เรียกว่า  ปฐมเทศนา  (The First Sermon) หรือธัมมจักกัปปวัตนสูตร  ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน  แขวงเมืองพาราณสี  ปัจจุบันอยู่ในตำบลสารนาถ  ห่างจากตัวเมืองพาราณสีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๑๒ กิโลเมตร  พระธรรมเทศนากัณฑ์แรกนี้มีใจความย่อว่า พระพุทธองค์ทรงเตือนพระปัญจวัคคีย์ว่า  “บุคคลไม่ควรหมกหมุ่นในกามสุข (กามสุขัลลิกานุโยค) และไม่ควรบำเพ็ญเพียรด้วยการทรมานตนเองให้ลำบาก  (อัตตกิลมถานุโยค)  แต่ควรจะปฏิบัติตนตามทางสายกลาง  (มัชฌิมาปฏิปทา)  คือ ไม่เคร่งจนเกินไปและไม่หย่อนยานเกินไป    ก็จะได้บรรลุความพ้นทุกข์”      พอจบพระธรรมเทศนา   พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม (โสดาบัน)  และขออุปสมบทเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้อุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา  จึงนับว่าเป็นพระภิกษุรูปแรกในพุทธศาสนา  ฉะนั้น  วันอาสาฬหบูชาจึงมีความสำคัญหลายประการ  คือ

      ๑.  เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศศาสนา  โดยทรงแสดงปฐมเทศนาชื่อธัมมจักกัปปวัตนสูตร

๒.เป็นวันกำเนิดพระสงฆ์รูปแรกในพุทธศาสนา คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ

      ๓.เป็นวันแรกที่พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์   ซึ่งก่อนนี้มีเพียง ๒รัตนะ   คือ พระพุทธกับพระธรรมเท่านั้น

            สำนักสังฆนายกได้ออกประกาศกำหนดให้มีการประกอบพิธีอาสาฬหบูชาขึ้น  เพื่อประกาศเกียรติคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และเพื่อเตือนให้พุทธศาสนิกชนให้ซาบซึ้งในคุณพระรัตนตรัย  ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้

            ๑.  ในวันขึ้น  ๘  ค่ำ เดือน ๘  (ปีใดมีอธิกมาสให้ทำในเดือน ๘  หลัง) ให้เจ้าอาวาสทุกวัดแจ้งแก่ภิกษุ  สามเณร  อุบาสก  อุบาสิกา  ให้ทราบล่วงหน้าว่า วันพระขึ้น  ๑๕ ค่ำ  เดือน  ๘  อันจะมาถึงข้างหน้านี้  เป็นวันทำพิธีอาสาฬหบูชาถวายแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เช่นเดียวกับพิธีวิสาขบูชา

            ๒.  ครั้นถึงวันขึ้น  ๑๔  ค่ำ  เดือน ๘  ให้ภิกษุสามเณร  ศิษย์วัด  คนวัด  ช่วยกันปัดกวาด  ปูลาดเสนาสนะ  จัดตั้งเครื่องสักการะ  ตั้งน้ำใช้น้ำฉัน  เช่นเดียวกับพิธีวิสาขบูชา

            ๓.  ให้ประดับธงธรรมจักรรอบพระอุโบสถเป็นพิเศษ  เท่าที่สามารถจะทำได้  เพื่อประกาศวัน

ธรรมจักรให้ปรากฏแก่มหาชน  เตือนใจให้ระลึกถึงสัจธรรมอันวิเศษที่ทรงแสดงไว้ในพระธัมมจักกัปปวัตนสูตรปฐมเทศนา

            ๔.  วันขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน ๘  ซึ่งเป็นวันกำหนดเวลาเช้าและบ่าย มีธรรมสวนะตามปกติแล้ว  เวลาค่ำให้ภิกษุสามเณร  อุบาสก  อุบาสิกา  มาประชุมพร้อมกันที่หน้าพระอุโบสถหรือพระเจดีย์  จุดธูปเทียน  แล้วถือรวมกับดอกไม้  ยืนประนมมือสำรวมจิต  พระสงฆ์เป็นประธานนำกล่าวคำบูชาจบแล้วนำประทักษิณ

            อนึ่ง  ก่อนจะจุดธูปเทียนบูชา  ผู้เป็นประธานพึงประกาศเตือนใจพุทธศาสนิกชนให้เกิดศรัทธาปสาทะ  มีความอาจหาญ  รื่นเริง ในการทำการบูชานี้ก่อน แล้วจึงจุดธูปเทียน

            ๕.  เมื่อทำประทักษิณสิ้นตติยวารคือครบ ๓  รอบแล้ว  ภิกษุสามเณร  พึงเข้าไปในพระอุโบสถบูชาพระรัตนตรัย  ทำวัตรค่ำแล้วสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร  จบแล้วพักให้โอวาท  อุบาสก  อุบาสิกาทำวัตรค่ำ

           ๖.ต่อจากนั้น  พระสังฆเถระแสดงพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตนสูตร

           ๗.  หากภิกษุสามเณรในวัดสามรถสวดสรภัญญะได้ก็พึงจัดให้สวดสรภัญญะเพื่อเจริญศรัทธาปสาทะแก่ชุมนุมพุทธศาสนิกชนให้อาจหาญรื่นเริงในกุศลสัมปทาตามควรแก่เวลา

            ๘.  ต่อจากนั้นให้เป็นโอกาสของพุทธศาสนิกชน  เจิรญภาวนามัยกุศล  มีสวดมนต์และธรรมสากัจฉา เป็นต้น  ตามสมควรแก่อัธยาศัย

            ๙.  เนื่องด้วยวันรุ่งขึ้นเป็นวันแรม ๑ ค่ำ  เป็นเวลาบำเพ็ญกุศลในเทศกาลเข้าปริมพรรษาของพุทธศาสนิกชนและเป็นวันประชุมอธิษฐานเข้าพรรษาของพระสงฆ์  ทั้งเป็นเวลาที่พระสงฆ์ทำปฏิสันถารกับพุทธศาสนิกชนที่มาประชุมกันบำเพ็ญกุศลในเทศกาลสำหรับวัดเป็นประจำ  นับว่าเป็นภาระธุระของภิกษุสามเณรโดยทั่วกัน  เห็นควรจะใช้เวลาทำพิธีอาสาฬหบูชาในค่ำคืน  วันขึ้น ๑๕  ค่ำไม่เกินเวลา  ๒๔.๐๐  น.  เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนของภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนซึ่งต่างจะต้องปฏิบัติศาสนกิจในวันแรม ๑  ค่ำเสมอกัน

 

คำบูชาถวายดอกไม้  ธูปเทียน

            ยะมัมหะ  โข  มะยัง  ภะคะวันตัง  สะระณัง  คะตา  โย  โน  ภะคะวา  สัตถา  ยัสสะ  จะ  มะยัง  ภะคะวะโน  ธัมมัง  โรเจมะ  อะโหสิ  โข  โส  ภะคะวา  อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ  สัตเตสุ  การุญญัง  ปฏิจจะ  กะรุณายะโก  หิเตสี  อะนุกัมปัง  อุปาทายะ  อาสาฬะหะปุณณะมิยัง  พาราณะสิยัง  อิสิปะ-ตะเน  มิคะทาเย  ปัญจะวัคคิยานัง  ภิกขูนัง  อะนุตตะรัง  ธัมมะจักกัง  ปะฐะมัง  ปะวัตเตตฺวา  จัตตาริ  อะริยะสัจจานิ  ปะกาเสสิ

            ตัสสะมิญจาปิ  โข  สะมะเย  ปัญจะวัคคิยานัง  ภิกขูนัง  ปะมุโข  อายัสสะมา  อัญญาโกณทัญ-โญ   ภะคะวะโต   ธัมมัง  สุตฺวา  วิระชัง  วีตะมะลัง  ธัมมะจักขุง  ปะฏิละภิตวา  ยังกิญจิ  สะมุทะยะ

ธัมมัง  สัพพันตัง  นิโรธะธัมมันติ  ภะคะวันตัง  อุปะสัมปะทัง  ยาจิตวา  ภะคะวะโตเยวะ  สันติกา  เอหิภิกขุอุปะสัมปะทา   ปะฏิละภิตวา   ภะคะวะโต   ธัมมะวินะเย  อะริยะสาวะโก   โลเก  ปะฐะมัง 

อุปปันโน  อะโหสิ

            ตัสสะมิญจาปิ  โข   สะมะเย   สังฆะระตะนัง  โลเก  ปะฐะมัง   อุปปันนัง   อะโหสิ    พุทธะ-

ระตะนัง  ธัมมะระตะนัง  สังฆะระตะนัง  ติระตะนัง  สัมปุณณัง  อะโหสิ

            มะยัง  โข  เอตะระหิ  อิมัง  อาสาฬะหะปุณณะมีกาลัง  ตัสสะ  ภะคะวะโต   ธัมมะจักกัปปะ -

วัตตะนะกาละสัมมะตัง  อะริยะสาวะกะสังฆะอุปปัตติกาละสัมมะตัญจะ  ระตะนัตตะยะสัมปุณณกาละสัมมะตัญจะ  ปัตวา  อิมัง  ฐานัง  สัมปัตตา  อิเม  สักกาเร  คะเหตฺวา  อัตตะโน  กายัง  สักการุ-ปะธานัง  กะริตฺวา  ตัสสะ  ภะคะวะโต  ยะถาภุจเจ  คุเณ  อนุสสะรันตา  อิมัง  ถูปัง (พุทธะปะฏิมัง)  ติกขัตตุง  ปะทักขิณัง  กะริสสามะ  ยะถาคะหิเตหิ  สักกาเรหิ ปูชัง  กุรุมานา  สาธุ  โน  ภันเต ภะคะวา  สุจิระปะรินิพพุโตปิ  ญาตัพเพหิ  คุเณหิ  อะตีตารัมมะญาตายะ  ปัญญายะมาโน  อิเม  อัมเหหิ  คะหิเต สักกาเร  ปฏิคคัณหาตุ  อัมหากัง  ฑีฆะรัตตัง  หิตายะ  สุขายะ

 คำแปล

            เราทั้งหลายถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดว่าเป็นที่พึ่ง  เป็นศาสดาของเราทั้งหลาย  อนึ่ง เราทั้งหลายชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด  พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นทรงเป็นพระอรหันต์  ตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง  เพราะทรงกรุณาในสัตว์ทั้งหลาย  จึงทรงพระกรุณาแสวงหาประโยชน์เกื้อกูล  เพราะทรงเอ็นดู  จึงได้ยังพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยมให้เป็นไป  ทรงประกาศอริยสัจสี่เป็นครั้งแรกแก่พระปัญจวัคคีย์ภิกษุ  ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้กรุงพาราณสี  ในวันอา-สาฬหปุณณมี ฯ

            อนึ่ง  ในสมัยนั้นแล  พระอัญญาโกณทัญญะผู้เป็นหัวหน้าภิกษุปัญจวัคคีย์  ได้ฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้ธรรมจักษุอันบริสุทธิ์  ปราศจากมลทินว่า  “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับเป็นธรรมดา”  จึงทูลขออุปสมบทกับพระผู้มีพระภาคเจ้า  ได้เป็นพระอริยาสาวกสงฆ์  ในพระธรรมวินัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นรูปแรกในโลก

             อนึ่ง  ในสมัยนั้นแล  พระสงฆ์รัตนะได้บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก  พระรัตนตรัย  คือ พระพุทธ-รัตนะ  พระธรรมรัตนะ  พระสงฆ์รัตนะ  ได้สมบูรณ์แล้วในโลก

            บัดนี้  เราทั้งหลายแล มาประจวบมงคลสมัย  อาสาฬหปุณณมี  วันเพ็ญอาสาฬหมาสที่รู้พร้อมกันว่าเป็นวันที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงประกาศพระธรรมจักร เป็นวันที่เกิดขึ้นแห่งพระ

อริยสงฆ์สาวก  เป็นวันที่พระรัตนตรัยสมบูรณ์  คือครบ ๓  รัตนะ  จึงมาประชุมกันแล้ว ณ ที่นี้ถือสักการะเหล่านี้  ทำกายของตนให้เป็นดังภาชนะรองรับเครื่องสักการะระลึกถึงพระพุทธคุณตามเป็นจริงทั้งหลาย  จักทำประทักษิณ  สิ้นวาระ ๓ รอบซึ่งพระสถูปนี้  (พระพุทธปฏิมา)  บูชาด้วยสักการะอันถือไว้แล้ว

            ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า  แม้ปรินิพพานนานมาแล้ว  ก็ยังปรากฏอยู่ด้วยพระคุณสมบัติอันข้าพระองค์ทั้งหลายจะพึงรู้โดยอตีตารมณ์  ขอจงทรงรับเครื่องสักการะอันข้าพระองค์ทั้งหลายถือไว้แล้วนี้  เพื่อประโยชน์  เพื่อความสุขแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย  สิ้นกาลนานเทอญ ฯ

 

สังกัปของพิธีอาสาฬหบูชา

            เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ ๆ ทรงพิจารณาธรรมที่ได้ตรัสรู้  ทรงเห็นว่า เป็นสิ่งที่ยากและลึกซึ้งมาก  ยากที่ปุถุชนจะเข้าใจได้จึงทรงหนักพระทัยว่าจะหาคนรู้ตามยาก  ต่อมาทรงพิจารณาเวไนยสัตว์  ๔  ทรงเห็นว่าคนเรานั้นไม่เหมือนกัน  คือ ต่างกันที่สติปัญญา  และกิเลส  บางพวกสติปัญญาเฉียบแหลม  กิเลสเบาบาง  บางพวกก็อยู่ในระดับบานกลาง  บางพวกก็ค่อนข้างต่ำ  แต่บางพวกก็ต่ำไปเสียทุกอย่าง   เมื่อทรงจำแนกสรรพสัตว์ออกเป็นพวก ๆ  เช่นนั้นนี้  ก็ทรงมั่นพระทัยว่าจะมีผู้รู้ตามธรรมที่พระองค์ทรงสอน  จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะทำการเผยแพร่ธรรมที่ได้ตรัสรู้  ตอนนี้ภาษาคนว่า ท้าวสหัมบดีพรหมมาอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม  เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตวโลก  พระพุทธองค์จึงตัดสินพระทัยตกลงจะแสดงธรรม  คติธรรมที่ได้จากภาษาคนตอนนี้คือ  คำว่า  ท้าวสหัมบดีพรหม หมายถึง น้ำพระทัยที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาที่เรียกว่า  อัปมัญญาเมตตา  คือเมตตาไม่มีขอบเขตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ไม่ทรงเห็นแก่ความทุกข์ยากลำบากส่วนพระองค์  แต่ทรงสลัดความกังวลเหล่านี้ทิ้งเสียแล้ว  เที่ยวจาริกสั่งสอนประชาชนไปในแคว้นต่าง ๆ  ถึง ๔๕ ปี  จนพระศาสนาตั้งมั่นประดิษฐานในชมพูทวีป  แล้วเผยแพร่ไปยังส่วนต่าง ๆ ของโลกจนถึงปัจจุบันนี้

            มีสุภาษิตบทหนึ่งว่า  “การเริ่มต้นที่ดี  ก็เท่ากับว่างานได้สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง”  เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเริ่มประกาศคำสอนครั้งแรกด้วยพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร  ก็ปรากฏว่ามีผู้รู้ตามจริง ๆ  ดังที่ทรงคาดหวังไว้  คือ พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น คือ โสดาบัน  ทำให้พระองค์ทรงมั่นพระทัยยิ่งขึ้น  ครั้งถัดมาในวันแรม  ๕  ค่ำ  เดือน ๘   ทรงแสดง อนัตตลักขณสูตร  ผลปรากฏว่าพระปัญจวัคคีย์ทั้ง  ๕  ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์  ก็นับว่าเวลานั้นพระประสงค์ของพระพุทธองค์ได้บรรลุผลโดยสมบูรณ์แล้ว  เหตุการณ์ใดที่เป็นครั้งแรกของคนเรายิ่งถ้ามันอำนวยผลดีด้วยแล้ว  ก็นับว่ามีความหมายอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับวันเพ็ญเดือน  ๘  นี้ มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับชาวพุทธโดยทั่วไป

ประโยชน์ของพิธีกรรม

            ๑.  ทำให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสปฏิบัติคุณธรรม  เช่น  ความกตัญญูต่อศาสนา  ความสามัคคีของพุทธศาสนิกชน  เป็นต้น 

            ๒.  ทำให้พุทธศาสนิกชนมีโอกาสได้รับทราบคำสอนที่สำคัญ ๆ  ในพุทธศาสนาเพื่อยึดถือเป็นหลักในการดำรงชีวิตของตนต่อไป  เช่น  พุทธดำรัสเตือนในธัมมจักกัปปวัตนสูตรว่า ไม่ควรประพฤติหย่อนยานหมกมุ่นจนเกินไป  จะทำอะไรก็ไม่สำเร็จ  แต่ก็ไม่ควรเคร่งครัดเกินไปจนเป็นการทรมานตัวเอง  จะทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จอีกเช่นเดียวกัน  ทางที่ถูกควรประพฤติปฏิบัติตามทางสายกลาง  ไม่หย่อนเกินไปและไม่เคร่งเกินไป  สิ่งที่ทำอยู่ก็จะประสบผลสำเร็จอย่างที่พระพุทธองค์ทรงกระทำมาแล้ว

การทำนุบำรุงส่งเสริม

            ๑.  ให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับวันอาสาฬหบูชา  เช่น จัดให้มีการปาฐกถา  บรรยาย  อภิปราย  การบรรจุเนื้อหาเรื่องนี้ไว้ในหลักสูตรการศึกษา  การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เรื่องนี้ทางสื่อมวลชนต่าง ๆ

            ๒.  สถาบันทางศาสนา  ทางการศึกษา  หน่วยงานของรัฐและเอกชน  ควรประกาศเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมกิจกรรมวันอาสาฬหบูชา

            ๓.  ทางราชการควรประกาศชักชวนให้มีการสนับสนุนการประพฤติชอบในโอกาสวันอาสา-ฬหบูชา  เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา  เช่น  งดอบายมุขทุกชนิด  ห้ามฆ่าสัตว์  ปิดสถานเริงรมย์  เป็นต้น