หนึ่งบทความสร้างสรรค์จากคน .. ม.ชีวิต

.

.

.

.

.....ก่อนเปิดเทอมเป็นช่วงที่นักศึกษา ม.ชีวิต หรือสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน จะต้องไปลงทะเบียนเรียน และคงมีหลายคนที่กำลังวุ่นวายกับการหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ผมต้องรับโทรศัพท์ตลอดวันจากนักศึกษาว่า จะกู้ได้ไหม กู้ได้ไหม และกู้ได้ไหม ในใจก็อยากจะตอบ และอดคิดไม่ได้ว่า ทำไม พวกเราไม่กลัวที่จะเป็นหนี้กันเลยหรือ ทั้งๆ ที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ว่า “อินาทานํ ทุกขํ โลเก” ถ้าผมแปลไม่ผิด ก็หมายความว่า “การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก”

.

.....ที่ผมคิดเช่นนี้ ก็ใช่ว่าการเป็นหนี้จะผิดเสมอไป เพราะนักธุรกิจหลายคน ก็ต้องกู้เงินเพื่อลงทุน แต่ผมคิดว่า นั่นเขาเอามาลงทุน แต่พวกเรา กำลังอยากจะเป็นหนี้เพราะเอามา เรียนหนังสือ

.

.....การเรียนของมหาวิทยาลัยชีวิต มีชื่อวิชาเรียน มีวิธีการเรียน ที่คงไม่สถาบันการศึกษาที่ใดในประเทศไทยมี เช่นโครงการอบรมหลักสูตรสัมฤทธิบัตร หรือกระทั่งการเรียนเตรียมความพร้อม อาจารย์เริ่มต้นสอนวิชากระบวนทัศน์ และวิชาการวางเป้าหมายและแผนชีวิต สองวิชาที่เป็นกุญแจสำคัญ ที่จะทำให้เรา เริ่มรู้จักคิดเป็น คิดดี วางแผนเป็น แต่เรากลับไม่สนใจ

.

..... ครั้งหนึ่งผมเคยคิดอยากเรียน แต่ก็ขัดสน เช่นเดียวกับเพื่อนๆ อีกหลายคนเพราะไหนจะต้องส่งลูกเรียน ไหนจะต้องผ่อนรถ ก่อนตัดสินใจเรียน ผมนั่งคุยกับภรรยาว่า เราคงต้องเหนื่อยอีกมากกับการหาเงินเรียน เพราะเรามีรายได้ไม่มาก ผมเริ่มเล่าเรื่องการทำโครงงาน ให้ภรรยาฟังว่า ผมทำโครงงานเกี่ยวกับ การปรับเปลี่ยนทำเกษตรอินทรีย์

.

.....งานเกษตร เป็นงานที่หนัก แต่ภรรยาผมบอกว่า เหนื่อยกว่านี้เราก็ผ่านมันมาแล้ว เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว ก่อนที่ผมจะเข้ามาทำงาน ที่ สสวช. (มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน) ผมกับภรรยา เป็นลูกจ้างบริษัทฯ เหมือนๆ กับคนอื่น ๆ ที่ต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า กว่าจะกลับเข้าบ้านอีกครั้งก็เกือบเที่ยงคืน บางวันต้องตีหนึ่งตีสอง ค่าน้ำมันรถก็แพง ค่าใช้จ่ายทุก ๆ อย่างในชีวิตประจำวันก็สูงลิบลิ่ว ในขณะที่มีรายได้น้อยนิด

.

.....คุณภาพชีวิตของเราย่ำแย่ ครอบครัวอยู่กันคนละทิศคนละทาง พ่อไปทาง แม่ไปทาง ลูกไปอีกทาง วันหยุดก็ไม่มี เราทั้งสองจึงตัดสินใจลาออก แล้วเริ่มต้นทำการเกษตร เลี้ยงเป็ด ไก่ ปลูกพริก มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงร้าน แตงไทย ข้าวโพดทำเท่าที่กำลังพอมี พอถึงวันหยุด ภรรยาผมก็เป็นกำลังสำคัญที่เข้ามาทำหน้าที่จดบันทึกบัญชีครัวเรือน

.

.....เราทำอยู่อย่างนี้ ประมาณ ๒ ปี สิ่งที่พบคือ เราได้ความรู้เพิ่มขึ้น ประกอบกับการที่ผมไปเรียน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับเพื่อนๆ กับผู้รู้ท่านอื่น ๆ ก็เก็บมาเล่าให้ภรรยาฟัง ชวนภรรยาไปดูงานด้วยกัน จากชีวิตที่เคยลำบาก ก็ค่อยๆ ฟื้นตัวได้ทุกวันนี้ไม่ว่าจะปลูกอะไร เลี้ยงอะไรก็กลายเป็นเงินหมด ทั้งยังมีแม่ค้ามารับผลผลิตถึงบ้านทุกวัน ผลิตกันแทบไม่ทัน ผมก็ยึดหลักของการทำโครงงานจากที่เรียนกับ ม.ชีวิตนี่แหละ

.

.....ผมกับภรรยาต่างช่วยกันและกันเป็นอย่างดี เรียนไปด้วย จดบันทึกไปด้วยจนได้ข้อสรุปผลงานของว่า ในพื้นที่ ๑ งาน ที่ใช้ปลูกถั่วฝักยาว เพียงเวลาไม่ถึง ๒ เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ปัจจุบันผมขายถั่วฝักยาวได้ฝักละ ๑ บาท นั่นเป็นเพราะผมทำเกษตรแบบอินทรีย์ชีวภาพ ปีหนึ่งผมปลูกได้ ๓-๔ รุ่นๆละกว่า ๖,๐๐๐ บาท ที่เล่ามานี้ยังไม่นับรวมผลผลิตที่ได้จากพริก และมะเขือ ที่จะมียอดผลผลิตอีกต่างหาก

.

.....ผมคิดว่าถ้าเราประหยัดใช้ ผมก็มีเงินที่จะผ่อนค่าเทอม ซึ่งทางสถาบันฯ ก็ผ่อนผัน ให้ผู้เรียนสามารถผ่อนได้ สิ่งที่ผมทำมานี้ ผมคิดว่าคนอื่นๆ ก็อาจจะมีอะไรดีๆ กว่าผม ขอเพียงแต่ให้เราขยัน รู้จักการออม ข้อสำคัญต้องค่อยๆ วางแผนให้ดี

.

.

.

.

.....ทุกเช้า ประมาณ ตีสี่ ตีห้า ผมกับภรรยาจะตื่นมากินกาแฟด้วยกัน และตกลงกันว่า เช้านี้ต้องทำอะไรบ้าง เริ่มจาก ให้อาหารเป็ดเทศ ที่บ้านผมเลี้ยงเป็ดเทศพันธุ์ท่าพระ กว่า ๒๐๐ ตัวต่อรุ่น ประมาณสามเดือนก็มีพ่อค้ามารับซื้อ กิโลกรัมละ ๕๐ บาท ปัจจุบันผมส่งให้พ่อค้าไม่ทัน

.

.....จากนั้น เราก็ไปเก็บพริก ซึ่งผมจะส่งขายแค่วันละ ๒๐ กิโลกรัม มีรายได้จากพริกประมาณวันละ ๕๐๐ บาท พอแปดโมงผมก็ไปทำงาน ส่วนภรรยาก็ไปเก็บแตง มะเขือ ถั่วฝักยาว เตรียมรอส่ง ให้แม่ค้าที่จะมารับผลผลิตถึงที่ในเวลาสี่โมงเย็น

.

.....เราปลูกพืชผักตามฤดูกาล โดยจะต้องวางแผนไว้แล้วว่า ฤดูไหนควรปลูกอะไรที่จะเป็นที่ต้องการของตลาด ได้ผลผลิตดี และได้ราคาดี เราจะไม่ทำเกษตรแบบมั่วๆ เดี๋ยวจะไม่ได้ราคา แล้วจะมาบ่นอีก ผมเชื่อว่าถ้าคนยังต้องกินต้องใช้ (แถมยังขี้เกียจทำเอง) สิ่งที่ผมปลูกมันขายได้หมด

.

.....ดูอย่างชาวบ้านแถวบ้านผม เช้าก็ไปซื้อที่ร้านค้า เที่ยงก็ซื้อ เย็นก็ซื้อ หาได้ก็ซื้อกินหมด แต่ไม่เคยคิดที่จะทำกินทำใช้ อ้างว่า ไม่มีเวลา ยุ่งยาก ผมคิดว่า การทำกิน ทำใช้เอง เหลือ แจก แลก ขาย มีความสุขด้วย ภรรยาผมบอกว่า ทุกวันนี้เป็นลูกจ้างตัวเอง อยากพักก็ได้พัก อยากทำตอนไหนก็ได้ เพราะเราเป็นเจ้านายตัวเอง รายได้ก็มีทุกวัน แต่ก็แปลกที่คนส่วนใหญ่อยากเป็นลูกจ้างเขาท่าเดียว

.

.

.

.

.....ปัจจุบัน ครอบครัวเล็กๆ ของผม มีกิน มีใช้ เกือบทุกอย่าง ข้าว ผัก ปลา เป็ดไก่ เราทำเอง ท่ามกลางสังคมที่เปลี่ยนไปทุกวัน ถ้าเรานำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชีวิตเรา ผมเชื่อว่า เราสามารถที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุขผมจะเอาตัวเองและครอบครัว พิสูจน์ให้ได้ว่า ปรัชญา ม.ชีวิต นั้นดีจริง

.

.

เรื่องเล่าจากครูนัด (มหาสารคาม)

.

ครูนัด : เขียน

.

ชาลี   : เรียบเรียง

.

๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔

.

.