การทำให้ ประชาชนได้รับอย่างเหมาะสมพร้อมๆกับพัฒนาด้านต่างๆที่ลงไปถึงประชาชนอย่าง ทั่วถึงและเต็มศักยภาพของโครงการต่างๆน่าจะเป็น "การหาเสียง" ที่ยาวนานและยั่งยืนอย่างแท้จริง
เท่าที่ติดตามข่าวตามสื่อต่างๆ กระแสที่ฮิตเป็น Talk of the town ณ ขณะนี้ก็คือ ประเด็นของว่าที่รัฐบาลใหม่จะสามารถ "ปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้" ได้หรือไม่ อย่างไร?
เป็น "โจทย์พื้นฐาน" แรกที่ฝ่ายหนึ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับอานิสงค์เฝ้าลุ้นรอเฮ... ในขณะที่อีกฝ่ายก็รอด้วยความกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบกับธุรกิจของตน รวมถึงระบบโดยรวม
ก็เลยทำให้นึกถึงระบบที่อัลลอฮฺทรงสร้างในธรรมชาติ ที่เมื่อ "สิ่งหนึ่งเกิดขึ้น" จะมีกลุ่มหนึ่งที่ดีใจกับ"สิ่งที่เกิดขึ้น" นั้น ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับผลกระทบ เช่น เมื่อฝนตก ชาวไร่ จะดีใจ ในขณะที่ชาวสวนยางก็ไม่ได้กรีดยางในวันที่ฝนตก หรือหน้าแล้งชาวนาดีใจเพราะได้เวลาเกี่ยวข้าวพอดี ในขณะคนทั่วไปไม่ค่อยชอบเพราะอากาศร้อน แต่ก็ทำให้คนแห่กันไปเที่ยวทะเล กลุ่มคนที่อยู่ชายทะเล หรือธุรกิจด้านการท่องเที่ยวก็ได้ประโยชน์จากส่วนี้ และ ฯลฯ
วัฏจักรดังกล่าวเป็นเช่นนี้ สลับหมุนเวียนกันไปตลอดปี บางช่วงเวลา บางกลุ่มจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์หนึ่งในขณะที่อีกบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ และอีกบางช่วงเวลาก็สลับกันระหว่างสองกลุ่ม หรือกลุ่มอื่นๆ ที่มีอยู่หลากหลาย ที่กล่าวถึง
ปัญหาก็คือ นโยบายเช่นใด ที่ทำให้ "ประชาชนส่วนใหญ่" ของประเทศนี้ได้รับประโยชน์มากที่สุดต่างหาก ไม่ใช่ "ส่วนใดส่วนหนึ่ง" หรือภาคใดภาคหนึ่ง หรือชนชั้นใดชนชั้นหนึ่งเป็นการเฉพาะเท่านั้น
การทำให้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับอย่างเหมาะสมพร้อมๆกับพัฒนาด้านต่างๆที่ลงไปถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเต็มศักยภาพของโครงการต่างๆน่าจะเป็น "การหาเสียง" ที่ยาวนานและยั่งยืนอย่างแท้จริงสำหรับนักการเมืองที่อาสามาทำงานในฐานะ "ผู้แทน" ของประชาชนอย่างแท้จริง