๑๓  กรกฎาคม ๒๕๕๔

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔  วันนี้ตื่นตีสี่มาฟังรายการวิทยุเขาเล่าว่าเป็นวันชาติของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเมื่อวันที่  4 ก.ค. ในฤดูร้อนของปี ค.ศ.1776 ผู้แทนของอาณานิคมอังกฤษทั้ง 13 แห่ง ในอเมริกาเหนือได้มารวมกันที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพลซิลเวเนีย เพื่อหารืออภิปรายกันในข้อเสนอที่อาจหาญว่า "อาณานิคมที่ผนึกเข้าด้วยกันนี้ล้วนแต่เป็นรัฐอิสระและเป็นเอกราช แล้ว โดยสิทธิก็ควรจะเป็นเช่นนั้น" ในขณะที่ผู้แทนจากอาณานิคม กำลังประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอดังกล่าวอยู่นั้น คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 คนนำโดย โธมัส เจฟเฟอร์สัน ได้ร่างเอกสารขึ้นฉบับหนึ่งซึ่งเรียกกันในเวลาต่อมาว่า "คำประกาศอิสรภาพ" ในการประกาศให้ชาวโลกได้ทราบถึงการประกาศตนเป็นเอกราชนั้น คำประกาศได้วางหลักการและเหตุผลในการก่อตั้งประเทศใหม่ว่า "เราถือว่าความจริงต่อไปนี้มีความหมายประจักษ์ชัดในตัวเอง คือ มนุษย์ทุกคนล้วนถือกำเนิดเกิดมาเท่าเทียมกัน และต่างได้รับสิทธิบางประการที่อาจมอบโอนกันได้จากประทานของผู้สร้าง ซึ่งในบรรดาสิทธิเหล่านี้มีสิทธิในชีวิตเสรีภาพ และการแสวงหาความสุขเป็นอาทิ" บรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมที่ฟิลาเดลเฟียได้ออกเสียงลงมติเห็นชอบกับคำประกาศอิสรภาพ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776 วันดังกล่าวจึงถือว่าเป็นวันกำเนิดอย่างเป็นทางการของสหรัฐอเมริกานับแต่นั้นเป็นต้นมา  ออกจากบ้านก่อน ๖ นาฬิกา ใช้เส้นทางถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนงามวงศ์วาน ถนนเกษตร-นวมินทร์ ไปเลี้ยวเข้าบางกะปิเชื่อมต่อถนนรามคำแหงที่แยกลำสาลี ไปกลับรถเข้าจอดที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์เพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ตามหลักสูตร ก.ค.ศ. รุ่นที่ ๗ รุ่นนี้ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่เป็นผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีผู้อำนวยการโรงเรียนที่ตกหล่นปะปนมาบ้างแต่ไม่มากนัก รองเลขาธิการ กพฐ. นายเสน่ห์  ขาวโต เป็นประธานเปิดโครงการและบรรยายพิเศษ การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเป็นกระบวนการเตรียมการทำคำสั่งทางปกครอง ที่กฎหมายกำหนดรูปแบบ ขั้นตอนและสาระสำคัญไว้ หากไม่ดำเนินการตามที่กำหนดจะส่งผลให้คำสั่งทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตัวอย่างคดีปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๒) ได้รับรายงานว่าเงินทดรองราชการในความรับผิดชอบของนาง น. ขาดบัญชีเป็นเหตุให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๒ ได้รับความเสียหาย และมีมูลเหตุอันสมควรเชื่อว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ จึงออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดขึ้น เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจึงเป็นเพียงขั้นตอนภายในของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๒ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว เพื่อที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จะได้พิจารณาดำเนินการต่อไปเท่านั้น ยังไม่มีผลเป็นการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด จึงมิใช่คำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ผู้ฟ้องคดีจึงยังมิใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้  อันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ฟ้องคดีที่จะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ รวมทั้งการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ ในการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง และการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ในการเสนอเรื่องต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ จึงยังไม่กระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีเช่นกัน(คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ ๕๙/๒๕๕๓)  ระเบียบสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีสอบสวนทางวินัย พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อ ๖ กำหนดให้คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยพิจารณาและวางแนวทางในการสอบสวน ตลอดจนกำหนดประเด็นข้อกล่าวหาและขอบเขตในการสอบสวนก่อนที่จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามาเพื่อรับทราบเรื่องที่ถูกกล่าวหาและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ  โดยมิได้กำหนดถึงการแจ้งสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบไว้ด้วย  ระเบียบดังกล่าวจึงมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ดังนั้น ในการสอบสวนวินัย คณะกรรมการสอบสวนวินัยจึงต้องปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) และวรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙  เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยขึ้นทำการสอบสวนทางวินัยผู้ฟ้องคดี โดยรายงานผลการสอบสวนว่า ผู้ฟ้องคดีได้กระทำการประมาทเลินเล่อในการทำงานเป็นเหตุให้การงานของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ (สถาบันพระปกเกล้า) เสียหายอย่างร้ายแรง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงมีคำสั่งสถาบันพระปกเกล้า ที่ ๓๐/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๖ ลงโทษปลดผู้ฟ้องคดีออกจากการเป็นพนักงานของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการบริหารงานบุคคล โดยโต้แย้งว่าคณะกรรมการสอบสวนวินัยมิได้แจ้งหรือมอบบันทึกสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาในการสอบสวนวินัยให้แก่ผู้ฟ้องคดี ทำให้ไม่สามารถโต้แย้งคัดค้านหรือนำพยานหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาดังกล่าวได้ ซึ่งคณะกรรมการกลั่นกรองการบริหารงานบุคคลมีมติให้ส่งเรื่องคืนให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไปดำเนินการ  ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้มีหนังสือนำส่งบันทึกการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาลงวันที่ ๔ และ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๖ ที่กล่าวถึงในส่วนที่เป็นการสนับสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา แต่มิได้มีการสรุปพยานหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาตามแบบ สว. ๓  อันเป็นมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับวินัย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีสามารถเข้าใจข้อกล่าวหาอย่างชัดแจ้ง และสามารถชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น บันทึกการแจ้งและรับทราบข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาทั้งสองฉบับดังกล่าวจึงไม่เข้าลักษณะของการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การับฟังคู่กรณี ที่ต้องกระทำให้สมบูรณ์ในภายหลังก่อนสิ้นสุดกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ตามความในมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง (๓) และวรรคสาม แห่งพ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙   คำสั่งสถาบันพระปกเกล้า ที่ ๓๐/๒๕๔๖เรื่อง ลงโทษปลดออกจากพนักงาน ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๖ จึงไม่เป็นการดำเนินการตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการอันเป็นสาระสำคัญที่กำหนดไว้ ตามมาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน คำสั่งลงโทษปลดออกพนักงาน ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๖ จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. ๒๓/๒๕๕๓) จากตัวอย่างทั้ง ๒ กรณี ผู้เข้าอบรมจึงต้องศึกษากฎหมาย ขั้นตอน และรูปแบบต่าง ๆ อย่างครบถ้วน นอกจากนั้นจะต้องฝึกภาคปฏิบัติจนสามารถทำงานได้จริง  ปัจจุบันคดีปกครองที่ฟ้องร้องไปยังศาลปกครองมีมากขึ้น หากมีความบกพร่องถึงขนาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะถูกศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้เพิกถอน ผลตามมาเป็นความยุ่งยากของหน่วยงานในการแก้ปัญหาและแก้ไขเยียวยาในภายหลัง

วันอังคารที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔   เช้านี้เดินทางไปประชุมที่โรงแรมปริ้นพาเลซ มหานาค เป็นการประชุมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จัดประชุมวันนี้และพรุ่งนี้รวม ๒ วัน ครั้งนี้ได้เชิญ ผอ.สพป.เข้าประชุมด้วย เพิ่มเติมจากรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน และเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งคน มางานนี้ได้พบเพื่อนร่วมงานในอดีตหลายท่าน ทักทายกันเสียงขรมไปหมด ประธานเปิดประชุม ดร.นิวัติ นาคะเวช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ กช. คุณชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับงาน สช.ระดับเขตพื้นที่การศึกษา บอกว่าบางเขตไม่ค่อยสนใจแต่หลายเขตดูแลดี ที่อื่นไม่อาจทราบได้ แต่สำหรับ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ทีมงานของเราได้ทำงานกันเต็มกำลังเพื่อส่งเสริมสถานศึกษาเอกชนและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนไปพร้อมกัน มีเรื่องใหม่สำหรับครูเอกชนที่รัฐจะเพิ่มสวัสดิการให้ ในอนาคตอาจจะมีการแก้กฎหมายกำหนดให้มีวิทยฐานะ เพราะเป็นวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาตเช่นกัน เมื่อเป็นวิชาชีพชั้นสูงจะต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัดไม่เช่นนั้นสังคมจะลงโทษ มีคดีตัวอย่างของประเทศเยอรมัน ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของมหาวิทยาลัยแห่งเมืองเกิททิงเก่นที่ไล่ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งออกจากราชการนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้ว่าทนายความของศาสตราจารย์ท่านนั้นเห็นว่าการลงโทษตัดเงินเดือนน่าจะเป็นมาตรการที่เหมาะสมกว่า ศาลได้ให้เหตุผลไว้ในคำพิพากษาว่า การที่ทางมหาวิทยาลัยไล่ศาสตราจารย์ผู้นี้ออกจากราชการ เพราะประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงอันมีสาเหตุมาจากการมีรูปภาพและวีดีทัศน์ลามกอนาจารไว้ในครอบครองนั้นชอบด้วยกฎหมาย เพราะตำแหน่งศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติในสังคมมาก เช่นเดียวกับแพทย์ ครู ผู้พิพากษา ตำรวจ ซึ่งก็สมควรจะต้องมีมาตรฐานพฤติกรรมที่สูงสมกับตำแหน่ง การดาวน์โหลดรูปภาพและวีดีทัศน์ลามกอนาจารของเด็กเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ที่ทำงานนั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดวินัยอย่างร้ายแรง  ศาลเห็นว่าเพื่อมิให้มีการประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอีกต่อไป  การที่มหาวิทยาลัยมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจึงเป็นมาตรการที่เหมาะสมแล้ว นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดีก็ไม่มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ดี เพราะยังมีการดาวน์โหลดรูปภาพวีดีทัศน์ลามกอนาจารของเด็กต่อไปอีกหลังจากได้มีการยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้แล้ว  ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการ ทำให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่ต้องทนเรียนกับศาสตราจารย์ซึ่งดาวน์โหลดและครอบครองรูปภาพและวีดีทัศน์ลามกอนาจารของเด็ก แม้ว่าศาสตราจารย์ผู้นั้นได้ให้การต่อศาลว่าตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากต่อพฤติกรรมอันเลวร้ายของตน และหลังจากเกิดเรื่องตนก็พยายามเข้าบำบัดรักษาตัว แต่ศาลก็ไม่ได้พิจารณาให้น้ำหนักในประเด็นนี้มากนัก  ก่อนเที่ยงเดินทางกลับเขต มาแวะทานข้าวแกงปักษ์ใต้ร้านเคยจีกะดีปลีสด ถนนราชพฤกษ์ก่อนตัดถนนรัตนาธิเบศร์ บ่ายโมงครึ่งมีการประชุม คณะกรรมการ สกสค.จังหวัดที่ห้องประชุมเล็กติดกับห้องสโมสร มีเรื่องพิจารณาเกี่ยวกับการคัดเลือกครูดีเด่นของ สกสค. เขาให้โควตาเขตพื้นที่ละ ๒ คน เวลา ๑๖.๐๐ น. เดินทางไปวัดหงส์ปทุมาวาสเพื่อเป็นประธานงานพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์วิชิต  ศรีทอง

วันพุธที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔   เช้าไปธนาคารกรุงไทย สาขาปทุมธานี เพื่อดำเนินการจัดทำ MOU กันใหม่แทนฉบับเดิมที่หมดอายุลงพร้อมกับ สพท.ที่ถูกแยกออกเป็น สพป.และสพม. ผลที่ตามมาหากไม่ลงนามกันใหม่ก็จะทำให้สมาชิกกรุงไทยธนวัฏที่เดิมสามารถมีเงินหนุนเวียนได้ ๑๐ เท่าของเงินได้รายเดือน เหลือเพียง ๕ เท่า สำหรับลูกค้ารายใหม่ ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย กลับเขตทำงานเอกสารต่าง ๆ ที่ชุลมุนมากก็หนีไม่พ้นเรื่องส่วนตัว ในการเตรียมเอกสารเพื่อขอออกวีซ่าในการเดินทางไปยุโรป ที่เป็นอย่างนี้ก็เคยใช้แต่พาสปอร์ตสีน้ำเงิน พอเปลี่ยนมาเป็นเล่มสีแดงเลยต้องหาหลักฐานมาสำแดงเพิ่มเติม แต่ทุกอย่างก็สำเร็จลงด้วยดี การขอเชงเก้นวีซ่า เพื่อวีซ่าสู่ยุโรป 25 ประเทศ เรียกว่าทำครั้งเดียวไปได้ทุกประเทศ แต่ความยากง่ายในการออกวีซ่าของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เรื่องนี้ต้องยกให้บริษัททัวร์ตัดสินใจเพราะเขามีประสบการณ์ เราได้แต่ทำตามที่เขาสั่ง อยากได้อะไรก็หาให้เขาไป เย็นเจ้าหน้าที่จาก สพฐ. โทร.มาประสานเรื่องการทำบุญครบรอบปีที่ ๘ ของ สพฐ. ปีนี้ท่านเลขาธิการ กพฐ. จะทำบุญเลี้ยงพระเช้า แล้วจะมอบข้าวสารให้วัดและโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ขอเชิญชวนให้ร่วมทำบุญ แจ้งยอดไป ๕,๐๐๐ บาท พร้อมไปร่วมงานด้วย  คิดอยากจะจัดงานที่เขตเหมือนปีที่แล้ว แต่พอทบทวนดู ปีนี้ไม่เหมือนปีก่อน เพราะวันเกิดเขต สพป. ไม่เหมือน สพท. อีกแล้ว และไม่คิดจะจัดอีกเพราะไม่มีอะไรน่าประทับใจ

วันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔  ไปเดินทางไป สพฐ. มีท่านรองฯประพฤทธิ์ บุญอำไพ ท่านรองฯ วิรัช ฐิติรัตนมงคล ท่านรองฯวิโรจน์  แย้มผล ผอ.กลุ่มบริหารการเงินและสินทรัพย์ ประชาสัมพันธ์ และเลขานุการ ร่วมเดินทางไปด้วย นำขนมตาลไปสมทบเพื่อรับรองแขก เขาใช้โรงรถหลังตึก สพฐ.๑ เป็นที่จัดงาน ได้ร่วมพิธีสงฆ์และบริจาคเงินสมทบจัดซื้อข้าวสารร่วมกับท่านเลขาธิการ กพฐ. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน หลังเสร็จพิธีเดินทางไปพบปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ท่านอภิชาติ  จีราวุฒิ เพื่อมอบพระเครื่องที่ประธานศาลปกครองสูงสุดฝากให้

 เดินทางกลับเขต เลยไปโรงพยาบาลปทุมธานีเพื่อเยี่ยมเจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่มาล้มหมอนนอนเสื่อตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้อาการดีขึ้นมีเรี่ยวแรงกลับมาหลังได้เพิ่มอาหารเสริมจากแพทย์ กลับสำนักงานเพื่อสะสางแฟ้มเอกสารจนประมาณบ่ายสองโมง เดินทางไปวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามเพื่อร่วมงานอุปสมบทบุตรของนายธีรพัฒน์ ขันธหัตถ์ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานบริหารงานบุคคลของเขต เป็นวันที่แดดแรงมากแต่ญาติมิตรก็มากันมาก หลังทำบุญกับเจ้าภาพแล้วเดินทางกลับปทุมธานี เพราะนัดรับเอกสารทางการเงินสำหรับขอวีซ่าไว้ที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาปทุมธานี มาทันเวลาก่อนปิดทำการ เขาเตรียมเอกสารไว้ให้ครบถ้วน

วันศุกร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เช้าเดินทางไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เพื่อเปิดงานนิทรรศการแสดงผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานทางวิชาการระดับปฐมวัยศึกษา มีโรงเรียนมาจัดแสดงผลงานหลายแห่ง ได้เดินชมอย่างทั่วถึง ได้เห็นความตั้งใจของครูในการสร้างสื่อและกิจกรรมให้นักเรียนตัวน้อย ๆ ได้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย บางกิจกรรมฝึกสมาธิเด็กได้อย่างดี เช่น กิจกรรมประดิษฐ์ภาพจากเศษกระดาษ ที่ต้องนำกระดาษมาแช่น้ำและป่นเข้ากับสี นำมาปะต่อเป็นภาพต่าง ๆ นักเรียนทำกันเงียบเพราะต้องใช้สมาธิบ่ายเดินทางไปธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ที่ซอยนานาสุขุมวิท เพื่อขอหนังสือรับรองสถานะทางการเงิน รถติดกันมากมาย กว่าจะถึงที่หมายทำเอาเหนื่อยใจ เคยไปไหนมาไหนแบบสะดวกสบาย พอต้องดำเนินการด้วยตัวเองจึงทราบว่า การทำทัวร์นี่ก็ลำบากเหมือนกัน ขั้นตอนที่ธนาคารไม่ยุ่งยากเพราะสาขาปทุมธานีทำมาให้เสร็จ มาถึงก็ลงชื่อรับเอกสารได้  คงต้องส่งเอกสารให้ สกสค.ไปดำเนินการต่อ เขานัดหมายให้ไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตฝรั่งเศสในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ หลังจากที่ผมกลับจากอินโดนีเซีย กลับถึงปทุมธานีเย็นเข้าสำนักงานเขตพบปะพูดคุยกับกรรมการออกข้อสอบคัดเลือกครูกรณีพิเศษ ที่อนุญาตให้ใช้ห้องทำงาน ผอ.เขต เป็นสถานที่ออกข้อสอบ เห็นเรียบร้อยดีจึงชวนหมูกับเต่าไปกินส้มตำที่ร้านตำซั่วย่านถนนคนกิน(อาหาร)

นิทานก่อนลาสัปดาห์นี้ "เต๋อกั้วเฉี่ยกั้ว : อยู่ไปวัน ๆ "  มีตำนานจีนเล่าสืบต่อกันมาว่า ณ ยอดเขาอู่ไถซาน ๑ ใน ๕ ภูพุทธอันเลื่องชื่อ ยังมีสัตว์ประหลาดตัวน้อยตัวหนึ่งอาศัยอยู่ มันมีขา ๔ ขา มีเนื้อด้านข้างคล้ายปีก ๒ ข้าง แต่กลับบินไม่ได้ ทั้งยังร้องคร่ำครวญตลอดเวลาเมื่อฤดูเหมันต์เวียนมาถึง ผู้คนจึงพากันขนานนามมันว่า "นกหานห้าว" ซึ่งแปลตรงตัวหมายถึงนกที่ร้องในฤดูหนาว ในคิมหันตฤดูอันร้อนจัด คือฤดูกาลที่นกหานห้าวรื่นเริงเป็นที่สุด ตลอดทั้งตัวของมันจะมีขนขึ้นมาจนนุ่มฟูสีสันงดงามสะดุดตาจนกระทั่งนกแมลงอื่น ๆ พากันอิจฉา ส่วนนกหานห้าวเองนั้นยิ่งบังเกิดความลำพองใจ วันทั้งวันเอาแต่เดินไปเดินมาเพื่ออวดความงามของตนเองกับนกอื่น ๆ เดินพลางร้องพลางว่า "หงส์ฟ้ายังมิอาจเทียบกับข้า หงส์ฟ้ายังมิอาจเทียบกับข้า"  ฤดูร้อนผ่านไป ฤดูใบไม้ร่วงมาถึง นกบางประเภทที่กลัวหนาวพากันบินลงใต้เพื่อรอจนกว่าฤดูหนาวจะผ่านพ้น ส่วนนกที่เหลืออยู่ก็จะพากันเก็บพืชพันธุ์ธัญญาหารเอาไว้เพื่อเป็นเสบียงในฤดูหนาว มีแต่นกหานห้าวเท่านั้นที่วัน ๆ เอาแต่เตร็ดเตร่ไปมา อวดความงามของขนตนเอง    ฤดูแห่งความหนาวเหน็บหวนมาอีกครั้ง ลมไซบีเรียโหมพัด เกร็ดหิมะโปรยพริ้วลงทุกหนแห่ง นกหลายประเภทต่างผลัดขนฟูหนาเพื่อรอรับความหนาวเหน็บ มีเพียงนกหานห้าวเท่านั้นที่ยามนี้ขนยาวสวยกำลังร่วงหล่นจนเกลี้ยง  ยามค่ำคืนมันต้องซุกตัวอยู่ตามชะง่อนหิน  ตัวสั่นงันงกจนต้องโอดครวญไม่หยุดว่า "หนาวอะไรเช่นนี้ หนาวเหลือเกิน พรุ่งนี้ต้องสร้างรัง พรุ่งนี้ต้องสร้างรัง"   ทว่าเมื่อค่ำคืนอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ความอบอุ่นของพระอาทิตย์เข้ามาแทนที่ นกหานห้าวกลับลืมเลือนภารกิจสร้างรังเพื่อหลบความหนาวในยามค่ำไปสิ้น จนแล้วจนรอดมันจึงไม่ได้สร้างรังของตนเอง  แต่ผ่านวันเวลาเช่นนี้ไปแต่ละวันเวียนวนไป จนสุดท้ายได้แต่หนาวจนสิ้นใจอยู่ในชะง่อนหินนั้นเอง    "เต๋อกั้วเฉี่ยกั้ว" สำนวนนี้ใช้เปรียบเปรยถึงผู้ที่หัวสมองไม่เคยคิดการใหญ่ เพียงมีชีวิตอยู่รอดไปวัน ๆ เท่านั้น นอกจากนี้ยังมักใช้กับคนที่ทำงานลวก ๆ พอเป็นพิธี โดยไม่สนว่าผลงานที่ออกมาจะมีคุณภาพหรือไม่

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑