กำลังทำตัวเป็นงูเห่าของครูรึเปล่า?
ฟังพระธรรมบทอยู่ก็แว๊บปรากฏถามกับตนเอง ณ ทุกวันนี้พอจะก้าวเดินเรียนรู้กับวิถีชีวิต เรียนรู้ทุกข์ ที่กำลังเผชิญ เพราะมีครูเป็นผู้ชี้ทาง ไม่ซ่างซา หลายครั้งเพราะความไม่รู้ โง่นั่นเอง พลั้งเผลอทำให้ ครูบาดเจ็บ ท่านมิเคยเลยสักคราที่จะ คร่ำครวญ หรือ ทอดทิ้ง
ยิ่งครู มิเคยคร่ำครวญ มิเคยเรียกร้อง ใจของศิษย์ ยิ่งถอดออกมาถวาย ปฏิบัติบูชา ด้วยศรัทธาในวิถีที่ครูพาดำเนิน มีสิ่งใด พอจะปฏิบัติรับใช้แม้เพียงน้อยนิด ที่จักพอแบ่งเบา หลายคนมองเห็นการปฏิบัติตัวของติ๋ว ก็สงสัย
“ทำ ทำไม” หลายคนแค่สงสัย บางคนก็เอ่ยปากถาม
ติ๋วยิ้ม แล้วก็ตอบว่า
“ไม่ทราบว่าจะนิยาม ความรู้สึกนี้อย่างไรค่ะ แต่มันคือ การมอบกายถวายชีวิต ปฏิบัติบูชา ตามสติและกำลัง ใจนั้นไปแล้ว ได้เคารพแล้ว เหลือเพียง วาจา และกายจักปฏิบัติไปตามกำลัง”
ศรัทธาที่เปี่ยมล้นในจิตใจ ครูมักจะย้ำเตือนเสมอว่า
“มันมีแต่ศรัทธา ไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ก็งมงาย”
พอใจนำทางให้ปฏิบัติบูชาครู จึงย้อนกลับมาดูใจตนเองก่อน
“มีสติทำ ธรรมพาทำ รึกิเลสพาทำ ครูบาอาจารย์รู้จะตำหนิหรือสรรเสริญ”
อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่สามารถไปช่วยครูได้ แต่ก็ส่งใจเบา ๆ ระลึกถึงครู กับหน้าที่ ๆต้องปฏิบัติในการสอนน้อง
ทบทวนกับตนเองแม้บางครา จักเป็นงูเห่า ทำครูบาดเจ็บบ้าง เพราะขาดสติโดนกิเลสครอบงำ
แต่พอเจริญสติ มีสติเต็มพร้อม ก็น้อมกาย น้อมจิต รับใช้อย่างเต็มกำลัง
แม้จักเป็นคนละ ขณะ แต่ก็รู้อยู่กับตนเองว่า
“แม้จะพลั้งเผลอสติ พลาดทำผิดบ้าง แต่พอรู้ว่าผิดก็เอาใหม่เริ่มใหม่ ตั้งใจใหม่ มันจะโง่ทุกขณะก็ให้มันรู้ไปกับเส้นทางนี้ เมื่อได้เริ่มเดินทางมาจากความมืด แม้แสงสว่างเพียงเล็กน้อย ก็นำพาให้จิตนี้สว่างได้ ก็มันเคยมืดมากมาแล้ว อดทนเอา ขืนใจกู ขัดใจกูแต่เป็นประโยชน์ก็ต้องทำ อดทนเข้มแข็ง กับทุกสิ่งทุกอย่างที่บีบคั้นในจิต ในใจ เมื่อตัดสินใจแล้วว่า จักมั่นคงในเส้นทางนี้ เป้าหมายของชีวิต ณ จุดอื่นไม่มี จะรอช้าอยู่ไย เงยหน้าขึ้นมาซิ เงยหน้าเงยตา รับกรรมไม่ใช่หลับหูหลับตา ก้มหน้าก้มตารับกรรมนะ เส้นทางนี้ คำว่าปล่อยไปตามยถากรรม ไม่มี มีแค่อดทน มุ่งมั่น ตั้งใจ เรียนรู้กรรมไป อย่างเต็มกำลัง”
ณ ห้วงหนึ่งของเช้านี้ (๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔) หลังได้รับ SMS จากครู
