ความรู้เป็น "ศาสตร์" และความรู้ที่ไม่ถูกต้องนั้น กลับกลายเป็น "ศาสตรา" ที่ฟาดฟันเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ผมไปทำบุญสังฆทาน กับคุณแม่ผมในวันที่ ๑๑ ที่ผ่านมาเพราะคิดว่า วันที่ ๑๒ สิงหาคม น่าจะมีคนไปทำบุญมาก อาจไม่สะดวกเท่าไหร่ ปกติเวลาไปทำบุญถวายสังฆทาน ก็ถือโอกาสนั่งสนทนาธรรมกับหลวงปู่ทุกครั้ง

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ถวายเสร็จ ก็ได้นั่งสนทนากับท่านหลวงปู่ เหมือนเช่นทุกคร้ังที่ผ่านมา โดยเรามีประเด็นสนทนาแล้วก็นำมาคุยกัน และหลวงปู่ก็มักจะถามความคิดเห็นผมว่า ผมคิดอย่างไร? และท่านก็แทรกด้วยธรรมะทุกครั้ง...

เป็นการถ่ายทอดทอดธรรมะ เป็นสุนทรียะสนทนาที่ผมสนุกสนาน และได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก 

ทกุครั้งที่สนทนากัน หลวงปู่จะตั้งประเด็น ตั้งแต่ประเด็นเล็กๆในชุมชน จนถึง นโยบายการเมือง ...ทำให้ประเด็นที่สนทนาหลากหลาย  บางครั้งต้องนิมนต์ท่านฉันเพลก่อน เพราะเกรงว่า จะเลยเวลา

ครั้งนี้ ท่านถามผมว่า "เรื่องการงานไปถึงไหน"

ผมตอบเรื่องงานใหม่ที่ผมจะต้องไปสอบคัดเลือก 

ท่านก็ถามอีกว่า "การสมัครงานนี่เขาดูอะไรบ้าง?"

ผมก็ตอบว่า เขาก็ดู ความรู้ และที่สำคัญก็คือประสบการณ์ครับ

หลวงปู่ก็พยักหน้า..

ท่านพูดต่อว่า  "อีกหน่อยเวลาไปสมัครงาน เขาจะถามว่า "บวชเรียน" มาหรือยัง?? เพราะ หลายๆคนที่ "เก่ง" แต่ไม่มีคุณธรรม
เก่งแต่ใช้ความเก่งไปในทางที่ผิดต่อชาติและบ้านเมือง มันไม่ถูกต้อง เราอยากได้คนที่เก่งและมีคุณธรรม ด้วย..."

ผมก็ตอบเห็นด้วยกับพระคุณเจ้า...

ท่านบอกอีกว่า "ความรู้เป็น"ศาสตร์"และความรู้ที่ไม่ถูกต้องนั้น กลับกลายเป็น "ศาสตรา" ที่ฟาดฟันเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

คนที่เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง ใช้ศาสตรา และ อำนาจที่มี ในทางที่ไม่ชอบ ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน วุ่นวาย" (ท่านหมายถึงใครก็ไม่รู้) 


 ความรู้

  คุณธรรม

 ความรู้ คู่กับ คุณธรรม

 

ท่านหลวงปู่สนทนากับผมอีกยาวในวันนี้ เพราะคนไม่เยอะเท่าไหร่...จนกระทั่งผมนิมนต์ท่านฉันเพล

เพราะนี่ก็ี่ใกล้จะหมดเวลาฉันเพลแล้ว

ท่านก็หัวเราะแล้วบอกว่า "เออ  เป็นอย่างนี้ทุกที"