วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2554 เย็น

กราบสวัสดีค่ะครู 

                วันอาทิตย์นี้เป็นวันพัก อยู่กับตนเอง  ตั้งใจฝึกภาษาอังกฤษ โดยผ่านการดูซีรีและหนัง เป็นวิธีที่คุ้นเคย  ดูซ้ำ ๆ ตรวจสอบฝึกฝน ถ้อยคำ ลองพูด เหมือนประโยคมันจะก้องอยู่ในหัวค่ะครู ทำไมต้องฝึกหน่ะเหรอค่ะ ตลกดีที่เข้าไปเห็นสภาวะการวิ่งหนี และวิ่งเข้าหา กับการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ มีทุนให้ไปเมืองนอก (อีกแล้ว) หรือไม่ก็ต้องไปฝึกการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ เหมือนตนเองใจไม่ถึงพอสำหรับการก้าวออกจากวังวนนี้ค่ะครู ยอมรับไม่ได้ที่จะถูกมองว่าไม่รู้จึงตกลงกับตนเองงั้นก็ทำมันให้สุด ๆไปเลยอย่างที่ครูบาอาจารย์กล่าวไว้ว่ารีบเดินไป รีบกลับมา แล้วก็รีบหยุดอยู่ รีบปล่อยมัน”   ดูจะได้ผลในเชิงความคิด มันทำให้คิดเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ก็ไม่รู้ถูกไวยกรณ์ไหมค่ะ

                จัดแจงลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ เพราะค้นแผ่นเดิมที่พี่ชายเอาไว้ให้เจอค่ะ การที่นิ่งอยู่กับตนเองในบ้าน บางสภาวะแว๊บรู้สึกทั่วทั้งร่างกาย แล้วเหมือนติ๋วอยู่ข้างใน ช่วงนี้ปวดตามร่างกายค่ะ บอกกับตนเองว่าดีแล้วที่องในบ้าน บางสภาวะแว๊บรู้สึกทั่วทั้งร่างกาย แล้วเหมือนติ๋วอยู่ข้างในนั้นค่ะ เป็นข้างในที่รู้สึกกับตนเอง การเคลื่อนไหวต่าง ๆ จะตกอยู่ภายในคนข้างในที่เห็น ทั้งๆที่หนังก็ยังส่งเสียงอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูไม่ได้สนใจ แวะมาดูการเคลื่อนไปของกายแทน

แว๊บถัดมาระลึกถึงคำของหลวงปู่ อย่ามีหลายใจ ให้ฝึกเอา ให้มีใจเดียวอารมณ์เดียวแล้วก็ระลึกถึงครูครูจะเป็นไงบ้างนะแม้จะปรากฏเป็นความเสียดายที่ไม่สามารถไปรับใช้ครู แต่ก็ไม่ได้เสียใจ เพราะเมื่อมีโอกาสก็ไม่ปรารถนาจะละทิ้ง และเชื่อมั่นในครูเสมอ

ครูค่ะ แค่เพียงใจระลึกถึง ความรู้สึก อบอุ่นก็แผ่ซ่านทั่วร่างกาย ใจที่เคารพต่อครู รับรู้กับตนเองเลยว่า นอบน้อมจากใจ ครูไม่เคยหายไปไหน อยู่ในใจศิษย์นี่เอง พ่อแม่ก็เช่นกัน ไม่ว่าร่างกายนี้จะได้อยู่ใกล้ชิดพ่อกับแม่หรือไม่ แต่ใจที่ระลึกว่า เลือดเนื้อและร่างกายนี้ท่านทั้งสองเป็นผู้มอบให้มา จงพามันไปทำสิ่งดี ประกาศความงดงามของครูบาอาจารย์และพ่อแม่ ด้วยการกระทำ

สิ่งที่เกินคาดวันนี้อีกอย่างคือ จากการล้างเครื่องจึงได้โอกาสจัดสรรค์ระบบข้อมูล เจอภาพเก่า ๆที่เคยถ่ายภาพตอบไปที่ วังเวียงกับครูเมื่อสงกรานต์ 2551 ก็ระลึกว่า รู้จักครูเมื่อปี 51 นี่เอง อืม สามปีละ ไม่ถึงสี่ปีอย่างที่เคยบอกไว้ นึกย้อนถึงหนทางที่ครูบ่มเพาะก็ปรากฏเป็นรอยยิ้มกับตนเอง

กว่าครูจะสอนได้แต่ละอย่าง ใช้กลอุบายมากมาย ไล่หนีบ้าง ไล่ไปบ้าง ไล่ออกจากวัด ก็ยังเคย

ตอนนั้นก็ร้องไห้คร่ำครวญ แต่ก็ไม่ได้ไปไหน ไม่รู้ทำไม มารู้กับตนเองอีกทีคือ เพราะใจศรัทธาในครูนี่เอง ความเชื่อมั่นและศรัทธาที่มีต่อครู ไม่เคยเหือดหาย เพียงแค่บางครากิเลสมีนบังตา มาปิดตาปัญญาจนทำครูบาดเจ็บนะบางคราที่เข้ามาช้อนอุ้ม ลากจูงในศิษย์ไม่ตกทางแห่งมรรค

เขียนมาถึงตอนนี้นึกถึงคำกล่าวของหลวงปู่ค่ะครู ที่ท่านเอ่ยว่า ให้อดทน ให้เพียรเอา ให้มีสติ มีสมาธิ ศรัทธาที่มีอยู่แล้วก็ให้รักษา ถ้ามันพร่องก็ให้เติม

การได้ระลึกถึงเส้นทาง ระลึกถึงครู ส่งเสริมให้ใจมี พลัง ว้าว พละ 5 คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และก็ปัญญา หลวงปู่ให้สิ่งนี้มานี่นา สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะครู ศิษย์โง่แท้หนอ

การละเลยต่อบันทึก ทำให้ขาดอิทธิบาทสี่ ไม่ทวนสอบใคร่ครวญกับตนเอง เพราะเป็นเช่นนี้ถึงเป็นเช่นนี้จริง ๆ เพราะทำเช่นนั้นมาก่อน ถึงเป็นเช่นนั้นนั่นเอง