การศึกษาไทยในอดีตสู่อนาคต

         ระบบการศึกษาของไทยนับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้นการศึกษาของไทยสมัยนั้นจะอาศัยวัดเป็นสถานที่อบรมสั่งสอนบุตรหลาน เช่น การอ่านหนังสือให้อ่านออกเสียงได้ ผู้ชายไทยทุกคนเมื่ออายุครบ 20 ปี ก็จะต้องเข้าสู่เพศบรรพชิตโดยขณะที่บวชเป็นพระอยู่ที่วัดก็จะได้รับการอบรมสั่งสอนในด้านการเขียน การอ่านและวิชาช่างต่างๆ ส่วนสตรีไทยก็จะได้รับการอบรมสั่งสอน เกี่ยวกับกิริยามารยาท การเย็บปักถักร้อย และงานประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับดอกไม้จากครอบครัวของตน ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนในมณฑลต่างๆ โดยมีฆราวาสป็นครูสอน

          ระบบการศึกษาไทยในปัจจุบัน ต้องเน้นผลต่อผู้เรียน ทั้งในระดับนโยบายและระดับการเรียนการสอน โดยกำหนดนโยบายการเรียนการสอนที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามวิถีที่ถนัดและสนใจเรียนอย่างสนุก เล่นให้ได้ความรู้และมีความสุขกับการเรียนครูสอนโยยึดหลักผู้เรียนเป็นสำคัญเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ เกิดความเชื่อมั่นในตนเองและมีความสุขกับการเรียน

        ระบบการศึกษาไทยในอนาคต ประเทศไทยจะมีบทบาทสูงขึ้นในประชาคมโลก ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสังคมโลกอยู่บนพื้นฐานศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกัน ประเทศมีความสามารถในการเเข่งขันและร่วมมือกับประชาคมโลก ถ้าประเทศไทยยังไม่ปรับเปลี่ยนแนวคิด ไม่มีการปฏิรูประบบโครงสร้างการบริหาร การเมือง การปกครอง และระบบการศึกษา เพื่อพัฒนาคน และสังคมไทยให้ยั่งยืนแล้ว อนาคตภายในทางลบของสังคมไทยจะเป็นสังคมที่อ่อนแอแข่งขันไม่ได้ คนไทยมีคุณภาพต่ำ มีความไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างชาติ ทำให้คนไทยขาดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่ทันเหตุการณ์..