คนส่วนใหญ่ยึดติดกับสาขาที่ร่ำเรียนมา จึงพลาดโอกาสในการตามหางานที่เหมาะสมกับตัวเอง และกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป

เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

(www.siamintellignece.com)

 

 




สุดยอดแท็กซี่ทำให้คุณถึงที่หมายเร็วขึ้น 20 เปอร์เซนต์
แต่การจ้างสุดยอดอัจฉริยะเข้ามาทำงานในบริษัท คุณจะได้ผลงานที่ดีกว่าเดิม
100 เท่า


Steve Jobs ซีอีโอ Apple

 

ความวุ่นวายของสถานการณ์บ้านเมืองในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้
ทำให้หัวข้อสนทนาแก้เหงาเมื่อยามที่เราต้องย่างเท้าขึ้นรถ Taxi
ก็คงหนีไม่พ้นการเมืองที่แสนชวนหดหู่ละเหี่ยใจ

 

หากทว่าในยามฝนพรำ เมื่อเที่ยงวันศุกร์นี้
ตัวผมเองได้พาน้องสาวแสนสวยไปสมัครงานที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง
ระหว่างเดินทางนั้น
ผมก็ได้พร่ำสอนเทคนิคเคล็ดลับในการสอบสัมภาษณ์ไปอย่างเต็มพิกัด
และอย่างที่คุณก็คาดการณ์ได้ Taxi แสนดีที่กำลังนำพาเราไปสู่ที่หมาย
ก็ได้เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยอย่างสนุกสนานเมามันส์


 

ผมเห็นว่า “ปรัชญาธุรกิจ” ของท่าน Taxi คันนี้ยอดเยี่ยมไม่ธรรมดาเลย จึงปรารถนาที่จะนำมาถ่ายทอดให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง

  

1. วัยรุ่น คือ ช่วงเวลาที่งดงามชวนฝันที่สุดในชีวิต

 

ในช่วงอายุ 15-25 คือ วัยทดลองเรียนรู้ อายุ 25-35 คือ การตามหา “งาน”
ที่จะอยู่กับเราไปชั่วชีวิต อายุ 35-55 คือ การสร้างเนื้อสร้างตัว
โดยการจดจ่อกับงานที่ทำให้ดีที่สุด อายุ 55-80 คือ การเกษียณพักผ่อน

 

ในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นโลกแห่งความฝัน
โลกที่ทุกคนหยิบยื่นน้ำใจให้แก่กัน ซึ่งเราก็ควรใช้ชิวิตให้เต็มที่
เรียนรู้และดื่มด่ำในทุกอย่างที่ปรารถนา

 

แต่เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ก็เหมือนก้าวเดินสู่เส้นทางสายใหม่
ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้แย่งชิง เพื่อความอยู่รอด ดังนั้น
เราจึงต้องปรับระบบสมองของเราใหม่หมด

 

นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่ยึดติดกับสาขาที่ร่ำเรียนมา จึงพลาดโอกาสในการตามหางานที่เหมาะสมกับตัวเอง และกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไป

 

อย่าปล่อยให้ปริญญามาเป็นตัวฉุดรั้งชีวิตที่เหลือ เพราะคนเราต้องก้าวเดินไปสู่โลกกว้างที่เต็มไปด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยว

 

2. ทำในสิ่งที่รัก ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลผิดพลาด แต่ต้องรู้จักเชื่อมโยงให้เป็นธุรกิจ

 

พ่อแม่บางคนอาจรู้สึกไม่สบายใจที่ลูกรัก จะยึดอาชีพนักดนตรีหรือศิลปิน เพราะมองว่าเป็นการละเล่นมากกว่าการทำงาน


แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า ธุรกิจบันเทิงก็สร้างรายได้ให้เจ้าของกิจการเป็นระดับพันล้านบาท


ไม่ว่าจะเป็นอากู๋แห่งแกรมมี่ หรือ เฮียฮ้อแห่งอาร์เอส


ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “ทำอะไร” สนุกหรือน่าเบื่อ แต่สิ่งสำคัญคือ การแปลง “งานที่รัก” ให้กลายเป็นธุรกิจทำเงิน


3. มนุษยมีศักยภาพจำกัด อยากรวย 100 ล้าน ต้องจ้างลูกน้อง 100 คน


อย่าคิดว่าตนเองเก่ง อย่าประเมินตัวเองสูงเลิศลอยกว่าความเป็นจริง เพราะทุกคนก็ล้วนมีขีดจำกัดด้านเวลาและมันสมอง

 

หากประเมินว่าตัวเองสามารถทำงานได้ปีละ 1 ล้านบาท
แต่ปรารถนาจะเป็นเจ้าของกิจการ 100 ล้าน ก็ต้องรู้จักแสวงหา “คนเก่ง”
ที่สามารถทำเงินได้ปีละ 1 ล้านบาทมาให้ได้ 100 คน


ความร่ำรวยของธุรกิจ จึงไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการทำงานของคน 1 คน
แต่อยู่ที่การแสวงหา รักษา และบริหารพนักงาน 100 คน ให้ร่วมกันทำงานได้ 100
เท่า


4. จงเริ่มธุรกิจจากศูนย์


การนำเงินเก็บจากการทำงานหรือแบมือขอพ่อแม่ เพื่อนำมาลงทุนในธุรกิจ
ย่อมเป็นวิธีการที่ผิดพลาด เพราะเรายังขาดความรู้ที่เพียงพอ
และเมื่อบริษัทล้มเหลว ตัวเราก็จะกลายเป็นคน “ติดลบ”
และหยาดแขยงที่จะเริ่มธุรกิจครั้งใหม่


วิธีการง่ายๆในการเริ่มต้นธุรกิจ คือ
การทำงานในตำแหน่งเซลล์ที่มีค่าคอมมิสชั่น
เพื่อจะได้ซึมซับทั้งความสำเร็จล้มเหลวในการขายสินค้า



ในยุคปัจจุบันธุรกิจที่สามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้เงินหรือใช้เงินน้อยมาก
ก็คือ ธุรกิจข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นการวิจัย ที่ปรึกษา เขียนหนังสือ
หรือแม้กระทั่งดนตรี


แน่นอนว่า ยังมีแนวคิดดีๆจาก Taxi พิสดารคนนี้
ที่ผมไม่ได้นำมาเล่าเรื่อง เนื่องจากพื้นที่หน้ากระดาษที่จำกัด
แต่สิ่งที่ผมและน้องสาวได้รับจากการรอนแรมครั้งนี้ ก็มีค่ามากมายกว่าเงิน
209  บาทที่ใช้เป็นค่าเดินทาง


ทุกสิ่งรอบตัวล้วนเป็นครูของเรา