จาก...เขากะโหลก..ถึง..อ่าวประจวบฯ ..วันน้ำลง (3)

 

        

         เมื่อพูดถึง อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ คงไม่มีใครที่ไม่นึกถึง "อ่าวมะนาว" ซึ่งอยู่ในบริเวณ กองบิน 53 เป็นหาดที่สวย สะอาด และที่สำคัญ ความปลอดภัยสูงมาก (เพราะอยู่ในค่ายทหารอากาศจ้ะ)

       แต่ประจวบคีรีขันธ์ ได้ชื่อว่า " เมือง 3 อ่าว " เพราะหากเราขึ้นไปอยู่ในที่สูง ๆ แล้วมองไปทางชายทะเลในอำเภอเมือง ฯ นี้ จะมีอ่าวรูปครึ่งวงกลมอยู่ต่อเนื่องกัน 3 อ่าวนั่นเอง คือ  อ่าวมะนาวจะอยู่ด้านใต้สุด  ตรงกลางคืออ่าวประจวบฯ และ อ่าวน้อยจะอยู่ด้านเหนือสุด

 

                   

                        " 3 อ่าว "   (ภาพประกอบจาก google )

 

         แต่บันทึกนี้จะขอตัดตอนเฉพาะ " อ่าวประจวบ ฯ "  ซึ่งอยู่ตรงกลาง จะเห็นว่าด้านเหนือของอ่าวประจวบ ฯ จะมีภูเขาอยู่ลูกหนึ่ง คือ "เขาตาม่องล่าย" อันเป็นตำนานนิทานพื้นบ้านของชาวประจวบ ฯ เขาตาม่องล่าย จะกั้นระหว่างอ่าวน้อย และอ่าวประจวบ ฯ และเป็นที่ตั้งของค่ายลูกเสือจังหวัดประจวบ ฯ และวนอุทยานเขาตาม่องล่ายซึ่งอยู่ตรงเชิงเขาด้านอ่าวประจวบ ฯ นี่เอง

 

 

       หาดในบริเวณที่ตั้งของค่ายลูกเสืออันอยู่ด้านเหนือของอ่าวประจวบ ฯ เป็นทรายปนโคลน และเป็นที่จอดเรือประมงยามน้ำลง และเป็นที่หลบคลื่นลม ยามน้ำลง จะสามารถเดินออกไปจากชายหาดได้ไกล และยังเป็นแหล่งที่ชาวบ้านมาเก็บหอยขาว หอยไฟไหม้ หอยเสียบ และหอยอื่น ๆ อีกด้วย

 

               

   

       ชาวบ้านกำลังหาหอยทราย หรือหอยเสียบที่ฝังตัวตื้น ๆ อยู่ในทรายชื้น ๆ เพียงใช้ช้อนขูดไปบนทราบตื้น ๆ ก็เจอตัวมันแล้ว วันที่คุณมะเดื่อไปที่นี่ สาว ๆ สองคนนี้กำลังขุดหาหอยทราย บอกว่าจะเอาไปผัดขี้เมา และใจดีจะแบ่งให้คุณมะเดื่อด้วย แต่คุณมะเดื่อขอบคุณเขา แต่ไม่รับจ้ะ เพราะทำผัดขี้เมาหอยทรายไม่เป็นจ้ะ 

 

          

 

         บริเวณนี้  ยามเช้า จะเห็นดวงอาทิตย์โผล่จากทะเล และยามเย็นก็จะเห็นดวงอาทิตย์ตกน้ำด้วยจ้ะ  สวยมาก ๆ  (ในภาพนี้เป็นยามเย็นจ้ะ)

 

 

      สะพานในภาพบนซ้ายนี้ จะข้ามคลองเล็ก ๆ ไปยังที่พักลูกเสือของค่ายลูกเสือที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งสร้างไว้บนเชิงเขาตาม่องล่าย เป็นค่ายลูกเสือที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย เพราะมีลักษณะเหมือนรีสอร์ท หรือที่พักตากอากาศ  หากมองลงมาจากที่พักลูกเสือจะเห็นชายหาด และที่ทำการวนอุทยานเขาตาม่องล่ายที่อยู่ชายหาดด้านถัดไปทางซ้ายมือของเรา 

        ที่ค่ายลูกเสือนี้ หากในวันที่ไม่มีลูกเสือมาพักแรม อาจได้ชมฝูงค่างแว่นลงมาหากินที่เชิงเขา แต่ค่างแว่นที่นี่จะเปรียวมาก เห็นแว็บเดียวก็หายไปแล้ว ไม่เหมือนที่กองบิน 53 ซึ่งจะเชื่องมาก ๆ เพราะคุ้นเคยกับคน

 

 

        ในภาพนี้จะเห็นที่ทำการวนอุทยานเขาตาม่องล่าย ที่มีชายหาดเป็นกรวด  น้ำใสสะอาด มีโขดหินสูง ๆ ต่ำ ๆ แปลกตา  และมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวไปพักแรมในราคาย่อมเยาด้วย

         ต่อไปนี้จะให้ได้ชมภาพภัยธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเสียหายกับอ่าวประจวบฯ เป็นอย่างมาก นั่นคือ คลื่นกัดเซาะฝั่งจะพังทลายมาขึ้นทุกปี ภาพที่คุณมะเดื่อถ่ายมานี้ เป็นภาพที่ถ่ายสองสามวันมานี่เอง เป็นผลกัดเซาะของคลื่นในปีนี้

 

 

สภาพของชายหาดที่ถูกแรงคลื่นซัดจนพังทลายลึกเข้าไปในชายฝั่งมากขึ้นทุกทีแม้จะมีการเอายางรถไปผูกคล้องไว้กับเสาไม้ และถมหินไว้ เพื่อลดแรงซัดของคลื่น แต่ก็ไม่เป็นผล ต้นสนที่ยืนเป็นแนวตลอดชายหาดหายไปมากมาย จนเหลือแถวสุดท้าย ก็กำลังมีสภาพดังในภาพเหล่านี้

 

         บริเวณเขาตาม่องล่าย นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สงบ  สวยงาม และเป็นแหล่งอาหารที่หลากหลายมานานนัก  แต่เวลานี้ ชายหาดกลับรกเรื้อ ชาวบ้านที่จะมาหาเก็บหอยก็น้อยลง ไม่ต้องพูดถึงคนที่จะมาเดินเล่น หรือนั่งเล่นที่ชายหาดชมพระอาทิตย์ขึ้น หรือตกจากทะเลเหมือนก่อน ๆ ที่เกือบจะไม่มีให้เห็นแล้ว ...

         หากไม่มีการแก้ไขปัญหาคลื่นซัดกัดเซาะชายฝั่ง อย่างเร่งด่วนแล้ว คุณมะเดื่อคิดว่าที่ทำการค่ายลูกเสือที่อยู่ชายหาด อาจจะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป

 

...จบบริบูรณ์...

.......................................................