องค์ความรู้เรื่อง กระบวนการ Turnaround Management
ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่องค์กรที่ทำธุรกิจผูกขาดอย่าง กฟผ. แต่สิ่งหนึ่งที่ กฟผ. ไม่เคยเปลี่ยนคือความตระหนักรู้หน้าที่ที่มีต่อประชาชนผู้ใช้ไฟ ที่เห็นได้ชัดและเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนมากที่สุดก็คือราคาค่าไฟ เพราะเป็นส่วนที่มีผลกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศ จะเห็นได้ชัดว่าในปัจจุบันการผลิตไฟฟ้า มีปัจจัยมากมายที่ กฟผ. ไม่สามารถควบคุมได้ เช่นราคาเชื้อเพลิง ซึ่งคิดเป็น 70%ของต้นทุนค่าไฟแต่ กฟผ. ก็พยายามควบคุมต้นทุนในส่วนที่ควบคุมได้ เช่นค่าดำเนินการ และการเลือกเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูง
เมื่อลงไปดูรายละเอียดจะพบว่า โรงไฟฟ้าในประเทศไทย มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุโรงไฟฟ้า และเทคโนโลยี ดังนั้นถ้าเป็นไปได้การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีที่สุด คือการเลือกเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูงที่สุด
แต่ในความเป็นจริงคงเป็นไปไม่ได้ เพราะก็มีข้อจำกัดด้านอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดของระบบส่ง ข้อจำกัดของความมั่นคงของระบบ และข้อจำกัดที่เราจะกล่าวถึงในบทความนี้คือข้อจำกัดของการหยุดเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า
โรงไฟฟ้าก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ทำหน้าที่ผลิตสินค้า จำเป็นต้องมีช่วงเวลาหยุดเครื่องเพื่อบำรุงรักษาตามวาระ หรือที่เราเรียกว่างาน Planned Outage Maintenance (PO) การซ่อมที่ยาวนานเกินไป การซ่อมที่มีความเสี่ยง การซ่อมที่มากเกินไป การซ่อมที่แพงเกินไป หรือการซ่อมที่ทำโดยไม่เกิดประโยชน์ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยให้เราไม่สามารถใช้เครื่องจักรของเราผลิตสินค้าได้ตามต้องการ และส่งผลต่อต้นทุนสินค้า ก็คือราคาค่าค่าไฟที่สูงขึ้นนั่นเอง
กระบวนการบริหารงาน Planned Outage (PO) ด้วย Turnaround Management (TAM) ก็คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถควบคุมงานบำรุงรักษาตามวาระ หรืองาน Planned Outage (PO) ให้เป็นไปตามเป้าหมาย
กฟผ. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงานบำรุงรักษา จึงมีการศึกษาและนำ TAM เข้าใช้งานอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2550 และได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ลักษณะองค์ความรู้
องค์ความรู้ของ Turnaround Management (TAM) จัดเป็นการบริหารจัดการ โดยเน้นไปที่การบำรุงรักษาตามวาระ หรืองาน Planned Outage (PO) โดยมีหัวใจอยู่ที่การร้อยเรียงงานจำนวนมากที่เกิดขึ้นในแต่ละ Outage แบ่งเป็น 4 Phase โดยให้น้ำหนักไปที่ Preparation Phase หรือ Phase ของการเตรียมงานมากที่สุด และสามารถประยุกต์ Maintenance Engineering Tools อื่นๆ เช่น RCM, RCA, Work Optimization ฯลฯ เพื่อช่วยให้เรามี Scope งานที่เหมาะสมที่สุด
รายละเอียดขั้นตอนการให้บริการ TAM
- ศึกษาหลักการ TAM
- อมรม และอธิบายหลักการ และรายละเอียดแก่โรงไฟฟ้า และหน่วยซ่อม
- ศึกษา และวิเคราะห์การทำงานบำรุงรักษาของแต่ละโรงไฟฟ้า
- ประยุกต์ TAM เข้าใช้งาน โดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา
- รวบรวมผลและสรุปการวิเคราะห์
- นำผลการวิเคราะห์เข้าใช้งาน และติดตามผล
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ ที่แบ่งปันเรื่องราวการทำงานของกฟผ. ให้ได้เป็นความรู้และทำความเข้าใจ
รายละเอียดของการผลิตไฟฟ้าเพื่อบริการให้แก่ประชาชนมีเรื่องต้องบริหารจัดการเยอะเหมือนกันนะค่ะ
ได้มาอ่านเรื่องเล่าจากคนทำงาน น่าสนใจมากๆ ค่ะ