ขอบคุณมากครับที่สนใจประเด็น “หัวหน้าภาควิชากับการวิจัย” ที่ผมนำเสนอขึ้นมา < Link > และต้องขอโทษอย่างมากที่ตอบมาช้า ทั้งนี้ เนื่องจาก ชีพจรลงเท้า” ผมเกือบทั้งเดือน กลับมา มน. ทีนึงก็มีอะไรต้องรีบสะสางมาก

         ถ้าเราเอาหัวหน้าภาควิชาตามความคาดหวังของท่านอธิการนัฐ (ผู้เขียนบทความ "มหาวิทยาลัยวิจัย" ที่ผมอ้างอิงถึง) เป็นตัวตั้ง และเอาสภาพจริงที่ มน. เป็นตัวเทียบเคียง จะพบว่าผลไม่ต่างจากที่อาจารย์พบที่ มอ. หรือโดยทั่วไปในประเทศไทยมากนัก คือมีช่องว่างกว้างมาก โดยเฉพาะที่ มน. จะกว้างเป็นพิเศษ เนื่องจากยังเป็นมหาวิทยาลัยใหม่

         สิ่งที่เราพยายามทำกันอยู่ตอนนี้ที่ มน. คือ “ตั้งหลักให้ดี” คือช่วยกันกำหนดภาพในอนาคตให้ชัดว่า มน. ควรจะเป็นเช่นไร และอย่างไร ไล่กันไป ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย ทุกหน่วยงานย่อย และระดับบุคคล ว่าควรจะต้องตระหนักและต้องทำอะไรกันบ้างสำหรับอนาคต โดยพยายามคิดพยายามทำให้เป็นระบบให้มากที่สุด

         QA และ KM น่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการช่วยกันกำหนดทิศทาง วางยุทธศาสตร์ สร้างการมีส่วนร่วม และผลักดันให้บรรลุผลตามเป้าหมาย

         กระบวนการจัดสรรงบประมาณ การให้รางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจ และ HRD น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ทุกหน่วยงานย่อยและระดับบุคคล ( รวมทั้งหัวหน้าภาควิชาด้วย) กลับเข้ามาอยู่ในระบบที่ดี ที่มีทิศทาง ที่มีพลัง

         อย่างไรก็ดี ที่ มน. คงต้องใช้ความพยายามและเวลาอีกมากพอสมควรในการที่จะเปลี่ยนสภาพที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันในแต่ละวันให้เป็น อย่างที่ควรจะเป็น

         ผมทราบดีว่า ความเห็นของผมคราวนี้เป็นนามธรรมมาก เนื่องจากยังไม่มีความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงมาเล่าครับ วันหน้าถ้ามีประสบการณ์ดี ๆ จะ เล่าให้ฟังต่อ

         ขอบคุณอีกครั้งครับที่ให้ความสนใจ

         วิบูลย์  วัฒนาธร