โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๔

เราพบว่า โดยข้อกฎหมาย ผู้ทรงสิทธิในบัตรนี้ ก็คือ

(๑) คนต่างด้าวที่มีสิทธิเข้าเมืองและอาศัยทั้งชั่วคราวหรือถาวรในประเทศไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง

(๒)  คนไร้รัฐที่แสดงตนเพื่อรับการสำรวจทางทะเบียนราษฎรในสถานะชนกลุ่มน้อยที่หนีภัยความตายเข้ามาในประเทศไทย ๑๗ พวกก่อน พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งต่อมาได้รับสิทธิอาศัยในประเทศไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง

และ (๓) คนไร้รัฐจากประเทศพม่าหรือลาวหรือกัมพูชาที่แสดงตนขึ้นทะเบียนแรงงานเพื่อขอสิทธิทำงานในสาขาอาชีพที่ขาดแคลนในตลาดแรงงานไทย และยอมรับการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศพม่าซึ่งเป็นประเทศต้นทางตามบันทึกความเข้าใจระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า

โดยข้อเท็จจริง เราพบว่า ผู้ถือบัตรบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยอาจจะเป็น

(๑) คนที่ฟังข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่มีสัญชาติไทย กล่าวคือ มีสถานะเป็น “คนต่างด้าวแท้ในประเทศไทย”

หรือ (๒) คนที่ถูกถือเป็นคนต่างด้าวทั้งที่ยังฟังไม่ได้ว่า มีหรือไม่มีสิทธิในสัญชาติไทย

หรือ (๓) คนที่ถูกถือเป็นคนต่างด้าวทั้งที่ยังฟังได้แล้วว่า มีสิทธิในสัญชาติไทย แต่ด้วยการใช้สิทธิในสัญชาติไทยอาจไม่เกิดขึ้น จึงไม่มีการรับรองสถานะคนสัญชาติไทยโดยบัตรประชาชน หรือแม้จะมีการใช้สิทธิในสัญชาติไทยแล้ว แต่การรับรองสถานะคนสัญชาติไทยโดยบัตรประชาชนก็ยังไม่เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่มาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รักษาการตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรหรือกฎหมายว่าด้วยบัตรประชาชน

นี่คือ ตัวอย่างของ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” ซึ่งออกให้แก่ชนกลุ่มน้อยที่อพยพหนีภัยการสู้รบในประเทศพม่าเข้ามาในประเทศไทยในราว พ.ศ.๒๕๑๓ – ๒๕๒๐ ซึ่งเดิมเรียกว่า “บัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า” ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๑๗ ประเภทชนกลุ่มน้อยที่รัฐไทยเคยบันทึกในทะเบียนประวัติตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรไทย

นี่คือ ตัวอย่างของ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” ซึ่งออกให้แก่แรงงานต่างด้าวจากพม่าซึ่งยอมขึ้นทะเบียนแรงงานตามกฎหมายไทย